"...จากการตรวจกระดาษคำถามปรากฏว่าชุดคำถามไม่ใช่ชุดเดียวกัน ที่ได้รับในวันสอบ และไม่ใช่ชุดข้อสอบจริง ซึ่งถ้าหากกระบวนการสอบโปร่งใส เป็นธรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะต้องนำกระดาษคำถามที่ผู้ร้องได้รับจริงในวันสอบมาให้ตรวจสอบพร้อมกับเฉลย เพื่อให้สามารถพิสูจน์ได้ว่าคำถามกับเฉลยในแต่ละข้อถูกต้องตามหลักวิชาการ ตามระเบียบและกฎหมาย ซึ่งจะเห็นได้ว่าขั้นตอนการขอ ตรวจสอบดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะผู้ร้องจะต้องจดจำเฉลยทั้ง 70 ข้อ และจดจำคำตอบ ของตัวเองอีก 70 ข้อ รวมเป็น 140 ข้อ เพื่อไปดูเทียบกับกระดาษคำถามโดยให้เวลาเพียง 20 นาที ทั้งนี้ ผู้ร้องพบว่าในตำแหน่งเดียวกัน คำถามเดียวกัน ก็ยังมีการเฉลยที่ไม่ตรงกัน..."
ประเด็นตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก
กรณีการจัดสอบคัดเลือกข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นเพื่อดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ กรณีกล่าวหา คณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 กับพวก ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ในตอนที่แล้ว สำนักข่าว Next News นำข้อมูลมาเสนอไปแล้วว่า นอกจากการตรวจสอบพบบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายซูการ์โน มะทา สส.จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ เป็นประธาน ในช่วงเดือนสิงหาคม 2565 ที่มีการพิจารณาร้องเรียนการสรรหาข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ปี 2564 และมีการเรียกตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มี ดร.วิน หรือ นายอัศวิน โชติพนัง ในฐานะที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม เข้าร่วมชี้แจงด้วย ซึ่งนับเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า ดร.วิน ผู้ต้องหาคนสำคัญในการจัดสอบบรรจุพนักงานท้องถิ่น ปี 2568 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสอบคัดเลือกข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นเพื่อดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564
สำนักข่าว Next News ยังตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้าการประชุมข้างต้นนั้น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2565 คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจฯ ที่มีนายซูการ์โน เป็นประธาน ได้มีการเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงข้อร้องเรียนขอให้ตรวจสอบกระบวนการ กรณีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็น ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2564 และการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกข้าราชการหรือ พนักงานส่วนท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร พ.ศ. 2564 ด้วย โดยหน่วยงานที่ถูกเชิญเข้าร่วมประชุม ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ชี้แจง คือ รศ.สุวิสา พัฒนเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม และ นายอัศวิน โชติพนัง คณะทำงาน
สำหรับข้อร้องเรียนต่อที่ประชุมกมธ.ฯ ครั้งนี้ ป็นข้อสังเกตถึงความผิดปกติของผลสอบ โดยผู้ร้องพบว่าผู้สอบผ่านกระจุกตัวอยู่ในข้อสอบชุด A สูงถึง 78% ขณะที่ชุด B และ C มีเพียงชุดละ 11% อีกทั้งบางตำแหน่งพบผู้สอบผ่านเรียงลำดับจำนวนมากที่ได้ชุด A ทั้งหมด และมีความแตกต่างของคะแนนอย่างมาก โดยผู้ได้ชุด B และ C หลายรายมีคะแนนรวมเพียง 20-40 คะแนน ขณะที่ผู้ได้ชุด A มีคะแนน 65-90 คะแนน จึงเกิดข้อสงสัยว่าข้อสอบและเฉลยทั้ง 3 ชุดมีความเท่าเทียมกันจริงหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้ร้องหลายรายที่ไปตรวจข้อสอบที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อ้างว่า พบข้อสอบที่นำมาให้ตรวจไม่ใช่ชุดที่ได้รับในวันสอบ ขณะที่กระดาษคำตอบจริงไม่มีการบันทึกคะแนนให้ตรวจสอบย้อนกลับได้

ภาพประกอบรายงาน
แก๊งเดียวกัน! ป.ป.ช.รับไต่สวนทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 64 คดีพิเศษ
ล้างบางโกงสอบท้องถิ่นจากปี 64 สู่ 68 'ดร.วิน' ตัวเชื่อมโยงใช่หรือไม่?
