นายก อบต.สาวชะโงก ฉะเชิงเทรา แจง Next News กรณีเพจ STRONGต้านทุจริตฯ ตั้งข้อสังเกตปมจ้างเหมาบริการ อดีต 2 ข้าราชการถูกเพิกถอนชื่อคดีโกงสอบฯ กลับเข้าทำงานใหม่ ได้เงินเดือนละ 15,000 บาท ยันไม่ได้หลบเลี่ยง แค่เรียกตัวมาช่วยสะสางงานค้างเก่าให้เท่านั้น แถมควักเงินส่วนตัวจ่ายค่ารถ-ค่าเสียเวลาให้คนละไม่กี่พันบาท
สำนักข่าว Next News รายงานว่า สืบเนื่องจากเพจเฟซบุ๊ก ชมรม STRONG ต้านทุจริตภาคตะวันออก ได้เผยแพร่ข้อมูลตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้งบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สาวชะโงก จังหวัดฉะเชิงเทรา กรณีปรากฏข้อมูลการจัดสรรงบประมาณเพื่อจ้างเหมาบริการบุคคล จำนวน 2 ราย โดยกำหนดค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาทต่อราย ท่ามกลางข้อสงสัยว่าบุคคลที่ได้รับการจ้างดังกล่าวเป็นผู้ที่ถูกเพิกถอนรายชื่อออกจากบัญชีผู้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น
ซึ่งกรณีดังกล่าวนำไปสู่ข้อสังเกตว่า เป็นแนวทางการช่วยเหลือบุคคลที่ถูกเพิกถอนรายชื่อจากบัญชีผู้สอบแข่งขันท้องถิ่น ได้รับการว่าจ้างกลับเข้ามาปฏิบัติงานในหน่วยงานเดิมอีกครั้ง โดยเปลี่ยนรูปแบบจากการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มาเป็นการจ้างเหมาบริการ จะสามารถดำเนินการได้ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการหรือไม่ และเข้าข่ายเป็นการหลีกเลี่ยงกระบวนการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่ (https://www.facebook.com/profile.php?id=100083270470995)

ภาพประกอบจาก ชมรม STRONG
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ โดยติดต่อไปยัง นายปองพล แก้ววงษ์นุกูล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สาวชะโงก เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
นายปองพล ชี้แจงว่า อบต.สาวชะโงก ได้ดำเนินการให้ข้าราชการจำนวน 2 ราย พ้นจากราชการตามคำสั่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 หลังจากมีการตรวจสอบพบว่าบุคคลทั้งสองเกี่ยวข้องกับกรณีการแก้ไขคะแนนสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น
โดยข้าราชการทั้ง 2 ราย เป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผน และนักตรวจสอบภายใน ซึ่งภายหลังจากพ้นจากราชการแล้ว อบต.สาวชะโงก ไม่ได้ดำเนินการว่าจ้างบุคคลทั้งสองกลับเข้ามาทำงานประจำตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม นายปองพล ยอมรับว่า ภายหลังจากบุคคลทั้งสองพ้นจากราชการ ยังมีงานบางส่วนที่ดำเนินการค้างอยู่ จึงได้เรียกตัวให้กลับเข้ามาช่วยดูแลและสะสางงานดังกล่าวให้เรียบร้อยเท่านั้น
"อบต.ให้ข้าราชการทั้ง 2 คนออกจากราชการไปแล้ว ตามคำสั่งของจังหวัดที่แจ้งมา รายหนึ่งเป็นนักวิเคราะห์แผน ส่วนอีกรายเป็นนักตรวจสอบภายใน แต่หลังจากที่เขาออกไป มีงานบางส่วนที่ยังค้างอยู่ ยังไม่เสร็จ ก็เลยมีการเรียกตัวให้เข้ามาช่วยดูงานให้เรียบร้อยเท่านั้น" นายปองพลกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า มีการตั้งเรื่องเบิกจ่ายเงินค่าจ้างหรือค่าตอบแทนให้กับบุคคลทั้งสองหรือไม่

นายปองพล ยืนยันว่า ไม่มีการว่าจ้างหรือเบิกจ่ายเงินค่าจ้างจากทางราชการแต่อย่างใด
แต่ยอมรับว่า เป็นผู้ควักเงินส่วนตัวจ่ายให้บุคคลทั้งสอง เพื่อเป็นค่าเดินทางและค่าเสียเวลาในการกลับเข้ามาช่วยงาน คนละไม่กี่พันบาท เนื่องจากบุคคลหนึ่งพักอาศัยอยู่ในจังหวัดปราจีนบุรี ส่วนอีกคนอยู่จังหวัดนครนายก
"ไม่มีการจ้างเงินค่าจ้างอะไร เราแค่ให้เข้ามาช่วยดูงานส่วนที่ค้างอยู่ให้เสร็จ และเป็นผมเองที่ควักเงินส่วนตัวตอบแทนให้เขาเป็นค่ารถ ค่าเสียเวลามาช่วยงานเท่านั้น คนละไม่กี่พันบาท เพราะคนหนึ่งอยู่ปราจีน อีกคนอยู่นครนายก เขามาช่วยงานเรา ก็ให้เงินช่วยค่าเดินทางเขาไปนิดหน่อยเท่านั้น" นายปองพลกล่าว
เมื่อถามต่อว่า ได้มีโอกาสสอบถามบุคคลทั้งสองถึงสาเหตุที่ปรากฏชื่อเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนสอบแข่งขันท้องถิ่นหรือไม่ รวมถึงมีการจ่ายเงินให้บุคคลใดเพื่อให้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการหรือไม่
นายปองพล ระบุว่า ได้มีโอกาสสอบถามบุคคลทั้งสองเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ได้รับคำยืนยันว่า ไม่มีการจ่ายเงินให้บุคคลใด
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




