News Logo
หน้าแรก
เปิดแผลจัดสอบปี 64 ผู้บริหารอบจ. คะแนนเคลื่อน–บัญชีพลิก 27 คน

เปิดแผลจัดสอบปี 64 ผู้บริหารอบจ. คะแนนเคลื่อน–บัญชีพลิก 27 คน

31 ส.ค. 2569 13:15
ผู้ชม 356 คน

"...ความผิดพลาดดังกล่าวไม่ควรตกเป็นภาระของผู้สอบที่ผ่านการสรรหาโดยสุจริต โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผ่านการสรรหารอบแรกที่ถูกจัดลำดับใหม่ตั้งแต่ 335 ขึ้นไป จำนวน 27 คน ซึ่งเสี่ยงถูกนำตำแหน่งที่ครองอยู่ไปให้ผู้ผ่านการสรรหาเพิ่มเติมเลือก จึงเรียกร้องให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนดมาตรการเยียวยาที่เป็นธรรม คุ้มครองตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ของผู้ผ่านการสรรหารอบแรก รวมถึงตรวจสอบหาผู้รับผิดชอบต่อความผิดพลาดของกระบวนการสรรหาอย่างชัดเจน..."

ประเด็นตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกต่อเนื่อง!

กรณีการจัดสอบคัดเลือกข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นเพื่อดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ กรณีกล่าวหา คณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 กับพวก ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นั้น

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Next News นำข้อมูลบันทึกรายงานการประชุม คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายซูการ์โน มะทา สส.จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ เป็นประธาน 2 ช่วงเวลาสำคัญมาเสนอไปแล้ว คือ

1.บันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจฯ ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่มีการเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงข้อร้องเรียนขอให้ตรวจสอบกระบวนการ กรณีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็น ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2564 และการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกข้าราชการหรือ พนักงานส่วนท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร พ.ศ. 2564 ตามข้อร้องเรียนของผู้ร้องจำนวน 3 ราย ที่มีข้อสงสัยร่วมกันเกี่ยวกับ ความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบย้อนกลับได้ของกระบวนการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร พ.ศ. 2564 โดยเฉพาะกระบวนการตรวจข้อสอบและการประกาศคะแนน หลังพบข้อผิดปกติหลายประการ อาทิ ชุดข้อสอบที่นำมาให้ตรวจสอบอาจไม่ตรงกับชุดที่ผู้เข้าสอบได้รับจริงในวันสอบ กระดาษคำตอบไม่มีการบันทึกคะแนนให้ตรวจสอบ และผู้เข้าสอบไม่สามารถตรวจสอบกระดาษคำถาม กระดาษคำตอบ และเฉลยพร้อมกันได้ รวมถึงข้อสังเกตความผิดปกติของคะแนนและสัดส่วนผู้สอบผ่านตามชุดข้อสอบ โดยพบว่าผู้สอบผ่านจำนวนมากได้รับข้อสอบชุด A ขณะที่ผู้ได้รับชุด B และ C มีสัดส่วนการสอบผ่านต่ำกว่าอย่างมาก รวมถึงกรณีคะแนนปรนัยต่ำแต่คะแนนอัตนัยสูงผิดสังเกต

2.บันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจฯ ในช่วงเดือนมีนาคม 2565 ที่มีการพิจารณาเรื่องขอให้ตรวจสอบกระบวนการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น และ กรณีสรรหาข้าราชการท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งสายงานบริหาร ประจำปี พ.ศ. 2564 เพิ่มเติม ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการตรวจสอบพบว่ากระบวนการจัดสอบมีปัญหาหลายประการ อาทิ กระดาษคำถาม มีร่องรอยของการแก้ไข มีการนำมาเย็บรวมใหม่ , ลายมือชื่อของกรรมการผู้ตรวจข้อสอบ (อัตนัย) ที่กำหนดไว้ว่าต้องมีกรรมการตรวจข้อสอบ จำนวน 3 คน แต่กลับเป็นลายมือชื่อเดียวกัน

