ป.ป.ช. ชี้มูล ‘เอนก เหลืองทองคำ’ อดีตผอ.ศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดพิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์-พิจิตร กับพวก ออกโฉนดที่ดินเขาค้อ 11 แปลงมิชอบด้วยกฎหมาย
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงต่อสื่อมวลชน กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดเกี่ยวกับการออกโฉนดที่ดิน 2 เรื่อง ดังนี้
@ ‘เอนก-พวก’ ออกโฉนด 9 แปลงมิชอบ
เรื่องที่ 1 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายเอนก เหลืองทองคำ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการที่ดินชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดพิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์-พิจิตร กับพวก กรณีร่วมกันดำเนินการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศกำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดิน จำนวน 58 จังหวัด ตามโครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ซึ่งรวมจังหวัดเพชรบูรณ์ด้วย กำหนดวันเริ่มต้นทำการสำรวจตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายนพ.ศ. 2553 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554 และกำหนดให้ทำการสำรวจรังวัดปักหลักเขตที่ดินรังวัดทำแผนที่ สอบสวนสิทธิในที่ดิน ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้มีประกาศ ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2553 กำหนดให้ 10 อำเภอในจังหวัดเพชรบูรณ์รวมทั้งอำเภอเขาค้อ คือ ตำบลแคมป์สนและตำบลทุ่งสมอ เป็นท้องที่เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินดังกล่าว
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553 กรมที่ดินได้มีคำสั่งแต่งตั้ง
นายเอนก เหลืองทองคำ นักวิชาการที่ดินชำนาญการ เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดพิษณุโลก– เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร
นายสมควร เพิ่มกสิวิทย์ นายช่างรังวัดชำนาญงาน เป็นผู้กำกับการรังวัด (เสียชีวิต)
นางกัญจนา ดีอุดม นักวิชาการที่ดินชำนาญการ เป็นผู้กำกับการเดินสำรวจ
นายสุพรรณ รสจันทร์ นายช่างรังวัดชำนาญงาน เป็นเจ้าหน้าที่เดินสำรวจรังวัด
และนางสาธิตา จันทร์รัตน์ เจ้าพนักงานที่ดินชำนาญงานเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิ
มีอำนาจหน้าที่ตามระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขตที่ดิน พ.ศ. 2543
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เจ้าหน้าที่สำรวจรังวัดและเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิได้ร่วมกันเดินสำรวจรังวัดและสอบสวนสิทธิที่ดินในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นายศรายุทธ กวยทา ขณะนั้นดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นนายหน้าค้าขายที่ดิน และเป็นเจ้าของที่ดินเดิม เป็นผู้ติดต่อประสานงานให้เจ้าหน้าที่มาทำการสำรวจรังวัดและสอบสวนสิทธิที่ดิน และเป็นผู้นำชี้แนวเขตที่ดินและให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับรายละเอียดการได้มาซึ่งที่ดินจำนวน 7 แปลง ประกอบด้วยที่ดินของตนเอง 1 แปลง (แปลงที่ดิน เลขที่ 8617) และที่ดินที่ตนเองแบ่งขายให้บุคคลใกล้ชิดอีก 6 แปลง (แปลงที่ดินเลขที่ 8607, 8608, 8609, 8611, 8612 และ 8613) ส่วนอีก 2 แปลง ผู้มีชื่อขอออกโฉนดที่ดินเป็นผู้นำทำการสำรวจรังวัดเอง คือ นายบพิตร อมราภิบาล ขณะนั้นดำรงตำแหน่งปฏิรูปที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นคณะกรรมการกำหนดพื้นที่เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขตที่ดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ของจังหวัดเพชรบูรณ์ รับมอบอำนาจจากนายบริพัตร อมราภิบาล บุตรชาย (แปลงที่ดิน เลขที่ 8610) และนายกวี บุรินทร์กุล (แปลงที่ดิน เลขที่ 8618)
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดทำเอกสารการสำรวจรังวัดและสอบสวนสิทธิที่ดินทั้ง 9 แปลง (ใบไต่สวน น.ส. 5) โดยรับรองว่าได้ตรวจแล้วไม่เป็นที่ภูเขา ที่สงวนหวงห้าม หรือที่สาธารณประโยชน์ แล้วให้ผู้ปกครองท้องที่และผู้มีชื่อขอออกโฉนดที่ดินร่วมลงนามรับรองข้อความในเอกสารที่ดินแต่ละแปลง โดยแปลงที่ดินเดิมที่นายศรายุทธ กวยทา แบ่งขาย จำนวน 6 แปลง
ปรากฏว่านายศรายุทธ กวยทา ได้ให้เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารให้บุคคลผู้มีชื่อขอออกโฉนดที่ดินเป็นผู้ลงลายมือชื่อในเอกสารดังกล่าวในฐานะเป็นผู้นำทำการสำรวจและให้ถ้อยคำ พร้อมทั้งติดต่อประสานงานให้บุคคลดังกล่าว
ลงลายมือชื่อในเอกสาร จากนั้นได้มีการเสนอเรื่องให้ผู้กำกับการรังวัด ผู้กำกับการเดินสำรวจ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดพิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร ตรวจสอบและพิจารณาตามลำดับชั้น
ต่อมาวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554 นายเอนก เหลืองทองคำ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดพิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร ได้พิจารณาและลงนามออกโฉนดที่ดินในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้แก่ผู้ขอออกโฉนดที่ดินดังกล่าวรวม 9 แปลง คิดเป็นเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 9 ไร่ 2 งาน 24 ตารางวา ทั้งที่สภาพที่ดินปรากฏชัดแจ้งว่าอยู่บนเขา ภูเขา และมีความลาดชัน และไม่มีหลักฐานแจ้งการครอบครองมาโดยชอบก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
