News Logo
หน้าแรก
โชว์เคสเพชรบูรณ์ เรียก 5 ส. โกงสอบ รอ 4 ปี ไม่ผ่าน-เบี้ยวคืนเงิน

โชว์เคสเพชรบูรณ์ เรียก 5 ส. โกงสอบ รอ 4 ปี ไม่ผ่าน-เบี้ยวคืนเงิน

6 ต.ค. 2569 11:19
ผู้ชม 175 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

โชว์ชัดๆ เคส 5 แสน เพชรบูรณ์ อ้างรู้จัก 'ผู้ใหญ่' ช่วยโกงสอบท้องถิ่นได้ จ่ายตั้งแต่ปี 64 รอสอบ 4 ปี สุดท้ายไม่ผ่าน–ทวงคืนเจอคำตอบ “เงินส่งส่วนกลางแล้ว” ไม่รู้เงินไปไหน แจ้งความดำเนินคดีแล้ว

สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีที่ประชุมคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร วันที่ 8 ตุลาคม 2569 มีวาระสำคัญเกี่ยวกับการตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 โดยมีการเชิญผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหลายพื้นที่ อาทิ นครนายก นครราชสีมา ปัตตานี พัทลุง เพชรบูรณ์ สงขลา สตูล และศรีสะเกษ เป็นต้น มาให้ข้อมูล

เนื่องจากการสำรวจและตรวจสอบข้อมูลในช่วงที่ผ่านมา พบว่า ในหลายพื้นที่มีผู้สมัครสอบเข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังอ้างว่าจ่ายเงินให้บุคคลหรือนายหน้า ซึ่งเสนอว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นได้ แต่ภายหลังมีการประกาศผลสอบ ปรากฏว่าผู้เสียหายไม่มีรายชื่อเป็นผู้สอบผ่าน เมื่อไปติดตามทวงถามเงินที่จ่ายไปกลับไม่ได้รับเงินคืน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีในพื้นที่ต่าง ๆ

โดยมีกรณีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษหญิงสาวรายหนึ่ง กล่าวหาว่ามีพฤติการณ์หลอกลวง โดยอ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่ สามารถช่วยเหลือให้สอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้ และเรียกให้จ่ายเงินจำนวน 500,000 บาท แต่ภายหลังประกาศผลสอบ ปรากฏว่าผู้เสียหายสอบไม่ผ่าน จึงติดตามทวงถามเงินจำนวนดังกล่าวคืน แต่ไม่ได้รับเงินกลับมา เมื่อถูกทวงถามถึงเงินจำนวน 500,000 บาท หญิงรายดังกล่าวอ้างในทำนองว่า ได้นำเงินส่งต่อให้ “ส่วนกลาง” ไปแล้ว และไม่ทราบว่าเงินดังกล่าวไปอยู่ที่ใด

เรียก ผบก.จว.แจงโกงสอบท้องถิ่น ปมแห่แจ้งความนายหน้าเบี้ยวคืนเงิน

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลพบว่า กรณีผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ถูกหลอกลวง เรียกเงินจำนวน 500,000 บาท ข้างต้น

พบว่ามีการเข้าแจ้งความที่ สภ.หล่มสัก โดยระบุว่า ในช่วงต้นปี 2564 มี น.ส. "พ." ซึ่งเป็นคนรู้จักแนะนำ บอกว่า รู้จักกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง สามารถช่วยให้สอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้ โดยขอเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อนำไปให้ผู้ใหญ่เพื่อช่วยให้สอบได้

ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและโอนเงินให้ น.ส. "พ." ผ่านทางพร้อมเพย์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564

ต่อมามีการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 และประกาศผลการสอบรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ปรากฏว่าสอบไม่ได้ ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

ทั้งนี้ ในบันทึกคำให้การของผู้เสียหายรายนี้ระบุว่า ในการติดต่อพูดคุย น.ส. "พ." ยืนยันว่าสามารถช่วยให้สอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้แน่นอน

เพราะเคยช่วยคนอื่นมาแล้วหลายคน

หลังจากโอนเงินไปแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังติดต่อกันทางโทรศัพท์มาอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะนั้นยังไม่มีการเปิดรับสมัครสอบข้าราชการท้องถิ่น

ผู้เสียหายจึงไปหา น.ส. "พ." ที่บ้านพักหลายครั้งเพื่อขอเงินคืน แต่ น.ส. "พ." บอกให้รอก่อน เพราะจะมีการเปิดสอบแน่นอน และสามารถช่วยให้สอบบรรจุได้แน่นอน

ภาพถ่าย น.ส. "พ."

ภาพถ่าย น.ส. "พ."