ล่าสุด สำนักข่าว Next News นำข้อมูลบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจฯ ต่อเนื่อง ในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 มาเสนอเพิ่มเติม ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ที่การพิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินการยกเลิกบัญชีและขึ้นบัญชีรายชื่อข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารตามประกาศคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2565 จากผู้ร้องเรียนรายหนึ่งที่เลือกกลุ่มภาคที่ประสงค์จะสรรหาภาคความรู้ความสามารถภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับ กระบวนการสรรหาข้าราชการ อบจ. สายงานผู้บริหารเกิดความผิดพลาดในการตรวจและประมวลผลคะแนนสอบ จากการเขียนโปรแกรมไม่สอดคล้องกับประกาศการสรรหา ทำให้คะแนนของผู้เข้าสอบบางรายคลาดเคลื่อนและมีผู้สอบผ่านเพิ่มเติม 283 คน ส่งผลให้ต้องจัดทำบัญชีผู้ผ่านการสรรหาใหม่ จากเดิม 175 คน เป็น 457 คน และทำให้ลำดับของผู้ผ่านการสรรหารอบแรกหลายรายเปลี่ยนแปลง โดยผู้ร้องจากเดิมลำดับที่ 170 ถูกเลื่อนไปเป็นลำดับที่ 424

ผู้ร้องเห็นว่า ความผิดพลาดดังกล่าวไม่ควรตกเป็นภาระของผู้สอบที่ผ่านการสรรหาโดยสุจริต โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผ่านการสรรหารอบแรกที่ถูกจัดลำดับใหม่ตั้งแต่ 335 ขึ้นไป จำนวน 27 คน ซึ่งเสี่ยงถูกนำตำแหน่งที่ครองอยู่ไปให้ผู้ผ่านการสรรหาเพิ่มเติมเลือก จึงเรียกร้องให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนดมาตรการเยียวยาที่เป็นธรรม คุ้มครองตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ของผู้ผ่านการสรรหารอบแรก รวมถึงตรวจสอบหาผู้รับผิดชอบต่อความผิดพลาดของกระบวนการสรรหาอย่างชัดเจน

ปรากฏรายละเอียดดังต่อไปนี้

ข้อร้องเรียน

เอกสาร

เอกสาร

นาง พ. ผู้ร้องเรียน นำเสนอข้อมูลต่อที่ประชุมว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีประกาศคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร เรื่อง รับสมัครสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ตนเองจึงได้สมัครสรรหาในตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย (นักบริหารงานทั่วไป ระดับต้น) และได้เลือกกลุ่มภาค ที่ประสงค์จะสรรหาภาคความรู้ความสามารถภาคใต้ (นครศรีธรรมราช)

ต่อมา วันที่ 2 เมษายน 2564 คณะอนุกรรมการสรรหาฯ ได้ออกประกาศเรื่อง รายชื่อข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดผู้มีสิทธิเข้ารับ การสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารภาคความรู้ความสามารถ โดยประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการ สรรหาตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย แยกเป็นรายภาค รวมผู้สมัครจากทุกภาคทั้งสิ้น 931 คน

ต่อมาคณะอนุกรรมการสรรหาฯ ได้เลื่อนวันประกาศกำหนดวัน เวลา สถานที่สรรหา และ ระเบียบเกี่ยวกับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร เพื่อให้สอดคล้องกับมติที่ประชุมคณะกรรมการ บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยเลื่อนออกไปเป็นภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 และเลื่อนครั้งที่สองเป็นภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2564

คณะอนุกรรมการสรรหาฯ มีมติประกาศเรื่อง กำหนดวัน เวลา สถานที่สรรหาและระเบียบ เกี่ยวกับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 โดยให้ผู้สมัครเข้ารับการ สรรหาเข้ารับการทดสอบภาคความรู้ความสามารถในวันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.00 -12.00 นาฬิกา ต่อมาในการประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาฯ ครั้งที่ 6/2564 มีมติประกาศเลื่อนวัน เวลา และสถานที่ สรรหา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังแพร่ระบาดอยู่ในวงกว้าง โดยเลื่อนเป็นวันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2564 และในการประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาฯ ครั้งที่ 8/2564 มีมติให้เลื่อนวัน เวลา และสถานที่สรรหาออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะคลี่คลาย

ต่อมาในการประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาฯ ครั้งที่ 9/2564 ได้ออกประกาศเรื่องวัน เวลา และสถานที่สรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2564 ให้ผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเข้ารับการทดสอบภาคความรู้ความสามารถในวันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 – 12.00 นาฬิกา