จับพิรุธ? จัดสอบปี64 ม.เกษตรฯ ตัดราคางานคู่แข่ง50% -บัญชีกบกระโดดโผล่
ป.ป.ช.แกะรอยเส้นทางเงิน ดร.วิน พบหมุนเวียนผ่านบัญชีนับ 1,000 ล้าน
ชัดแล้ว! 'ดร.วิน' เอี่ยวจัดสอบปี 64 ชื่อหราร่วมคณะม.เกษตรฯ แจง กมธ.
พบหลักฐานเด็ด! ดร.วินร่วมแจงปมสอบปี 64 ข้อสอบไม่ตรงชุด-คะแนนส่อพิรุธ
ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดข้อร้องเรียนเกี่ยวกับข้อร้องเรียนขอให้ตรวจสอบกระบวนการ กรณีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็น ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2564 และการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกข้าราชการหรือ พนักงานส่วนท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร พ.ศ. 2564 และคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชุมครั้งนี้

เอกสาร

เอกสาร
ในการประชุมครั้งนี้ มีข้อร้องเรียนจาก ผู้ร้อง 3 ราย ปรากฏรายละเอียดดังต่อไปนี้
ผู้ร้องเรียนรายแรก
ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า เนื่องจากผู้ร้องได้มีรวบรวมข้อมูลของผู้ที่ สอบผ่านการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งสายงาน ผู้บริหาร ซึ่งปรากฏว่าผู้ที่ผ่านได้ข้อสอบชุดเอ คิดเป็นร้อยละ 78 ชุดปี คิดเป็นร้อยละ 11 และชุดซี คิดเป็น ร้อยละ 11 ซึ่งเมื่อได้มีการตรวจสอบกระดาษคำถาม กระดาษคำตอบปรากฏว่า ผู้ที่สอบไม่ผ่านจะได้ข้อสอบ ชุดบี และชุดซี เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตรงกับสถิติที่ได้รวบรวมข้อมูลไว้
ทั้งนี้เมื่อได้เก็บข้อมูลเพิ่มเติม พบว่ามีความผิดปกติของผู้สอบผ่าน ที่ไม่น่าเป็นไปได้จากบัญชีของทุกตำแหน่ง ทุกภาค โดยชุดเอ มีเกณฑ์สอบผ่านสูงมาก และในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไปมีผู้ที่สอบผ่านในลำดับที่ 1 - 191 มีการคละกัน ทั้งชุดเอ ชุดบี และชุดซี แต่จากลำดับที่ 192- 535 มีผู้สอบผ่านจากชุดเอทั้งหมดซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้
ข้อมูลความผิดปกติเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ผู้ร้องเก็บสถิติจากผู้เข้าสอบ และเมื่อได้ตรวจสอบคะแนนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปรากฏว่าผู้เข้าสอบที่ได้ชุดบี กับชุดซี ได้คะแนนปรนัยที่ต่ำมากเมื่อรวมกับคะแนนอัตนัยแล้วอยู่ที่ระหว่าง 20 ถึง 40 คะแนน แต่ในขณะที่คนที่ได้ชุดเอ กลับได้คะแนน 65 ถึง 90 คะแนน เหตุใดผู้ได้ข้อสอบชุดเอถึงได้ คะแนนสูงมาก ทั้งที่ข้อสอบทั้งสามชุดไม่ได้มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด เพียงแต่จำแนกข้อสอบชุดเอ ชุดปี ชุดซี เพื่อป้องกันการทุจริตเท่านั้น ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยว่าข้อสอบชุดเอ จะง่ายกว่าข้อสอบชุดบีหรือชุดซี
ส่วนตัวผู้ ร้องก็ได้ประเมินตนเองจากการเฉลยข้อสอบของสถาบันกวดวิชาต่างๆ ปรากฏว่าได้คะแนนปรนัย 45 คะแนน แต่เมื่อตรวจสอบคะแนนในเว็บไซต์และที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ปรากฏว่าได้คะแนนรวมอัตนัยและปรนัย 31.40 คะแนน
อย่างไรก็ตามผู้ร้องได้รวบรวมข้อมูลผู้ที่ไปตรวจสอบคะแนนกระดาษคำถาม กระดาษคำตอบที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 5 ราย ปรากฏว่า ชุดข้อสอบที่ได้ตรวจสอบไม่ใช่ชุดที่ได้รับในวันสอบ
เพราะแต่ละคนสามารถจดจำคำถามข้อที่ 1 ของตนเองได้ ชุดคำถามดังกล่าวถูกจัดทำขึ้นมาใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นชุดต้นฉบับ
