"ผู้ใหญ่เฮง" แฉโครงข่ายใหญ่ โกงสอบท้องถิ่นชี้ "เด็กนาย" กว่า 900 ราย เชื่อมโยงผู้มีอิทธิพลเกินกว่าตำแหน่ง ขรก.ธรรมดา-เป็นเด็กเส้นพรรคการเมือง เหตุไม่ต้องกาข้อสอบก็สอบติดได้ ด้าน ป.ป.ช.ยอมรับมีกรณีกระดาษคำตอบว่างจริง เร่งตรวจสอบข้อมูล
เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้จัดการประชุมเพื่อพิจารณาการดำเนินการกรณีทุจริตสอบบรรจุราชการส่วนท้องถิ่นในช่วงปี 2567-2569 ที่เป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินอย่างกว้างขวาง ในการประชุมครั้งนี้ มีการเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งจากฝ่ายการเมืองและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเข้าร่วมให้ข้อมูล เพื่อไขข้อข้องใจและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
ในบรรดาผู้ที่ถูกเชิญให้เข้าร่วมชี้แจง ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ อดีตที่ปรึกษาและคณะทำงานนายกรัฐมนตรี, ศาสตราจารย์ชวลิต แจนวาสุกิจ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว), นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช, นายรัชพงษ์ ชูแก้ว อดีตเลขานุการนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง และนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือผู้ใหญ่เฮง ซึ่งถูกจับกุมด้วยข้อหาว่าเกี่ยวข้องกับการโกงสอบ นอกจากนี้ หน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายที่ถูกเรียกให้เข้ามาชี้แจงข้อมูลประกอบด้วย พันตำรวจเอก อุเทน นุ้ยพิน รองผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งเป็นโฆษกและหัวหน้าทีมสืบสวนข้อเท็จจริงในคดีนี้, ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ล่าสุดมีแหล่งข่าวในห้องประชุมได้ให้ข้อมูลกับสำนักข่าว Next News ถึงการชี้แจงรายละเอียดของนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือผู้ใหญ่เฮง การให้ข้อมูลของ ป.ป.ช.ซึ่งมีการพูดถึงบุคคลที่ถูกเรียกว่า “เด็กนาย” อยู่หลายครั้ง โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้
เปิดโปง "เด็กนาย" กว่า 900 ราย:
นายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือ "ผู้ใหญ่เฮง" ได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม "เด็กนาย" ซึ่งเป็น โดยมีรายละเอียดดังนี้:
1. จำนวนและที่มาของ "เด็กนาย": นายประวิทย์ยืนยันว่ามีรายชื่อ "เด็กฝาก" หรือ "เด็กนาย" ทั้งหมดประมาณ 910 คน ที่พบจากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่ยึดมาได้ โดยบางคนในกลุ่ม "เด็กฝาก" นี้อาจไม่เสียเงินเลย รายชื่อเหล่านี้ถูกนำมาตรวจสอบโดย ป.ป.ช. และพบว่าเป็นรายชื่อที่มาจาก "การฝากส่ง" จากบุคคลต่างๆ
2. เครือข่ายผู้มีอิทธิพล: นายประวิทย์ระบุว่า "เด็กนาย" เหล่านี้มีการเชื่อมโยงกับผู้มีตำแหน่งสูง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือญาติของผู้ว่าฯ และบางรายชื่อเป็น "เด็กเส้น" ของพรรคการเมือง ตัวอย่างที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ กรณีของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มีญาติสองคนสอบได้ ทั้งที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ ซึ่งนายประวิทย์ชี้ว่า ป.ป.ช. มีข้อมูลของเด็กนายเหล่านี้อยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงว่ากลุ่ม "เด็กนาย" มีความเชื่อมโยงกับ สส. ในบางจังหวัด เช่น ส.ส. ที่บุรีรัมย์ โดยระบุว่าชื่อที่ปรากฏเป็น "เด็กนาย" นั้นอาจเป็นชื่อที่ใช้ในการฝากฝังจากบุคคลที่มีตำแหน่งทางการเมืองขนาดใหญ่และใหญ่กว่าระดับอธิบดี
3. การแก้ไขคะแนนอย่างเป็นระบบ: รายชื่อของ "เด็กนาย" เหล่านี้มีการแก้ไขคะแนนโดยตรงในไฟล์คอมพิวเตอร์ โดยไม่ได้ลบก่อนการตรวจ แต่เป็นการเข้าไปแก้ไขตัวเลขคะแนนในตาราง ทำให้สามารถผ่านการสอบได้ กระบวนการนี้มีการเข้าถึงคอมพิวเตอร์หลายครั้งและทำจากหลายสถานที่
4. อิทธิพลที่ "ใหญ่" กว่าปกติ: นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ตั้งคำถามโดยตรงต่อนายประวิทย์ถึงขนาดของอิทธิพลของกลุ่ม "เด็กนาย" อย่างไรก็ตาม นายประวิทย์ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอย่างชัดเจน แต่ระบุเพียงว่าจะขอแค่รายชื่อแค่นี้