และในการประชุมครั้งที่ 11/2564 คณะอนุกรรมการสรรหาฯ ได้มีมติประกาศ รายชื่อข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาภาคความเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่ง สายงานผู้บริหาร และกำหนดวัน เวลา สถานที่สรรหาและระเบียบเกี่ยวกับการสรรหา ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งมีผู้ผ่านการสรรหาในตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย (นักบริหารงานทั่วไป ระดับต้น) จำนวน 175 คน

ต่อมาในการประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาฯ ครั้งที่ 12/2564 ได้มีมติประกาศเพิ่มเติม รายชื่อข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาภาคความเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่ง สายงานผู้บริหาร ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เพิ่มเติม ในตำแหน่งปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นักบริหาร งานท้องถิ่น ระดับสูง) รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นักบริหารงานท้องถิ่น ระดับสูง) ผู้อำนวยการสำนัก (นักบริหารงานช่าง ระดับสูง) และผู้อำนวยการสำนัก (นักบริหารงานการคลัง ระดับสูง) เนื่องจากปรากฏว่า การเขียนโปรแกรมคำสั่งภาคความรู้ความสามารถไม่สอดคล้องกับประกาศคณะอนุกรรมการสรรหาฯ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ข้อ 7.2 เป็นเหตุให้การประมวลผลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ไม่สมบูรณ์

ซึ่งภายหลังจากที่มีการประกาศรายชื่อเพิ่มเติมในตำแหน่งดังกล่าว มีการเคลื่อนไหวของผู้ที่สอบไม่ผ่านการสรรหาออกมาร้องเรียนผ่าน ช่องทางต่าง ๆ ว่ามีการตรวจข้อสอบผิดพลาด โดยกล่าวว่าการตรวจนั้นผู้ตรวจได้นำชุดกระดาษคำตอบของชุด A ไปตรวจกระดาษคำตอบของชุด B และชุด C จึงทำให้คะแนนของบุคคลที่ได้ชุด B และชุด C คลาดเคลื่อนไปและ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่มีรายชื่อเป็นผู้ผ่านการสรรหา

ต่อมาในการประชุมครั้งที่ 1/2565 คณะอนุกรรมการสรรหาฯ ได้ประกาศขึ้นบัญชีและยกเลิก บัญชีข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ลงวันที่ 10 มกราคม 2565 และกำหนดเรียกรายงานตัวข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย (นักบริหารงานทั่วไป ระดับต้น) ลำดับที่ 1 – 140 ซึ่งผู้ร้อง สอบได้ลำดับที่ 170 จึงยังไม่ได้ รายงานตัวในรอบนี้

ในระหว่างการเรียกรายงานตัวให้ดำรงตำแหน่งนั้น มีเหตุการณ์การร้องเรียนจากกลุ่มที่สอบ ไม่ผ่านการสรรหาในครั้งนี้หลากหลายช่องทางเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ต่อมา กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มี หนังสือ ด่วนที่สุด ที่ มท 809.6/ว 36 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2565 เรื่อง การเรียกรายงานตัวผู้ผ่านการสรรหา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย (นักบริหารงานทั่วไป ระดับต้น) ลำดับที่ 141 – 175 โดยให้ผู้ร้องไปรายงานตัวและเลือกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ประสงค์จะไปแต่งตั้งในวันที่ 21 มีนาคม 2565 ซึ่งผู้ร้องได้ไปรายงานตัวและได้ประสงค์เลือกตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป (นักบริหารงานทั่วไป ระดับต้น) สำนักงานเลขานุการองค์การบริหารส่วนจังหวัด สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่

ต่อมาสำนักงาน ก.จ. และ ก.ท. ได้มีหนังสือที่ มท 809.6/ว 54 ลงวันที่ 8 เมษายน 2565 เรื่อง การแต่งตั้งผู้ที่ผ่านการสรรหา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร โดยได้กำหนดให้ผู้ที่ผ่านการสรรหาเดินทางไปสำนักงานส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่นจังหวัดที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผู้ผ่านการสรรหาเลือกสังกัดอยู่ ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 และ ให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดตรวจสอบเอกสารหลักฐานตามแนวทางปฏิบัติในการแต่งตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ได้มีคำสั่ง ที่ 712/2565 เรื่อง ย้ายข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้ผ่านการสรรหาไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป ซึ่งผู้ร้อง ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป (นักบริหารงานทั่วไป ระดับต้น) สำนักงานเลขานุการองค์การ บริหารส่วนจังหวัด สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2565