ส่วนกระดาษคำถาม คำตอบของผู้เข้าสอบไม่ได้อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะเป็นผู้จัดเตรียมและส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งเมื่อตรวจสอบคะแนนปรนัย พบว่าต้องนำชุด เฉลยของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาตรวจกับกระดาษคำตอบปรนัย โดยไม่มีโจทย์หรือชุดคำถามให้ ตรวจสอบเปรียบเทียบ
และเมื่อได้คะแนนปรนัยแล้วก็ให้นำไปหักลบกับคะแนนในเว็บไซต์ ก็จะได้ทราบ คะแนนอัตนัย โดยวิธีดังกล่าวทำให้ผู้ที่ไปดูคะแนนได้เห็นว่าคะแนนอัตนัยของแต่ละคนค่อนข้างสูง และบาง รายเมื่อตรวจกระดาษคำตอบปรนัยกับเฉลยของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแล้วปรากฏว่าได้คะแนนปรนัย เพียง 9 คะแนนจากคะแนนเต็ม 70 คะแนน แต่ได้คะแนนอัตนัยเกือบเต็ม
ส่วนประเด็นเรื่องการจัดทำขอบเขตและรายละเอียดของข้อสอบในตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย ระดับต้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะเป็นผู้ออกข้อสอบ ส่วนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จะออกข้อสอบของ ระดับกลางและระดับสูง ซึ่งในขอบเขตและรายละเอียดของข้อสอบระบุว่าการตรวจกระดาษคำตอบปรนัย จะต้องพิมพ์คะแนนลงบนกระดาษคำตอบปรนัย
แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ไม่มีการพิมพ์คะแนนใดๆ ลงบน กระดาษคำตอบปรนัย ทำให้เกิดความสงสัยว่าชุดเฉลยมีความคลาดเคลื่อน หรือไม่สอดคล้องกับชุดคำถาม หรือไม่ หรือเป็นเรื่องกระบวนการนำไฟล์เฉลยส่งมอบให้กับบริษัทเอกชนรายหนึ่งผิดพลาด ซึ่งอดีตที่ผ่านมาก็ได้มี มหาวิทยาลัยออกมายอมรับว่ามีการเฉลยคลาดเคลื่อนและได้มีการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมมาแล้ว อาทิ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรจน์ รวมทั้งการสอบปลัดอำเภอที่ผ่านมาก็เข้าสู่กระบวนการศาลปกครองและได้มี การยอมรับว่าข้อสอบคลาดเคลื่อนจริง
ทั้งนี้ จึงอยากให้เกิดกระบวนการนำข้อสอบชุดจริงมาตรวจสอบเพื่อ ความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับผู้เข้าสอบ
ผู้ร้องเรียนรายที่ 2
ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า จากการตรวจกระดาษคำถาม กระดาษคำตอบที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นั้น พบว่ากระดาษคำตอบปรนัยไม่มีการบันทึกคะแนนแต่อย่าง ใด และในกระดาษคำตอบอัตนัยก็ไม่มีการบันทึกคะแนน ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนั้นจะต้องมีคณะกรรมการตรวจให้คะแนน และบันทึกคะแนนลงในกระดาษคำตอบอัตนัย
ส่วนกระบวนการตรวจข้อสอบ ก็จะมีชุดเฉลยที่เจ้าหน้าที่แจ้งว่ากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้จัดเตรียมมาให้ ซึ่งผู้ร้องจะต้องเปรียบเทียบคะแนนด้วยตัวเองระหว่างกระดาษคำตอบปรนัยกับเฉลย โดย ไม่สามารถนำปากกาดินสอเข้าไปบันทึกได้ ซึ่งการตรวจนับคะแนนดังกล่าวถือเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ไม่ เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ร้อง โดยเฉพาะการจัดสถานที่ให้ตรวจข้อสอบก็จัดให้มีการตรวจคนละชั้น กัน เช่น กระดาษคำตอบปรนัยและอัตนัยก็ให้ไปตรวจที่ชั้น 3 และให้ไปตรวจกระดาษคำถามที่ชั้น 9 ซึ่งจะเห็นได้ ว่าผู้ร้องจะต้องจดจำเฉลยไปว่าข้อสอบแต่ละข้อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเฉลยข้อใด เพื่อไปตรวจสอบ กระดาษคำถามของแต่ละข้อที่ชั้น 