จนกระทั่งมีการเปิดสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น ประจำปี 2568 น.ส. "พ." ได้ให้ผู้เสียหายไปสมัครสอบ ผู้เสียหายจึงดำเนินการสมัครสอบตามขั้นตอน ที่สนามสอบมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ศูนย์การศึกษาย่านมัทรี ในตำแหน่งนักพัฒนากรบุคคล

แต่เมื่อมีการประกาศผลวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ปรากฏว่าสอบไม่ผ่าน จึงติดต่อกลับไปหา น.ส. "พ." และได้รับแจ้งว่า ไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรจึงทำให้สอบไม่ผ่าน

เมื่อเรียกร้องขอเงินคืน ก็ได้รับแจ้งว่าให้รอก่อน กระทั่งผ่านไปหลายเดือนก็ยังไม่ได้รับเงินคืน

ต่อมา วันที่ 5 เมษายน 2569 ผู้เสียหายเดินทางไปทวงเงินที่บ้านของ น.ส. "พ." ซึ่งเปิดเป็นร้านขายส้มตำ อยู่ที่ อ.วังสะพุง จ.เลย

แต่ได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถคืนเงินให้ได้ และไม่รู้ว่าเงินไปอยู่ที่ไหน บอกแต่เพียงว่า “เอาเงินไปให้ส่วนกลางแล้ว”

ทั้งนี้ ภายหลังได้รับแจ้งความร้องทุกข์กรณีดังกล่าว พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก ได้ประสานไปยัง สภ.วังสะพุง ให้จัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเพื่อนำหมายเรียกไปส่งให้กับ น.ส. "พ." จำนวน 2 ครั้ง แต่ไม่สามารถส่งหมายเรียกได้ เนื่องจากไม่มีผู้ใดออกมารับหมาย

ครั้งแรก เจ้าหน้าที่เรียกหลายครั้ง ไม่มีผู้ใดออกมารับหมาย แม้พบว่าเครื่องปรับอากาศภายในบ้านยังทำงานอยู่

ส่วนครั้งที่สอง พบรถยนต์จอดอยู่ภายในบริเวณบ้าน แต่ไม่มีผู้ใดออกมารับหมายเช่นกัน

ขณะที่แหล่งข่าวจากพนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก ให้ข้อมูลยืนยันกับสำนักข่าว Next News ว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนมีการออกหมายเรียก น.ส. "พ." ไปแล้วหลายครั้ง แต่ไม่สามารถส่งหมายได้ เนื่องจากไม่มีใครรับหมาย ตามขั้นตอนหากยังไม่สามารถดำเนินการได้ อาจต้องมีการดำเนินการขอออกหมายจับต่อไป

"ส่วนข้ออ้างในเรื่องเส้นทางเงิน ต้องไปดูว่า เงินจำนวน 5 แสนบาท แท้จริงแล้วมีการเก็บไว้เอง หรือส่งต่อไปให้ใคร ซึ่งต้องนี้ยังบอกไม่ได้ เพราะยังไม่ได้มีการสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา" แหล่งข่าวระบุ

ทั้งนี้ จากข้อมูลข้างต้นทั้งหมด ชี้ให้เห็นว่า ประเด็นสำคัญของคดีนี้อาจไม่ได้อยู่เพียงเรื่องการหลอกเอาเงินจำนวน 500,000 บาทเท่านั้น เนื่องจากช่วงเวลาที่เกิดเหตุเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2564 และผู้เสียหายระบุว่าต้องรอการเปิดสอบเป็นเวลาหลายปี ก่อนเข้าสอบจริงในปี 2568

ขณะที่คำกล่าวอ้างตามบันทึกคำให้การ ตั้งแต่การ “รู้จักผู้ใหญ่” การยืนยันว่า “เคยช่วยคนอื่นมาแล้วหลายคน” จนถึงคำกล่าวว่าเงินถูกนำไปให้ “ส่วนกลาง” ล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจำเป็นต้องตรวจสอบพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่

โดยเฉพาะการติดตามเส้นทางเงินจำนวน 500,000 บาท ว่าหลังจากผู้เสียหายโอนผ่านพร้อมเพย์เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 แล้ว เงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปใช้หรือส่งต่ออย่างไร

ถือเป็นข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ และอาจเป็นอีกช่องทางสำคัญในการติดตามกลุ่มหรือเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบท้องถิ่นในพื้นที่ต่าง ๆ รวมไปถึงบุคคลที่อาจอยู่เบื้องหลัง หากผลการสอบสวนพบพยานหลักฐานเชื่อมโยง

อย่างไรก็ดี บุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคดีนี้ยังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหา มีสิทธิ์ต่อสู้คดีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามขั้นตอนการสอบสวนและกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น  

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น
เพชรบูรณ์
เบี้ยวคืนเงิน

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิด 8 ภารกิจ! เลขาฯ ป.ป.ช.ใหม่ ลุย 'คดีโกงใหญ่' ล่าทรัพย์สินซุก ตปท.
เปิด 8 ภารกิจ! เลขาฯ ป.ป.ช.ใหม่ ลุย 'คดีโกงใหญ่' ล่าทรัพย์สินซุก ตปท.