อีกทั้งเคยมีแนวทางที่คณะกรรมการกำหนดพื้นที่เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ได้กำหนดไว้ว่าหากพื้นที่ใดมีสภาพปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับความลาดชัน (ตั้งแต่ 35 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป) จะต้องตรวจสอบและสอบทานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อน
ซึ่งต่อมาความปรากฏตามผลการตรวจสอบของกรมพัฒนาที่ดินและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าที่ดินทั้ง 9 แปลง ดังกล่าว อยู่ในพื้นที่กันออกจากป่าไม้ชื่อ “ป่าหมายเลข 22” เดิมให้เป็นที่จัดสรรเพื่อการเกษตรกรรมหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2509 ให้กรมประชาสงเคราะห์จัดตั้งนิคมสร้างตนเองชาวเขา ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ของโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อถึงลุ่มน้ำชุน จังหวัดเพชรบูรณ์อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
อีกทั้งยังพบว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตเขาตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณที่หวงห้าม ตามมาตรา 9 (2) แห่งประมวลกฎหมายที่ดินฉบับลงวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2523 และมีความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามประกาศนโยบายป่าไม้แห่งชาติที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2528 อีกด้วย อันต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 กรณีจึงเป็นการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อที่ดินของรัฐ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
1. การกระทำของนายเอนก เหลืองทองคำ นางกัญจนา ดีอุดม นายสุพรรณ รสจันทร์ และนางสาธิตา ผจญทรพรรค หรือจันทร์รัตน์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
2. การกระทำของนายศรายุทธ กวยทา และนายบพิตร อมราภิบาล มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86
3. การกระทำของผู้ปกครองท้องที่ จากการไต่สวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไปแต่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง
4. การกระทำของผู้ขอออกโฉนดที่ดินรายอื่น จากการไต่สวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และเพื่อดำเนินการขอให้ศาลเพิกถอนโฉนดที่ดินในแต่ละแปลงดังกล่าวที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 ประกอบมาตรา 93 และให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
ทั้งนี้ ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้กรมที่ดิน พิจารณาดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินในแต่ละแปลงดังกล่าวที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61และให้ส่งเรื่องไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กับโฉนดที่ดินแต่ละแปลงดังกล่าวและเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อถึงลุ่มน้ำชุน จังหวัดเพชรบูรณ์
@ ‘เอนก-พวก’ โดนอีกคดี ออกโฉนดให้วัดผิดกม. 2 แปลง
เรื่องที่ 2 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายพิสูจน์ จันทพัฒน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก กับพวก กรณีร่วมกันดำเนินการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศกำหนดจังหวัดที่จะทำการสำรวจรังวัดทำแผนที่เพื่อออกโฉนดที่ดิน จำนวน 58 จังหวัด ตามโครงการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ซึ่งรวมจังหวัดเพชรบูรณ์ด้วย กำหนดวันเริ่มต้นทำการสำรวจตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554 และกำหนดให้ทำการสำรวจรังวัดปักหลักเขตที่ดินรังวัดทำแผนที่ สอบสวนสิทธิในที่ดิน ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีประกาศ ลงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 กำหนดให้ 10 อำเภอในจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมทั้งอำเภอเขาค้อ คือ ตำบลแคมป์สนและตำบลทุ่งสมอ เป็นท้องที่เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินดังกล่าว
ต่อมาวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2553 กรมที่ดินได้มีคำสั่งแต่งตั้งนายเอนก เหลืองทองคำ นักวิชาการที่ดินชำนาญการ เป็นผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดพิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร
นายสมควร เพิ่มกสิวิทย์ นายช่างรังวัดชำนาญงาน เป็นผู้กำกับการรังวัด (เสียชีวิต)
นางกัญจนา ดีอุดม นักวิชาการที่ดินชำนาญการ เป็นผู้กำกับการเดินสำรวจ
นายสุพรรณ รสจันทร์ นายช่างรังวัดชำนาญงาน เป็นเจ้าหน้าที่เดินสำรวจรังวัด
และนางสาธิตา จันทร์รัตน์ เจ้าพนักงานที่ดินชำนาญงาน เป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิ
มีอำนาจหน้าที่ตามระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินและสอบเขตที่ดิน พ.ศ. 2543
