News Logo
หน้าแรก
'สมชัย'จี้ กกต.รอบคอบคดีฮั้ว สว.หวั่นโดน 157ปมไม่ฟ้อง สส.-รมต.มีเอี่ยว

'สมชัย'จี้ กกต.รอบคอบคดีฮั้ว สว.หวั่นโดน 157ปมไม่ฟ้อง สส.-รมต.มีเอี่ยว

8 ก.ย. 2569 11:03
ผู้ชม 13 คน

"สมชัย" จี้ กกต. รอบคอบคดีฮั้ว สว. ห้ามละเลย "นักการเมือง" คาดแนวโน้มสูงไม่ฟ้อง สส.-รมต.มีเอี่ยว เตือนระวัง ม.157 หลังข้อมูลอนุฯ 36รั่วไหล ค้านเคลื่อนหวั่นลงถนน หวั่นเหตุรุนแรง-ยอมรับหวั่นความปลอดภัย หลังโดย “ณัฐวุฒิ” ทำร้ายที่ สน.ทองหล่อ แฉอดีตคู่กรณีเคยถูกปลดจากอัยการ-มีพฤติกรรมรุนแรง-พร้อมท้าพิสูจน์คลิป AI

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เดินทางมายังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อขอรับใบรับรองแพทย์จากอาการบาดเจ็บที่ได้รับจากการถูกนายนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทำร้ายร่างกายบริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทองหล่อ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความวิตกกังวลในหลายมิติให้กับนายสมชัย

โดยหลังจากการขอใบรับรองแพทย์ นายสมชัยได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นร้อนแรงกรณีการพิจารณาคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาของสังคม โดยประเมินว่าในช่วงระยะเวลาปัจจุบัน กกต. ควรใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการพิจารณาสำนวนคดีให้รอบคอบที่สุด และละเอียดถี่ถ้วนในทุกประเด็น

นายสมชัยย้ำว่าแม้จะเป็นการสรุปข้อมูลจากผู้ใต้บังคับบัญชาขึ้นมาแล้วก็ตาม กรรมการ กกต. ทุกคนควรจะดูรายละเอียดด้วยตัวเอง และตัดสินด้วยตัวเองว่าแต่ละกรณี แต่ละผู้สมัครเป็นอย่างไร และมีพยานหลักฐานสนับสนุนในทิศทางใดบ้าง

อดีต กกต.ประเมินว่าหากมองจากสถานการณ์และข้อมูลที่ปรากฏในปัจจุบัน แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นคือจะมีการส่งเรื่องฟ้องไปยังศาลฎีกาเฉพาะ สว. จำนวนหนึ่ง และอาจเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นประชาชนธรรมดาอีกจำนวนหนึ่งซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสังเกตและเป็นจุดสำคัญอย่างยิ่งคือ ตนเชื่อว่าไม่น่าจะมีการฟ้องร้องในส่วนของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. รัฐมนตรี หรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง แม้แต่รายเดียว ท่านชี้ว่าจุดนี้จะเป็นจุดที่ กกต. ต้องพิจารณาให้ละเอียดและรอบคอบเป็นพิเศษ เพราะมิฉะนั้นแล้ว อาจเกิดผลกระทบย้อนกลับมาที่ กกต. เองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากประชาชนเกิดความคลางแคลงใจในกระบวนการยุติธรรมขององค์กร อาจนำไปสู่ข้อครหาและลดทอนความน่าเชื่อถือ

นายสมชัยอธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่ประเมินเช่นนั้น โดยยกตัวอย่างจากกรณีการพิจารณาคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง กกต.ชุด 26 ซึ่งในเบื้องต้นมีรายงานว่ามีผู้กระทำความผิด 21 คน ซึ่งประกอบด้วยทั้ง สส. รัฐมนตรี และกรรมการบริหารพรรค แต่เมื่อเรื่องมาถึงขั้นเลขาธิการ กกต. กลับมีมติยกคำร้องทั้งหมด รวมถึงอนุวินิจฉัยชุด 36 ก็มีมติยกคำร้องทั้งหมดเช่นกัน โดยเฉพาะในส่วนของนักการเมือง 21 คนนั้นก็มีการยกคำร้องทั้งหมด ดังนั้น จึงมีแนวโน้มสูงมากที่จะมีการยกคำร้องของนักการเมือง 21 คนนี้