9 และจากการตรวจกระดาษคำถามปรากฏว่าชุดคำถามไม่ใช่ชุดเดียวกัน ที่ได้รับในวันสอบ และไม่ใช่ชุดข้อสอบจริง ซึ่งถ้าหากกระบวนการสอบโปร่งใส เป็นธรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะต้องนำกระดาษคำถามที่ผู้ร้องได้รับจริงในวันสอบมาให้ตรวจสอบพร้อมกับเฉลย เพื่อให้สามารถพิสูจน์ได้ว่าคำถามกับเฉลยในแต่ละข้อถูกต้องตามหลักวิชาการ ตามระเบียบและกฎหมาย ซึ่งจะเห็นได้ว่าขั้นตอนการขอ ตรวจสอบดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้ง โดยเฉพาะผู้ร้องจะต้องจดจำเฉลยทั้ง 70 ข้อ และจดจำคำตอบ ของตัวเองอีก 70 ข้อ รวมเป็น 140 ข้อ เพื่อไปดูเทียบกับกระดาษคำถามโดยให้เวลาเพียง 20 นาที
ทั้งนี้ ผู้ร้องพบว่าในตำแหน่งเดียวกัน คำถามเดียวกัน ก็ยังมีการเฉลยที่ไม่ตรงกัน

เอกสาร
ผู้ร้องเรียนรายที่ 3
ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า จากการที่ได้ไปตรวจกระดาษ คำถามและกระดาษคำตอบที่มหาลัยเกษตรศาสตร์ ปรากฏข้อเท็จจริงเหมือนกับผู้ร้องคนอื่นๆ คือไม่ได้รับการ อำนวยความสะดวก
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ได้ข้อสอบผิดตำแหน่ง โดยผู้ร้องเป็นผู้สมัครสอบในตำแหน่ง นักบริหารงานทั่วไปแต่ปรากฏว่าในวันสอบได้รับข้อสอบตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาซึ่งเป็นข้อสอบ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ถึง 30 ข้อ และเมื่อผู้ร้องตรวจข้อสอบ ปรากฏว่า ชุดข้อสอบที่ได้ในวันสอบกลับหายไป และได้ข้อสอบของนักบริหารงานทั่วไปซึ่งตรงตามตำแหน่งมาแทน
ส่วนประเด็นต่อกระบวนการทางศาลปกครองนครราชสีมานั้น ผู้ร้องเป็นหนึ่งในหกคนที่ฟ้อง คดีต่อศาลปกครองนครราชสีมาและได้รับการพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นให้ยกฟ้อง ซึ่งขณะนี้ก็ได้ ดำเนินการอุทธรณ์คำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมูลเหตุหรือประเด็นในการอุทธรณ์เนื่องมาจากกระบวนการ พิจารณาในการไต่สวนยังขาดองค์ประกอบหลักที่สำคัญ คือ ผู้แทนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไม่ได้นำ กระดาษคำถามปรนัยและกระดาษคำถามอัตนัยมาแสดงที่ศาลปกครองนครราชสีมา เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพียงแต่นำกระดาษคำตอบอัตนัย กระดาษคำตอบปรนัยของผู้ร้องมาตรวจเทียบกับชุดเฉลยของกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น ซึ่งผู้ฟ้องทั้งหกคนได้เห็นเพียงกระดาษคำตอบปรนัยของตนเองที่ไม่มีการพิมพ์คะแนนลง บนกระดาษคำตอบ ไม่มีข้อบ่งชี้ใดใดที่พิสูจน์ว่ากระดาษคำตอบได้รับการตรวจแล้ว อย่างไรก็ตามกลับนำแผ่น การให้คะแนนของกรรมการผู้ตรวจข้อสอบอัตนัยทั้งสามท่านที่มีผลคะแนนอัตนัยที่เป็นคะแนนดิบซึ่งตัวแทน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็ไม่ได้แสดงให้ผู้ร้องตรวจสอบ โดยอ้างว่าผิดพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และไม่แจ้งคะแนนสุทธิให้ผู้ร้องทราบ
โดยอ้างว่าในการคำนวณไม่สามารถนำมารวมกัน แล้วคิดค่าเฉลี่ยและสรุปเป็นคะแนนสุทธิได้ โดยจะต้องนำไปคิดคำนวณด้วยสูตรคำนวณที่มีความสลับซับซ้อน ที่ทราบเฉพาะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เท่านั้น ตัวแทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไม่ทราบสูตรการ คำนวณ และไม่ทราบหลักเกณฑ์การให้คะแนน