ต่อมาในการประชุมครั้งที่ 15/2565 คณะอนุกรรมการสรรหาฯ ได้มีมติประกาศเพิ่มเติม รายชื่อข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดผู้มีสิทธิเข้ารับการสรรหาภาคความเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่ง สายงานผู้บริหาร ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2565 ทำให้มีผู้ผ่านการสรรหาเพิ่มขึ้น จำนวน 283 คน จากเดิมมีผู้ผ่าน การสรรหา จำนวน 175 ราย เพิ่มเป็นจำนวน 457 ราย เป็นเหตุให้ลำดับในบัญชีการสรรหาของผู้ร้อง เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมอยู่ลำดับที่ 170 เปลี่ยนเป็นลำดับที่ 424

คณะอนุกรรมการสรรหาฯ ได้มีบัญชีเรียกรายงานตัวให้ผู้ผ่านการสรรหาในลำดับที่ 1 – 334 ไปรายงานตัวและเลือกองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่ประสงค์จะไปแต่งตั้ง โดยมีหมายเหตุแจ้งว่า สำหรับผู้ที่ผ่าน การสรรหาและได้รับการแต่งตั้งไปแล้ว และอยู่ในลำดับที่ตามบัญชีที่เรียกรายงานตัวในครั้งนี้ ไม่ต้องเดินทาง มารายงานตัว โดยจะมีการแจ้งแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งต่อไป

ประกอบกับเมื่อพิจารณาจากหมายเหตุ ดังกล่าวสรุปได้ว่าผู้ผ่านการสรรหาในครั้งแรกตามประกาศวันที่ 10 มกราคม 2565 จำนวน 175 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มประเภท คือ

  1. กลุ่มประเภทที่ 1 ผู้ผ่านการสรรหาครั้งแรก อยู่ในลำดับที่ 1 – 24 จะไม่ได้รับผลกระทบใด เนื่องจากไม่มีผู้ผ่านการสรรหารอบเพิ่มเติมเข้าแทรก

  2. กลุ่มประเภทที่ 2 ผู้ผ่านการสรรหาครั้งแรก อยู่ในลำดับที่ 25 – 334 ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม สังกัดเดิม แต่จะต้องเปลี่ยนวันที่บรรจุแต่งตั้ง จากเดิม 1 กุมภาพันธ์ 2565 และ 2 พฤษภาคม 2565 เปลี่ยนแปลง เป็นวันที่ 3 ตุลาคม 2565 ซึ่งทำให้เสียโอกาสการเจริญเติบโตในตำแหน่งหน้าที่ถึงแปดเดือน และสามเดือน ตามลำดับ

  3. กลุ่มประเภทที่ 3 ผู้ผ่านการสรรหาครั้งแรก อยู่ในลำดับที่ 335 ขึ้นไป จะต้องกลับสู่ตำแหน่งเดิม โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสังกัดปัจจุบันกำหนดตำแหน่งในระดับสายงานเดิมรองรับไว้ชั่วคราวก่อนได้รับ การแต่งตั้ง หรือมีการโอน ย้ายตำแหน่ง หากตำแหน่งว่างให้ยุบเลิก กรณีได้รับเงินประจำตำแหน่งในตำแหน่ง สายงานเดิมก่อนเป็นผู้ผ่านการสรรหาก็ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราเดิม ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงการใด ที่ผู้ได้รับผลกระทบได้ปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ และการได้รับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจาก ทางราชการ และตำแหน่งที่ผู้ผ่านการสรรหาครั้งแรกครองอยู่นั้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะนำตำแหน่ง ไปให้ผู้ที่ผ่านการสรรหาเพิ่มเติมลำดับที่ 25 – 334 เลือก เพื่อลงปฏิบัติหน้าที่และครองตำแหน่งแทนในวันที่ 3 ตุลาคม 2565

ในวันที่ 15 สิงหาคม 2565 ได้มีผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ลำดับที่ 101 เลือกลงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักงานเลขานุการองค์การบริหารส่วนจังหวัด กระบี่ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผู้ร้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้ และปัจจุบันยังไม่มีหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติหรือ การเยียวยาที่เป็นธรรมออกมาให้ได้รับทราบ จะเห็นได้ว่าผู้ที่ผ่านการสรรหาในครั้งแรกและเมื่อเรียงลำดับใหม่ แต่ไม่เกินลำดับที่ 334 นั้น ได้รับการคุ้มครองโดยมิต้องนำตำแหน่งที่ครองอยู่ในปัจจุบันมาให้ผู้ที่ผ่านการสรรหา ใหม่เลือก จึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่เป็นธรรมกับผู้ร้อง เนื่องจากการเข้าสู่ตำแหน่งสายงานผู้บริหารที่ได้รับ การสรรหาในครั้งแรกเป็นไปตามกระบวนการเดียวกัน

