ป.ป.ช. เผยแพร่ข่าวชี้มูลบิ๊กล็อต 54 ราย อดีตผู้บริหารท้องถิ่นโคราช-ผู้สนับสนุน ทุจริตฮั้วประมูล 6 คดีรวด -นายกฯ อบต.โคกกระเบื้อง ปลอมเอกสารคู่เทียบทำถนน -นายก อบจ.โคราช ซุกประกาศสอบราคา 14 โครงการ -นายก อบต.เสมา ใช้ใบเสนอราคาเท็จ จัดซื้อเมล็ดพันธุ์ผักเอื้อเครือญาติ-นายก ทต.ด่านขุนทด ล็อกสเปกเครื่องเล่นเด็ก นายก อบต.สีคิ้ว ยกเลิกสืบราคาเครื่องออกกำลังกายมิชอบ-นายก ทต.หัวทะเล นำแคตตาล็อกเก่ามากำหนดสเปกครุภัณฑ์กีฬา เอื้อประโยชน์กลุ่มเอกชนหน้าเดิม
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอาญาและวินัย คดีทุจริตในพื้นที่จำนวน 6 เรื่องสำคัญ ทั้งการปลอมเอกสารคู่เทียบ ไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา ใช้ใบเสนอราคาเท็จ ล็อกสเปก เอื้อประโยชน์เอกชนหน้าเดิม
มีรายละเอียดดังนี้
กรณีที่ 1 เป็นการทุจริตโครงการถนนลาดยางขององค์การบริหารส่วนตำบลโคกกระเบื้อง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยพบพฤติการณ์ว่า นายก อบต. ได้สั่งการให้แยกโครงการเพื่อหลีกเลี่ยงการประกวดราคา รวมถึงมีการฮั้วประมูลด้วยการปลอมแปลงเอกสารคู่เทียบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้างที่สนิทสนมได้รับงาน คดีนี้ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดนายธวัชชัย เลาวัณย์ศิริ อดีตนายก อบต.โคกกระเบื้อง ในฐานะตัวการหลัก ส่วนผู้ถูกชี้มูลความผิดในฐานะผู้สนับสนุน ประกอบด้วยบุคคลธรรมดา 2 ราย คือ นายวชิรพงศ์ กองทุ่งมน และนายวิฑูรย์ ไผ่โสภา ร่วมกับนิติบุคคลอีก 1 ราย คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ว.วชิรการโยธา
กรณีที่ 2 เป็นคดีจงใจไม่เผยแพร่ประกาศสอบราคา 14 โครงการ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 โดยนายก อบจ. สมคบคิดกับเจ้าหน้าที่พัสดุและกลุ่มผู้รับเหมา ไม่นำประกาศสอบราคาขึ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐ เพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายอื่นและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มเครือญาติหรือพวกพ้อง ผู้ถูกชี้มูลความผิดหลักทั้งทางอาญาและวินัย ได้แก่ นายสำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ อบจ. อีก 2 ราย คือ นางงามนิจ พลปัถพี และนางปรีชญา แสงสง่า นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกชี้มูลในฐานะผู้สนับสนุน แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา 10 ราย ได้แก่ นายสมเกียรติ ตันติลกตระกูล, นายสุริยา ธนะสูตร, นายไกรวุฒิ บุญประสาทสุข, นางสาวรัชนี กาญจนวัฒนา, นายสนอง ศรีทรัพย์, นายบุรี มะลิวัลย์, นายสมุทร์ สีหวงษ์, นางสาวพัชรี ประภาภูวมาส, นางสาวสุวารี เรื่องธนานุรักษ์ และนายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร รวมทั้งกลุ่มนิติบุคคลอีก 6 ราย ได้แก่ หจก. เขตรุ่งเรือง เค อาร์, บริษัท เล็กข์ไซท์ จำกัด, หจก. โคราชพัฒนะ, หจก. ธนนวพร, บริษัท ธันย์ชนก จำกัด และ หจก. ประภารุ่งเรืองก่อสร้าง
กรณีที่ 3 เป็นการทุจริตโครงการจัดซื้อพันธุ์พืชและเมล็ดพันธุ์ผักขององค์การบริหารส่วนตำบลเสมา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 พฤติการณ์พบว่าคณะกรรมการกำหนดราคากลางได้นำใบเสนอราคาเท็จจากร้านที่ไม่มีอยู่จริง หรือร้านที่ไม่ได้ประกอบอาชีพขายต้นไม้ซึ่งเป็นญาติของนายก อบต. มาใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ผู้ถูกชี้มูลความผิดหลักทางอาญาและวินัย ได้แก่ ดาบตำรวจ ธาดา หิรัญภูวนาถ อดีตนายก อบต.เสมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อบต. 4 ราย คือ นางรัชนีวรรณ พวงบุรี, นางสาวนรีกานต์ ดีขุนทด, นายภาวัต ขันติโสภณ และนางสาวไกรรัตน์ ดินจันทึก ส่วนผู้ถูกชี้มูลในฐานะผู้สนับสนุนเป็นภาคเอกชน 2 ราย คือ นายไกรนุกูล ประมงคล และนายสุพัฒน์ ศรีตัณฑ์