ส่วนลักษณะของเอกสารที่ตัวแทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนำมาแสดงและอ้างว่าเป็นเฉลยข้อสอบปรนัยทั้งสามชุดนั้น ก็ไม่อาจเชื่อถือได้ เนื่องจากในเอกสารที่อ้าง ว่าเป็นชุดเฉลยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ไม่ได้มีการลงลายมือชื่อรับรองเอกสารและไม่มีตราประทับที่ แสดงว่าเป็นเอกสารของหน่วยงานใด ชุดเฉลยทั้งสามชุดเป็นเอกสารที่มีความสำคัญต่อคดีในการนำมาแสดง ต่อศาลซึ่งควรจะมีการรับรองโดยผู้มีอำนาจหรือเจ้าของข้อมูล ซึ่งตัวแทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก็ไม่ได้แสดงและไม่ยินยอมให้ศาลสำเนาหรือมอบเฉลยข้อสอบปรนัยทั้งสามชุดไว้ต่อศาล โดยอ้างว่าเป็นลิขสิทธิ์ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจะต้องนำกลับไปส่งคืนให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงเป็นเหตุให้สงสัย ในแหล่งที่มาและความน่าเชื่อถือของเอกสารดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง
ประกอบกับในการไต่สวนแสวงหา ข้อเท็จจริงที่ศาลปกครองนครศรีธรรมราชมีการสุ่มตรวจข้อสอบปรนัยของผู้ที่สอบผ่านกับชุดเฉลยของกรม ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปรากฏว่าคะแนนไม่ตรงกับที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยเกษตรได้ตรวจและบันทึกไว้ ส่วนข้อสอบปรนัยที่นำไปแสดงต่อศาลผู้ฟ้องคดีทั้ง 19 คน ยืนยันต่อศาลปกครอง นครศรีธรรมราชว่าไม่ใช่ชุดข้อสอบที่ได้รับในวันสอบ ศาลเห็นว่ามีความผิดปกติจึงมีการอายัดข้อสอบและส่ง พิสูจน์หลักฐาน

เอกสาร
จากข้อมูลคำชี้แจงข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า ผู้ร้องเรียนทั้ง 3 รายมีข้อสงสัยร่วมกันเกี่ยวกับ ความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบย้อนกลับได้ของกระบวนการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร พ.ศ. 2564 โดยเฉพาะกระบวนการตรวจข้อสอบและการประกาศคะแนน หลังพบข้อผิดปกติหลายประการ อาทิ ชุดข้อสอบที่นำมาให้ตรวจสอบอาจไม่ตรงกับชุดที่ผู้เข้าสอบได้รับจริงในวันสอบ กระดาษคำตอบไม่มีการบันทึกคะแนนให้ตรวจสอบ และผู้เข้าสอบไม่สามารถตรวจสอบกระดาษคำถาม กระดาษคำตอบ และเฉลยพร้อมกันได้
ผู้ร้องยังตั้งข้อสังเกตถึง ความผิดปกติของคะแนนและสัดส่วนผู้สอบผ่านตามชุดข้อสอบ โดยพบว่าผู้สอบผ่านจำนวนมากได้รับข้อสอบชุด A ขณะที่ผู้ได้รับชุด B และ C มีสัดส่วนการสอบผ่านต่ำกว่าอย่างมาก รวมถึงกรณีคะแนนปรนัยต่ำแต่คะแนนอัตนัยสูงผิดสังเกต นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยว่าชุดเฉลยที่นำมาใช้ตรวจอาจไม่ตรงกับข้อสอบจริง และเอกสารเฉลยบางชุดไม่มีลายมือชื่อหรือตราประทับรับรองแหล่งที่มา
อีกประเด็นสำคัญคือ การตรวจสอบข้อสอบของผู้ร้องไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างครบถ้วนว่าคะแนนที่ประกาศมาจากกระดาษคำตอบและข้อสอบฉบับจริงของผู้เข้าสอบ โดยมีการกล่าวอ้างถึงกรณีที่ผู้เข้าสอบบางรายพบว่าข้อสอบที่นำมาให้ตรวจไม่ใช่ชุดที่ได้รับจริง และมีข้อสอบผิดตำแหน่ง ขณะที่ในกระบวนการพิจารณาคดีปกครองก็มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความตรงกันของข้อสอบ เฉลย และคะแนน จนนำไปสู่การขอให้ตรวจสอบหรือพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติม
ส่วนคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างไร โดยเฉพาะในส่วนของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ขอนำเสนอรายละเอียดในตอนต่อไป
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