ดังนั้น ควรที่จะคุ้มครองผู้ที่ผ่าน การสรรหาในรอบแรก โดยหลักเกณฑ์เดียวกันทั้งบัญชี แต่เมื่อเรียงลำดับใหม่ได้ลำดับที่สูงกว่าหรือมากกว่าลำดับที่ 334 กลับถูก ดึงตำแหน่งที่ครองอยู่ไปให้ผู้ที่ผ่านการสรรหาเพิ่มเติมเลือกและสามารถมาครองตำแหน่งแทนได้ทำให้ผู้ร้องได้รับ ความเดือดร้อนเสียหาย เนื่องจากผู้ร้องเข้ามาในตำแหน่งโดยความสุจริตและถูกต้องตามกระบวนการสรรหา ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นข้อผิดพลาดในขั้นตอนการดำเนินการสรรหาของคณะอนุกรรมการสรรหาฯ ที่มีหน้าที่กำกับ ดูแล ควบคุมการดำเนินการของผู้รับจ้างในฐานะคู่สัญญา ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต้องดำเนินการฟ้องร้อง เรียกค่าปรับหรือส่วนใดส่วนหนึ่งตามสัญญาเพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรม และควรใช้หลักการเยียวยา ที่เป็นคุณกับผู้ผ่านการสรรหาในรอบแรกที่อยู่ในกลุ่มประเภทที่ 3 จำนวน 27 คน อย่างเป็นธรรม ดังนี้

1.ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาหลักเกณฑ์ แนวทางการเยียวยาให้แก่ผู้ผ่าน การสรรหารอบแรกที่อยู่ในลำดับ 335 ขึ้นไป จำนวน 27 คน อย่างเป็นธรรม ดังนี้

1.1 เห็นควรใช้หลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติเดียวกับผู้ผ่านการสรรหารอบแรกที่อยู่ในกลุ่มที่สอง เนื่องจากทั้ง 27 คนเข้ารับตำแหน่งโดยความชอบธรรม ถูกต้องตามการสรรหาทุกประการ จึงควรได้รับความ คุ้มครองในทำนองเดียวกัน คือ ให้อยู่ในสังกัดเดิมแต่เปลี่ยนสถานการณ์ครองตำแหน่งเป็นรักษาการในตำแหน่ง แทน เมื่อมีการเรียกบรรจุแต่งตั้งถึงลำดับของตนจึงปรับเป็นตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายในสังกัดที่ตนครองอยู่เดิม

1.2 สำหรับแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับอายุบัญชี การขึ้นบัญชี การยกเลิกบัญชี และการเรียก รายงานตัวข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารตามประกาศ ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2565 ไม่ควรกำหนดอายุบัญชี เพื่อให้ผู้ผ่านการสรรหาทุกคนได้รับการบรรจุแต่งตั้งได้หมดบัญชี ซึ่งถือว่าเป็น หลักการเยียวยาที่พึงปฏิบัติ

1.3 ผู้ผ่านการสรรหาในรอบแรกไม่ว่าจะอยู่ในลำดับที่เท่าใดจะได้รับผลกระทบในเรื่องวัน บรรจุแต่งตั้ง จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเยียวยาโดยการให้ผู้ที่ผ่านการสรรหาในรอบแรกยังคงได้รับ งินเดือนในแท่งอำนวยการต้น และให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราเดิมต่อไป เนื่องจากเป็นการชดเชย ให้ผู้ผ่านการสรรหาในรอบแรกที่ต้องเสียระยะเวลาการบรรจุแต่งตั้งไปก่อนหน้านี้

เอกสาร

เอกสาร

2.หากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไม่สามารถดำเนินการตามข้อ 1 ได้ ให้ระงับยับยั้ง การลงปฏิบัติหน้าที่ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 ตุลาคม 2565 ออกไปก่อน จนกว่าจะมีข้อเท็จจริงและหาผู้กระทำการ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือจงใจกระทำให้มารับผิดชอบและชี้แจงข้อเท็จจริงได้แล้วเสร็จ