กรณีที่ 4 เป็นการทุจริตประมูลเครื่องเล่นเด็กของเทศบาลตำบลด่านขุนทด เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 มีการล็อกสเปกโดยกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าว่าต้องเป็นพลาสติกเม็ดใหม่ 100 เปอร์เซ็นต์ และบังคับให้ส่งตัวอย่างในวันยื่นซอง เพื่อกีดกันคู่แข่งและเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเครือญาติ ผู้ถูกชี้มูลความผิดทางอาญาในฐานะตัวการหลักคือ นางสาวสลักจิต กิมตระกูล อดีตนายกเทศมนตรีตำบลด่านขุนทด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาล 2 ราย คือ นางอารมย์ ทับพร และนางสาวสุนทรี แน่นพิมาย ที่ถูกชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง สำหรับผู้สนับสนุนที่ถูกชี้มูลประกอบด้วยบุคคลธรรมดา 5 ราย ได้แก่ นางสาวอุทัยทิพย์ แก้วมณี, นายอัครชานนท์ สามสีเนียม, นางสาวชฎาธาร ณ น่าน, นางสาวสุภาภรณ์ ตันติสุภาพงศ์ และนางสาวนิรดา ประดิษฐพลการ รวมถึงนิติบุคคล 5 ราย ได้แก่ บริษัท ไลฟ์สตรอง เซอร์วิส จำกัด, บริษัท เพลย์กราวน์ แอนด์ ฟิตเนส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด, บริษัท อินครีซ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท อินนิ่ง จำกัด และบริษัท จีเนียส คิดส์ จำกัด
กรณีที่ 5 เป็นโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายขององค์การบริหารส่วนตำบลสีคิ้ว เมื่อปี พ.ศ. 2556 และ ปี พ.ศ. 2557 พบพฤติการณ์ไม่ออกสืบราคากลางตามความเป็นจริง แต่นำใบเสนอราคาจากกลุ่มบริษัทเดิมมากำหนดราคากลาง และอ้างอิงมาตรฐาน มอก. ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว เพื่อล็อกสเปกให้กลุ่มผู้เสนอราคารายเดิม ผู้ถูกชี้มูลความผิดหลักทางอาญาคือ นางสาวกรกนก ชโลมพันธ์ อดีตนายก อบต.สีคิ้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ อบต. 3 ราย ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรี เชษฐชาติ ศิริธรปัญญา, นายอมร นาคะดำรงวรรณ และนายจาตุรนต์ ทองหวั่น ถูกชี้มูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ขณะที่กลุ่มเอกชนผู้สนับสนุนซึ่งถูกชี้มูลซ้ำกับกรณีที่ 4 ได้แก่ นางสาวอุทัยทิพย์ แก้วมณี, นางสาวชฎาธาร ณ น่าน และบริษัท อินครีซ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด
และกรณีที่ 6 เป็นการทุจริตโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์กีฬาของเทศบาลตำบลหัวทะเล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 (ตามสัญญาลงวันที่ 17 ตุลาคม 2554) นายกเทศมนตรีได้นำแคตตาล็อกและใบเสนอราคาของกลุ่มผู้ประกอบการชุดเดิมมาให้คณะกรรมการกำหนดเป็นราคากลางและสเปก รวมถึงกำหนดเงื่อนไขการรับรองคุณภาพสีที่เป็นการกีดกันผู้ค้ารายอื่น คดีนี้มีเจ้าหน้าที่เทศบาลถูกชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัย 3 ราย คือ นางรุจินันต์ สรสิทธิ์, นางศิวิมล แก้ววิจิตร และนายถวัลย์ณจักษณ์ สนพะเนา โดยในส่วนของนายสุวัฒน์ พื้นทะเล อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเล ได้เสียชีวิตลงแล้ว ป.ป.ช. จึงให้จำหน่ายคดีอาญา สำหรับผู้ถูกชี้มูลในฐานะผู้สนับสนุน เป็นกลุ่มบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ถูกชี้มูลซ้ำกับกรณีที่ 4 เช่นกัน ได้แก่ นางสาวอุทัยทิพย์ แก้วมณี, นายอัครชานนท์ สามสีเนียม, นางสาวสุภาภรณ์ ตันติสุภาพงศ์, บริษัท เพลย์กราวน์ แอนด์ ฟิตเนส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด และบริษัท อินนิ่ง จำกัด

ข้อมูลประกอบ
สรุปข้อมูลการชี้มูลความผิดของป.ป.ช. ทั้ง 6 คดี มีผู้ถูกชี้มูลความผิดรวมทั้งหมด 54 ราย โดยจำแนกเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่นจำนวน 21 ราย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้กระทำความผิดหลัก และมีภาคเอกชนรวมทั้งสิ้น 33 รายและแห่งซึ่งถูกชี้มูลในฐานะผู้สนับสนุน (นับรวมกรณีที่มีการถูกชี้มูลซ้ำ)
สำหรับภาคเอกชนจำนวน 33 รายและแห่งนี้ สามารถจำแนกรายละเอียดเชิงลึกออกเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดรวมทั้งสิ้น 11 แห่ง และจำแนกเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ หรือผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 22 คน
อนึ่งการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด




