"ทองเจือ ชาติกิจเจริญ" ที่ปรึกษาฯนายก แจงผ่าน "ศุภชัย" ยันไม่เคยได้รับเชิญชี้แจง กมธ.กม.ฯ ยันคดีสอบท้องถิ่น บทบาทแค่ประสานงาน ย้ำไม่ทุจริต-แทรกแซงสอบแน่นอน แจงไทม์ไลน์ติดต่อ มศว ผ่าน รมต.ศุภมาศ เพื่อทวงสัญญาตรวจข้อสอบ ป้องกันทุจริตเท่านั้น
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย และรองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ในสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือตอบกลับนายรังสิมันต์ โรม ประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ เพื่อตอบโต้ต่อกรณีที่นายรังสิมันต์ได้ทำหนังสือเรียกนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษานายอนุทิน ชาญวีรกุลให้มาชี้แจงกรณีความเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใสในการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีรายละเอียดดังนี้
ยืนยันไม่เคยได้รับหนังสือเชิญแจ้งประเด็นชี้แจงจากกรรมาธิการ
นายศุภชัย ใจสมุทร รองประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้นำส่งคำชี้แจงของนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ เพื่อเรียนประธานและคณะกรรมาธิการฯ ทราบข้อเท็จจริง โดยนายทองเจือยืนยันอย่างชัดเจนว่า ตนไม่เคยได้รับหนังสือเชิญจากคณะกรรมาธิการ และไม่เคยได้รับการแจ้งให้ชี้แจงในประเด็นใดๆ เลย ตามที่มีการกล่าวถึงผ่านสื่อมวลชนหลายครั้งเกี่ยวกับกรณีการเชิญมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น .
เผยไทม์ไลน์การประสานงาน มศว. ย้ำเป้าหมายจัดสอบสุจริต
ในคำชี้แจง นายทองเจือได้อธิบายถึงที่มาของการติดต่อกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ว่า เมื่อประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 พ.จ.อ.สาคร สิทธิศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและบริหารงานบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนั้น ได้มาขอคำปรึกษาและขอให้ช่วยประสานกับผู้บริหาร มศว. เพื่อแจ้งให้ปฏิบัติตามสัญญาจ้างจัดสอบ โดยเฉพาะเรื่องการตรวจข้อสอบที่ศูนย์สอบ ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันการทุจริตและเป็นสาระสำคัญของสัญญา .
นายทองเจือยืนยันว่า เนื่องจากตนไม่เคยรู้จักผู้บริหาร มศว. เป็นการส่วนตัว จึงได้ส่งข้อความผ่านไลน์สอบถามนางสาวศุภมาศ อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ว่ารู้จักอธิการบดี มศว. หรือไม่ เพื่อขอปรึกษาเรื่องการจัดสอบ . นางสาวศุภมาศได้แจ้งกลับว่าอธิการบดี มศว. ทราบเรื่องแล้วและจะติดต่อกลับ พร้อมทั้งให้เบอร์โทรศัพท์และไลน์ของอธิการบดีแก่นายทองเจือ .
หลังการติดต่อ อธิการบดี มศว. ได้แนะนำให้นายทองเจือติดต่อกับนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้รับผิดชอบโดยตรง นายทองเจือจึงได้สนทนากับนายเรืองเดชผ่านไลน์ เพื่อแจ้งว่าได้รับการประสานจาก พ.จ.อ.สาคร ให้ช่วยแจ้งให้ มศว ดำเนินการตามสัญญาเรื่องการตรวจข้อสอบที่ศูนย์สอบ ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันการทุจริตของกรมฯ . นายเรืองเดชรับว่าจะดำเนินการตามสัญญา และนายทองเจือได้ขอให้ มศว. จัดสอบให้เป็นไปโดยสุจริต เนื่องจากขณะนั้นมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการเตรียมการทุจริตจำนวนมาก ซึ่งนายเรืองเดชรับว่าจะดำเนินการให้ดีที่สุด .
นายทองเจือยืนยันว่า การติดต่อกับผู้บริหาร มศว. มีเพียงอธิการบดีและนายเรืองเดชตามที่กล่าวมาเท่านั้น หลังจากนั้นไม่เคยติดต่อ ไม่เคยพบ ไม่เคยสนทนา หรือรับส่งเอกสารใดๆ อีก .
ไม่มีอำนาจสั่งการ ไม่ได้แทรกแซงกระบวนการสอบ
นายทองเจือเน้นย้ำว่า ในวันที่ติดต่อกับอธิการบดีและนายเรืองเดชนั้น สัญญาจ้างจัดสอบได้เสร็จสิ้นแล้ว และตนมิได้เข้าไปแทรกแซงหรือสั่งการใดๆ ในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2568 แต่อย่างใด . การติดต่อดังกล่าวเป็นการดำเนินการของนายทองเจือเองตามที่ พ.จ.อ.สาคร ขอหารือและขอให้ช่วยประสาน โดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมิได้สั่งการและมิได้รับทราบ เนื่องจากนายทองเจือเห็นว่าเป็นเพียงการประสานเพื่อให้คู่สัญญาปฏิบัติตามสัญญาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันแล้ว ไม่ใช่การสั่งการหรือแทรกแซง .
ในฐานะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี นายทองเจือชี้แจงเพิ่มเติมว่า ตนมิได้มีอำนาจหน้าที่สั่งการข้าราชการ ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจแต่อย่างใด มีเพียงหน้าที่ประสานงานหรือแจ้งข้อมูลตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายกรัฐมนตรีให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐทราบเมื่อได้รับการสอบถาม เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินงานและตัดสินใจเท่านั้น .
ยืนยันไร้ข้อกล่าวหาทุจริต พร้อมใช้สิทธิทางกฎหมายปกป้องตนเอง
นายทองเจือยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เคยถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการจัดสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2568 และหากมีการกล่าวหาหรือนำเสนอข้อมูลว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตดังกล่าว นายทองเจือจะใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องตนเองมิให้ได้รับความเสียหายตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป .
นายศุภชัยจึงนำส่งหนังสือและคำชี้แจงดังกล่าว เพื่อให้ประธานและคณะกรรมาธิการโปรดทราบและนำข้อเท็จจริงดังกล่าวประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการต่อไป



.