3.หากไม่สามารถดำเนินการตามข้อ 2 ได้ ขอให้พิจารณาการดำเนินการที่เกิดจากการประมาท เลินเล่ออย่างร้ายแรงนี้ให้ผู้รับจ้างตามสัญญาจ้างดำเนินการจัดการสอบใหม่ทั้งหมด โดยมีคณะอนุกรรมการสรรหาฯ กำกับดูแลอย่างใกล้ชิดมิให้เกิดปัญหาซ้ำอีก

4.เห็นควรทบทวนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการสรรหาข้าราชการองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดให้ดำรงตำแหน่งในสายงานผู้บริหารเองตามหลักการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะอนุกรรมการสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ดำรง ตำแหน่งในสายงานผู้บริหารอย่างใกล้ชิด

ภายหลังจากที่ประชุมได้รับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงจากผู้ร้องเรียนแล้ว กรรมาธิการได้แสดงความคิดเห็น และตั้งข้อสังเกต ดังนี้

  1. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นควรพิจารณาแนวทางการเยียวยาให้กับกลุ่มผู้ผ่านการสรรหา ในรอบแรกเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

  2. เหตุใดจึงดำเนินการยกเลิกประกาศ และมีประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาเพิ่มเติม รวมทั้ง มีการเรียงลำดับบัญชีผู้ผ่านการสรรหาใหม่

  3. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเห็นด้วยกับข้อเสนอหลักเกณฑ์การเยียวยาของผู้ร้องเรียน หรือไม่

  4. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีวิธีดำเนินการเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของผู้ได้รับการแต่งตั้ง ไปแล้วแต่ต้องกลับสู่ตำแหน่งเดิมเนื่องจากมีการจัดลำดับบัญชีใหม่อย่างไร

  5. เคยมีการนำระบบการผลิตข้อสอบ การเขียนโปรแกรมคำสั่งประมวลผลและการตรวจข้อสอบ มาใช้หรือไม่ เหตุใดจึงเกิดความผิดพลาด

ด้านผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า หลังจากที่กลุ่มผู้เข้ารับการสรรหา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร (กลุ่มกบกระโดด) ขอตรวจสอบคะแนนการสอบภาคความรู้ความสามารถและ มีการตรวจนับคะแนนใหม่ ทำให้มีผู้ผ่านการสรรหาเพิ่มขึ้น 283 คน และเข้าสู่กระบวนการสอบสัมภาษณ์ ทั้งนี้ การสอบของผู้ผ่านการสรรหากลุ่มแรก (175 คน) และกลุ่มที่สอง (283 คน) เกิดขึ้นในครั้งเดียวกันจึงต้อง เรียงลำดับคะแนนและจัดทำลำดับบัญชีผู้ผ่านการสรรหาใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ผ่านการสรรหา ทั้งสองกลุ่ม คณะอนุกรรมการสรรหาฯ ได้กำหนดวิธีดำเนินการและมาตรการเยียวยา แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่หนึ่ง กลุ่มที่ได้รับการแต่งตั้งในรอบแรก จำนวน 24 คน ไม่ได้รับผลกระทบใดเนื่องจาก เมื่อเรียงลำดับคะแนนใหม่แล้วไม่มีผู้ผ่านการสรรหารอบเพิ่มเติมเข้าแทรก

กลุ่มที่สอง กลุ่มผู้ที่ผ่านการสรรหาครั้งแรกแล้วมีผู้ผ่านการสรรหารอบเพิ่มเติมเข้าแทรก ตามประกาศ หลักเกณฑ์ และกฎที่เกี่ยวข้องกำหนดให้การแต่งตั้งต้องเรียงตามลำดับ ดังนั้น ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง ในรอบแรกแต่มีคะแนนน้อยกว่า เมื่อเรียงลำดับคะแนนใหม่แล้วจึงมีผู้ผ่านการสรรหารอบเพิ่มเติมแทรก กลุ่มนี้ จึงต้องเปลี่ยนแปลงวันบรรจุแต่งตั้งเป็นไม่ก่อนวันที่ 3 ตุลาคม 2565 และการเปลี่ยนแปลงวันบรรจุแต่งตั้งไม่มี ผลกระทบกับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับไปแล้ว