นายสมชัยกล่าวว่าในฐานะอดีตผู้เคยทำงานที่ กกต. มาก่อน จึงขออนุญาตที่จะแนะนำ กกต. ว่าให้พิจารณาให้ดี ไม่ว่าจะยกกี่คนก็ไม่เป็นปัญหา แต่ถ้ามีบางคนที่มีหลักฐานชัดเจนว่ากระทำความผิด อาจจะเพียงแค่ 1 หรือ 2 ราย กกต. ก็จะเดือดร้อนอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น การทำงานต้องละเอียดรอบคอบ และทุกอย่างควรจะสามารถชี้แจงต่อประชาชนได้อย่างโปร่งใสและชัดเจน

อดีต กกต.ยังเตือนด้วยว่าหากมติของ กกต. ทั้ง 7 คน ออกมาในทิศทางเดียวกับคณะอนุฯชุดที่ 36 ก็จะมีคนจำนวนมากเตรียมดำเนินการแจ้งความตามมาตรา 157 กับ กกต. อย่างแน่นอน โดยเชื่อว่ามีผู้ครอบครองเอกสารการประชุมอนุฯชุด 36 ไม่ต่ำกว่า 100 คนแล้วในขณะนี้ เนื่องจากมีการส่งต่อข้อมูลกันไปอย่างแพร่หลาย ทุกคนมีข้อมูลครบถ้วนแล้ว เพียงแต่ใครจะอ่านเร็ว อ่านช้า หรือจับประเด็นสำคัญต่างๆ ได้เร็วกว่ากันเท่านั้น

นายสมชัยยังกล่าวถึงการตีกรอบความผิดของอนุวินิจฉัยชุด 36 ที่ระบุว่า สว. บางคนอาจไม่ได้รู้เห็นหรือไม่ได้อยากเป็น สว. ว่าเป็นการตีกรอบและตีความที่ผิดไปจากกฎหมาย หาก กกต. ยึดแนวทางนี้ในการวินิจฉัย ก็จะต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งคณะกรรมการ กกต.

ค้านลงถนนประท้วง หวั่นเหตุบานปลาย

นอกจากประเด็น สว. แล้ว นายสมชัยยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อมีเรื่องราวที่กระทบต่อความรู้สึกของสาธารณชน ว่าตนไม่สนับสนุนให้มีการรวมตัวกันบนท้องถนนเพื่อประท้วง เพราะการเคลื่อนไหวลักษณะนั้นอาจกลายเป็นสถานการณ์ที่รุนแรงและควบคุมไม่ได้ ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาและส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของบ้านเมือง

อดีต กกต.กล่าวว่าเห็นว่าการทำกิจกรรมภายใต้กรอบของกฎหมายและเป็นไปอย่างสงบที่สุดน่าจะดีกว่า ซึ่งตนก็มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวที่วางแผนว่าจะเข้าร่วมคือการเดินอย่างสงบเงียบๆ ไม่ต้องมีเครื่องเสียง มีเพียงแค่เป้ใบนึงกับน้ำขวดนึง โดยเป็นกิจกรรมการเดินจากแถวลาดพร้าวมาถึงมาบุญครอง ซึ่งเป็นระยะทางประมาณ 11-12 กิโลเมตร กิจกรรมนี้ได้ถูกวางแผนไว้ในเดือนกันยายน

เบื้องหลังการขอใบรับรองแพทย์

สำหรับการเดินทางมาโรงพยาบาลในวันนี้ นายสมชัยกล่าวว่า สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อมีความประสงค์ให้ตนเองขอเอกสารจากแพทย์นิติเวชเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี

นายสมชัยกล่าวว่าความจริงแล้วตนได้เดินทางมาโรงพยาบาลแห่งนี้แล้วในการมาครั้งก่อน เพื่อให้แพทย์ดูบาดแผล แต่เนื่องจากเป็นการมาในวันหยุดสุดสัปดาห์ แพทย์นิติเวชไม่ได้เข้าเวร มีเพียงแพทย์เวรเท่านั้นที่อยู่ประจำ ทำให้ต้องมีการนัดหมายอีกครั้ง ซึ่งได้กำหนดเป็นการนัดหมายครั้งล่าสุด เพื่อให้แพทย์นิติเวชได้ตรวจอย่างละเอียด ตนจึงพยายามมาให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระบวนการสรุปคดีและส่งฟ้องล่าช้าออกไปเรื่อยๆ เมื่อแพทย์ทำการตรวจอาการ พบว่ามีเพียงรอยถลอกเล็กน้อยเท่านั้น และมีเลือดออกบ้างเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นอาการที่ไม่รุนแรง

อดีต กกต.กล่าวว่าส่วนตัวแล้วไม่แน่ใจว่าแพทย์จะต้องมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การ X-ray กระดูก หรือไม่ เพื่อตรวจสอบความเสียหายภายใน เนื่องจากตนเองก็อายุมากแล้ว อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วอาการบาดเจ็บภายนอกไม่น่าเป็นห่วงในเชิงสุขภาพ และตอนนี้ก็ไม่มีอาการเจ็บหรือปวดใดๆ แล้ว เพียงแต่รู้สึกคันมากกว่า เนื่องจากบาดแผลเริ่มตกสะเก็ดและอยู่ในระหว่างการฟื้นตัว

โต้กลับข้อกล่าวหาและกังวลความปลอดภัย

นายสมชัยยังได้กล่าวถึงประเด็นที่นายนายณัฐวุฒิ วงษ์เนียม อ้างว่าคลิปเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายที่ถูกนำเสนอออกไปนั้นเป็นภาพที่ถูกตัดต่อโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นข้อกล่าวอ้างที่น่าสนใจ

 นายสมชัยชี้แจงว่า ตนเองไม่สามารถตอบได้ว่ามีการตัดต่อหรือไม่ เพราะผู้สื่อข่าวเป็นฝ่ายนำเสนอภาพออกไปสู่สาธารณะ และขึ้นอยู่กับกล้องของผู้สื่อข่าวหลายช่องที่ถ่ายในวันนั้น ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3-4 ช่อง ซึ่งตนต้องขอตั้งคำถามกลับว่า "ต้องไปถามเองนะครับว่าเขาได้ใช้ AI ตัวไหนที่สามารถตัดต่อไปพร้อมกับถ่ายทอดสดนะครับ ผมไม่รู้เหมือนกันไม่มีความรู้"

นอกจากนี้ นายสมชัยยังกล่าวถึงประเด็นที่นายณัฐวุฒิระบุว่าจะแจ้งความตนเองในข้อหาแจ้งความเท็จ และอ้างว่ามีทีมงานทนายความบันทึกภาพเหตุการณ์จากทุกมุมไว้แล้วอย่างละเอียด

โดยนายสมชัยได้นำภาพจำนวนหนึ่งมาแสดงบน iPad ของตนเองต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อตั้งข้อสังเกตและชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูว่าบุคคลที่อ้างว่าเป็นทีมงานนั้นได้ทำอะไรอยู่ในระหว่างเกิดเหตุการณ์ นายสมชัยยังได้ชี้ภาพผู้หญิงคนหนึ่งที่มักจะเห็นมากับนายณัฐวุฒิทุกครั้งที่ไปออกรายการต่างๆ หรือทำกิจกรรมสาธารณะ

ในภาพแรกที่นายสมชัยล้มลงไปนอนแล้ว ผู้หญิงคนนี้เพิ่งเดินออกมาพร้อมกำลังโทรศัพท์อยู่ จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะกำลังถ่ายเหตุการณ์ตามที่กล่าวอ้าง ภาพถัดมาแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงคนนี้มายืนอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางงุนงง เหมือนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือเจ้านายทำให้เกิดเรื่องเดือดร้อนอีกหรือไม่ ซึ่งไม่เห็นว่ามีการยกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพแต่อย่างใด ภาพอื่นๆ ก็ยังคงแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงคนนี้ยืนงงอยู่ ไม่ได้ทำอะไร จากนั้นเธอเริ่มเดินกลับไปในทิศทางที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายเดินเข้ามา และในคลิปยังแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงคนนี้ได้กระซิบอะไรบางอย่างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างช้าๆ ไม่ได้วิ่งเข้าชาร์จทันที เพื่อกันนายณัฐวุฒิออกไป

นายสมชัยกล่าวว่าจากพฤติการณ์ของผู้หญิงคนนี้ ตนจึงขอให้สื่อมวลชนทุกสำนักย้อนดูคลิปและรายละเอียดดังกล่าว เพื่อพิจารณาว่าผู้หญิงคนนี้เป็นทีมงานที่ถ่ายทำภาพโดยละเอียดจริงตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ เพราะตนเองไม่เห็นทีมงานคนอื่นนอกจากคนนี้ และคนนี้ก็ไม่ได้ถ่ายภาพเหตุการณ์แต่อย่างใด

นายสมชัยยังกล่าวแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง โดยระบุว่าทุกคนต่างเตือนให้ตนระมัดระวังตัว เพราะไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะทำการทำร้ายหรือไม่

อดีต กกต.ยังได้ยกตัวอย่างพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงของนายณัฐวุฒิในอดีต โดยอ้างอิงถึงเหตุการณ์หนึ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นกรณีที่ลูกบ้านหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑลสาย 2 ทะเลาะกับพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) เนื่องจาก รปภ. ไม่ยอมให้เข้าหมู่บ้านเพราะไม่มีการ์ดเข้า โดยบุคคลดังกล่าวได้ใช้ถ้อยคำรุนแรง ข่มขู่ว่า "มึงไม่รู้จักกูเหรอ กูเป็นใคร กูเป็นอัยการ เมียกูเป็นตำรวจ เป็นผู้กองอยู่ในท้องที่นี้" หลังจากนั้นก็กลับมาอีกครั้งในช่วงกลางคืนพร้อมกับปืนหนึ่งกระบอก และข่มขู่ รปภ. จนกระทั่ง รปภ. คนนั้นต้องลาออกไป เนื่องจากเกรงเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง

 นายสมชัยระบุว่าในเวลาต่อมา รองอัยการสูงสุดได้แถลงข่าวว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่อัยการ แต่เป็นอดีตอัยการที่ถูกไล่ออกจากราชการในอดีต ด้วยสองสาเหตุหลักคือ การไปติดสินบนคดีเลือกตั้ง และการปลอมแปลงเอกสารช่วยเหลือผู้ต้องหายาเสพติด

นายสมชัยกล่าวว่าจากข้อมูลเหล่านี้ก็เพียงพอที่จะรู้แล้วว่าหมายถึงใคร แม้จะไม่มีการระบุชื่อก็ตาม ดังนั้นสิ่งที่ตนเองกังวลและวิตกอย่างมากคือ บุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ใช้อำนาจข่มขู่คุกคามบุคคลอื่น และใช้อาวุธปืนในที่สาธารณะ ซึ่งทำให้ตนเป็นห่วงสวัสดิภาพชีวิตอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้ ตนและทนายความจึงได้ยื่นเรื่องต่อ สน.ทองหล่อ เพื่อขอให้ถอนการประกันตัวของนายณัฐวุฒิ เนื่องจากเกรงถึงความไม่ปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตของตนเอง

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คดีฮั้วสว.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ธนพันธุ์’ จี้ ‘ไตรรัตน์’ จัดประชุม 'กสทช.' 6 คนโดยด่วน 9 ก.ย.นี้
‘ธนพันธุ์’ จี้ ‘ไตรรัตน์’ จัดประชุม 'กสทช.' 6 คนโดยด่วน 9 ก.ย.นี้