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เจ้าหน้าที่สำรวจรังวัดและเจ้าหน้าที่สอบสวนสิทธิได้ร่วมกันเดินสำรวจรังวัดและสอบสวนสิทธิที่ดินในพื้นที่ หมู่ที่ 7 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาแก้ว เป็นผู้นำเดินสำรวจรังวัด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จัดทำเอกสาร (ใบไต่สวน น.ส. 5) และลงนามรับรองว่าได้ตรวจแล้วที่ดินแต่ละแปลงไม่เป็นที่เขา ที่ภูเขา ที่สงวนหวงห้าม หรือที่สาธารณประโยชน์ โดยมีผู้รับมอบอำนาจจากวัดพระธาตุผาแก้ว ลงชื่อเป็นผู้นำรังวัด และมีผู้ปกครองท้องที่ร่วมลงลายมือชื่อรับรองในเอกสารดังกล่าวในแต่ละแปลงด้วย
จากนั้นได้มีการเสนอเรื่องให้ผู้กำกับการรังวัด ผู้กำกับการเดินสำรวจ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดพิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร ตรวจสอบและพิจารณาตามลำดับชั้น ต่อมานายเอนก เหลืองทองคำ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดพิษณุโลก–เพชรบูรณ์–นครสวรรค์–พิจิตร ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554 ส่งเรื่องให้สำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการได้มาซึ่งที่ดินของวัดตามระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการได้มาซึ่งที่ดินของวัดวาอารามตามมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2552
ต่อมาหลังจากที่จังหวัดเพชรบูรณ์ได้พิจารณาอนุญาตตามระเบียบดังกล่าวแล้ว นายธนานนท์ ศรนารา ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายทะเบียน สำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก ก็ได้เสนอเรื่องให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก พิจารณา และเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554 นายพิสูจน์ จันทพัฒน์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ สาขาหล่มสัก ได้พิจารณา และลงนามออกโฉนดที่ดินในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้แก่วัดพระธาตุผาแก้วจำนวน 2 แปลง (โฉนดที่ดิน เลขที่ 8619 และ 8620) คิดเป็นเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 17 ไร่ 2 งาน 51 ตารางวา ทั้งที่สภาพที่ดินปรากฏชัดแจ้งว่าอยู่บนเขา ภูเขา และมีความลาดชัน และไม่มีหลักฐานแจ้งการครอบครองมาโดยชอบก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ
อีกทั้งเคยมีแนวทางที่คณะกรรมการกำหนดพื้นที่เดินสำรวจออกโฉนดที่ดินจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ได้กำหนดไว้ว่าหากพื้นที่ใดมีสภาพปัญหา หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับความลาดชัน (ตั้งแต่ 35 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป) จะต้องตรวจสอบและสอบทานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อน ซึ่งต่อมาความปรากฏตามผลการตรวจสอบของกรมพัฒนาที่ดินและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าที่ดินทั้ง 2 แปลง ดังกล่าว อยู่ในพื้นที่กันออกจากป่าไม้ชื่อ “ป่าหมายเลข 22” เดิมให้เป็นที่จัดสรรเพื่อการเกษตรกรรมหรือเพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่น ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2509 ให้กรมประชาสงเคราะห์จัดตั้งนิคมสร้างตนเองชาวเขา ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ของโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อถึงลุ่มน้ำชุน จังหวัดเพชรบูรณ์ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อีกทั้งยังพบว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตเขา ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณที่หวงห้าม ตามมาตรา 9 (2) แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ฉบับลงวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2523 และมีความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ตามประกาศนโยบายป่าไม้แห่งชาติที่คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2528 อีกด้วย อันต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 กรณีดังกล่าวจึงเป็นการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อที่ดินของรัฐ
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
1. การกระทำของนายพิสูจน์ จันทพัฒน์ นายธนานนท์ ศรนารา นายเอนก เหลืองทองคำ นางกัญจนา ดีอุดม นายสุพรรณ รสจันทร์ และนางสาธิตา ผจญทรพรรค หรือจันทร์รัตน์ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
2. การกระทำของผู้ปกครองท้องที่ จากการไต่สวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง
3. การกระทำของผู้ขอออกโฉนดที่ดิน จากการไต่สวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และเพื่อดำเนินการขอให้ศาลเพิกถอนโฉนดที่ดินในแต่ละแปลงดังกล่าวที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 ประกอบมาตรา 93 และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
ทั้งนี้ ให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้กรมที่ดิน พิจารณาดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ดินในแต่ละแปลงดังกล่าวที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 และให้ส่งเรื่องไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กับโฉนดที่ดินแต่ละแปลงดังกล่าว และเอกสารสิทธิที่ดิน ที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อ–น้ำชุน จังหวัดเพชรบูรณ์

ภาพ1