กลุ่มที่สาม กลุ่มผู้ที่ผ่านการสรรหาครั้งแรก และอยู่ในลำดับที่ 335 ขึ้นไป เนื่องจากในขณะนี้ มีกรอบอัตราว่าง 334 อัตรา ผู้ที่อยู่ในลำดับที่ 335 ขึ้นไปจึงยังไม่ถึงลำดับที่จะเรียกแต่งตั้ง กรณีผู้ผ่านการสรรหา รอบแรก (175 คน) ได้รับการแต่งตั้งไปแล้ว แต่เมื่อมีการเรียงลำดับคะแนนใหม่ ลำดับในบัญชีได้เปลี่ยนแปลงไป จึงยังไม่ถึงลำดับที่จะเรียกแต่งตั้ง จำเป็นต้องให้กลับสู่สถานะเดิมโดยให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดที่แต่งตั้งและ สังกัดอยู่ในปัจจุบันกำหนดตำแหน่งเดิมขึ้นมาและให้ครองตำแหน่งนั้นก่อนจนกว่าจะถึงลำดับในบัญชีแล้วจึงแต่งตั้ง สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับไปแล้วนั้นไม่ต้องคืนจึงไม่กระทบสิทธิใด ๆ

ขณะนี้คณะอนุกรรมการสรรหาฯ ได้ดำเนินการเร่งรัดให้จังหวัดรายงานตำแหน่งว่าง มายัง คณะอนุกรรมการ รวมถึงขอความร่วมมือปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดรายงานตำแหน่งว่างรวมถึงกำหนดตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อรองรับการกลับมาครอง ตำแหน่ง

กรณีที่ผู้ร้องเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการสรรหาบุคลากรเองนั้น ขณะนี้ คณะกรรมการกลางได้กำหนดกฎเกี่ยวกับการสอบ โดยการสอบในตำแหน่งระดับต้นและระดับกลาง ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ให้ ก.จังหวัด เป็นผู้ดำเนินการสรรหา ยกเว้นตำแหน่งที่มีความสำคัญและมีความจำเป็น ยังคงให้ ก.กลาง เป็นผู้สรรหาอยู่ เช่น ตำแหน่งระดับสูง เป็นต้น

กรณีการขอให้ระงับการแต่งตั้งในวันที่ 3 ตุลาคม 2565 นั้น ตามหลักเกณฑ์แล้วจำเป็นต้อง ดำเนินการแต่งตั้งเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเรื่องอื่น ๆ และในระหว่างนี้หากองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายงาน ตำแหน่งว่างมายังคณะอนุกรรมการสรรหาฯ ก็จะดำเนินการเรียกแต่งตั้งตามลำดับที่ขึ้นบัญชีไว้

ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ว่าจ้าง โรงพิมพ์ บริษัท ทีเคเอส จำกัด ดำเนินการเกี่ยวกับการสอบ โดยเมื่อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำส่งต้นฉบับ ข้อสอบชุด A ไปยังโรงพิมพ์แล้ว โรงพิมพ์จะดำเนินการจัดทำข้อสอบชุด B และข้อสอบชุด C ตามลำดับ ทั้งนี้ ขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะตรวจเฉพาะข้อสอบชุด A เท่านั้น สำหรับ กระบวนการขั้นตอนการพิมพ์ การจัดส่งข้อสอบ การเก็บและการนำข้อสอบมาตรวจจะเป็นกระบวนการของโรงพิมพ์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยึดถือความถูกต้อง เป็นธรรม และโปร่งใสในการจัดสอบ ทั้งนี้ ไม่ว่า การจัดสอบจะใช้ระบบใดก็อาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ซึ่งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบ และดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว ดังนั้น การที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ตรวจคะแนนใหม่ให้ถูกต้อง จึงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลำดับการขึ้นบัญชี และส่งผลกระทบไปยังผู้ผ่านการสรรหาในรอบแรก

เมื่อที่ประชุมได้อภิปรายและรับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการยกเลิกบัญชีรายชื่อ ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดผู้ผ่านการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหารแล้ว ผู้แทนกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นขอรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นรับเรื่องไปพิจารณาดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ และมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นรับเรื่องไปพิจารณาศึกษา และรายงานผลให้คณะกรรมาธิการทราบต่อไป

สำหรับ ตัวแทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่เข้าชี้แจงข้อมูลครั้งนี้ มี 4 ราย คือ 1.ดร.พรรณรัตน์ ดิษฐ์เจริญ ผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2. ดร.วิน ซึ่งใช้ชื่อและตำแหน่ง ดร.อัศวิน โชติพนัง ในฐานะที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม , นางสาวผกากรอง ยอดผกา คณะทำงาน และนางสาวณัฐธิดา แก้วศรีม่วง คณะทำงาน