5. กลุ่ม "กระดาษคำตอบเปล่า" ที่รอดการตรวจสอบ: นายประวิทย์ยังระบุถึงกลุ่มคนที่ไม่ได้สมัครสอบ แต่มีชื่อในการบรรจุ และบางรายมีกระดาษคำตอบที่เป็น "กระดาษเปล่า" หรือไม่มีการฝนคำตอบเลย โดยยืนยันว่ากลุ่มนี้จะหลุดรอดจากการตรวจสอบและไม่ถูกเพิกถอน เพราะไม่มีหลักฐานกระดาษคำตอบให้ตรวจสอบได้
ส่วน ป.ป.ช. ได้ยืนยันว่าพบข้อมูลนี้ในแฟลชไดร์ฟที่ตรวจยึดได้ จำนวน 5,960 รายชื่อ ซึ่งมีลักษณะที่กระดาษคำตอบเป็น "แบงก์ว่างเปล่า" แต่กลับมีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้รับการบรรจุ อย่างไรก็ตาม ทาง ป.ป.ช. ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อระบุจำนวนที่ชัดเจน
นายประวิทย์ยังได้เปิดเผยว่ามีหลักฐานเป็นกระดาษที่ถูกพิมพ์ที่ "หน้าห้องปลัดมหาดไทย" ซึ่งยังไม่ได้ถูก ป.ป.ช. ยึดไป และย้ำว่าการตรวจกระดาษคำตอบมีการใช้เทคนิคที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างแม่นยำ
นายประวิทย์ได้เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการฯ ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ "ชะลอการบรรจุ" ในรอบที่ 4 และ 5 ไว้ก่อน และตรวจสอบการยกเลิกการสอบ เพื่อให้ผู้ที่บริสุทธิ์มีสิทธิ์สอบได้โดยเร็ว เนื่องจากหากปล่อยให้บรรจุต่อไป คนที่เสียหายจะเพิ่มขึ้น และสุดท้ายก็จะต้องมีการยกเลิกอยู่ดี
ความห่วงใยในสวัสดิภาพพยาน:
นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้แสดงความห่วงใยในสวัสดิภาพของนายประวิทย์ จารุรัชกุล โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของ DSI ว่าควรจะไปส่งเสริมพยานและให้มีการ "คุ้มครอง" ในกรณีเช่นนี้ เพื่อให้นายประวิทย์สามารถให้ข้อมูลได้อย่างปลอดภัยและครบถ้วน
ส่วนนายประวิทย์ระบุว่าในการให้ข้อมูลบางส่วนต่อคณะกรรมาธิการนั้นจะขอให้แค่รายชื่อบางส่วน เพื่อให้คณะกรรมาธิการฯ ไปตรวจสอบคะแนนด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินคดีหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งข่าวที่ให้ข้อมูลกับ Next News ยังได้ระบุเพิ่มเติมด้วยว่าในช่วงท้ายของการประชุม มีความพยายามจะโต้แย้งจากทางฝั่งของ สส.จากภูมิใจไทย โดยอ้างว่าข้อมูลจากนายประวิทย์นั้นมีความไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากมีข้อขัดแย้งทางการเมืองอยู่
ป.ป.ช. ชี้แจงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อมูลและเครือข่าย "เด็กนาย"
ด้าน ป.ป.ช. ได้รับมอบหมายมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ โดยระบุถึงความคืบหน้าสำคัญดังนี้:
1. ข้อมูลเกี่ยวกับ "เด็กนาย" และการทุจริต: ป.ป.ช. ได้ตรวจพบรายชื่อ "เด็กนาย" จากคอมพิวเตอร์ที่ตรวจยึดได้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของนายประวิทย์ โดย ป.ป.ช. ระบุว่ามีข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับสายของนายหน้าซึ่งมีโควตาว่าเป็น "เด็กนาย" ซึ่งเป็นการยืนยันความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทุจริต มีการตรวจพบข้อมูลในแฟลชไดร์ฟที่มีรายชื่อ 5,960 รายชื่อ ซึ่งมีลักษณะที่กระดาษคำตอบเป็น "แบงก์ว่างเปล่า" (ไม่มีการฝนคำตอบ) แต่กลับมีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้รับการบรรจุ อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช. ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อยืนยันจำนวนที่ชัดเจนของกระดาษคำตอบที่เป็น "ว่างเปล่า" และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากลุ่ม "กระดาษคำตอบเปล่า" ตรงกับกลุ่ม "เด็กนาย" หรือไม่ เนื่องจากต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน
2. เครือข่ายและเส้นทางการเงิน: ป.ป.ช. มีข้อมูลเกี่ยวกับเครือข่ายนายหน้าผู้เรียกรับเงินและรวบรวมผู้สมัครสอบเพื่อทำการแก้ไขคะแนน กำลังดำเนินการระบุชื่อสายหลัก ของเครือข่าย ซึ่งทราบว่าเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพล โดยได้ไปแล้ว 70-100 กว่ารายชื่อ และพบเส้นทางการเงินในกระบวนการเหล่านี้
3. การประสานงานและข้อมูลที่ยังไม่ได้รับ: ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือขอรายงานจากคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานดังกล่าว มีการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เกี่ยวกับเส้นทางการเงิน โดย ปปง. ได้ส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ปัจจุบัน ป.ป.ช. ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมในหลายประเด็น