ส่วนตัวแทนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มี 4 ราย คือ 1. นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2. พ.จ.อ.ชนินทร์ ราชมณี ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น 3. นายปิยะ คังกัน รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น และ นายธวัชชัย ตันสุรีย์ พนักงานวิเคราะห์นโยบายและแผน

เอกสาร

เอกสาร

จากข้อมูลทั้งหมดชี้ให้เห็นเงื่อนปมสำคัญหลายประการ

ในส่วนผู้ร้องเรียน มีเงื่อนปมสำคัญ 6 ข้อ คือ

  1. ปมโปรแกรมประมวลผลคะแนนผิดพลาด
    การเขียนโปรแกรมคำสั่งภาคความรู้ความสามารถไม่สอดคล้องกับประกาศการสรรหา ส่งผลให้การประมวลผลคะแนนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ไม่สมบูรณ์ และอาจทำให้ผู้เข้าสอบบางรายมีคะแนนคลาดเคลื่อน

  2. ปมการตรวจคำตอบชุด A–B–C
    มีข้อร้องเรียนว่าการตรวจข้อสอบอาจนำกระดาษคำตอบผิดชุดไปตรวจ ทำให้ผู้สอบที่ได้ชุด B และ C คะแนนคลาดเคลื่อน และอาจเป็นเหตุให้ผู้ที่ควรผ่านไม่มีชื่อในบัญชี

  3. ปม “บัญชี 175 พลิกเป็น 457 คน”
    หลังพบความผิดพลาด มีการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาเพิ่มเติม 283 คน จากเดิม 175 คน รวมเป็น 457 คน และต้องเรียงลำดับบัญชีใหม่ จนทำให้ผู้สอบผ่านเดิมหลายรายได้รับผลกระทบ

  4. ปม 27 คน “สอบผ่าน แต่ตำแหน่งสั่นคลอน”
    ผู้ผ่านการสรรหารอบแรกที่เมื่อเรียงบัญชีใหม่แล้วอยู่ลำดับ 335 ขึ้นไป จำนวน 27 คน ถูกปฏิบัติแตกต่างจากกลุ่มที่อยู่ลำดับ 1–334 โดยเสี่ยงต้องกลับตำแหน่งเดิม และตำแหน่งที่เคยครองถูกนำไปให้ผู้ผ่านการสรรหาเพิ่มเติมเลือก

  5. ปมความเป็นธรรมในการเยียวยา
    ผู้ร้องตั้งคำถามว่า เมื่อความผิดพลาดเกิดจากกระบวนการของคณะอนุกรรมการสรรหาฯ และระบบที่ใช้ในการสอบ เหตุใดผู้ที่สอบผ่านโดยสุจริตจึงต้องเป็นผู้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกรณีผู้ร้องที่ถูกเปลี่ยนลำดับจาก 170 เป็น 424 และถูกกระทบถึงตำแหน่งที่ครองอยู่

  6. ปม “ใครต้องรับผิด?”
    ประเด็นใหญ่ที่สุดคือ ความผิดพลาดเกิดจากใคร และมีการตรวจสอบความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องหรือไม่ ทั้งคณะอนุกรรมการสรรหาฯ ผู้รับจ้าง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตข้อสอบ การเขียนโปรแกรม และการตรวจประมวลผล พร้อมคำถามว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะเรียกค่าปรับหรือดำเนินการตามสัญญากับผู้รับจ้างหรือไม่

แต่เงื่อนปมที่น่าสนใจที่สุด

จากผู้ผ่าน 175 คน สู่การเพิ่มอีก 283 คน ใครทำคะแนนผิด? จนทำให้ผู้สอบผ่านเดิมหลายรายได้รับผลกระทบ ปัญหาเกิดจากอะไร?

ที่สำคัญปัจจุบันปัญหาเหล่านี้ ได้บการแก้ไขปัญหาเรียบร้อยไปแล้วหรือไม่?

อ่านประกอบ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ทุจริตสอบท้องถิ่น



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

DSI แกะรอย ‘มือขวา’ นายกฯ เฮง พบรวยผิดปกติ-ส่อตั้งบริษัทฟอกเงิน
DSI แกะรอย ‘มือขวา’ นายกฯ เฮง พบรวยผิดปกติ-ส่อตั้งบริษัทฟอกเงิน