News Logo
หน้าแรก
ก.ต. ให้ออกราชการ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา วิ่งเต้นช่วยคดี สส.เสียบบัตร

ก.ต. ให้ออกราชการ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา วิ่งเต้นช่วยคดี สส.เสียบบัตร

27 ก.ค. 2569 08:12
ผู้ชม 664 คน

เปิดมติ ก.ต. สั่งลงโทษวินัยร้ายแรง ให้ออกราชการ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการวิ่งเต้นช่วยคดี สส.เสียบบัตร ไปพูดคุยองค์คณะให้รอลงการลงโทษ เผยเจ้าตัวลาออกไปแล้ว หลังถูกอนุ ก.ต.ลงมติ ไม่ให้ เป็น พ.อาวุโส

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ได้เผยแพร่ข่าวผลประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 12/2569 ซึ่งมีการพิจารณารายงานผลการสอบสวนวินัย อดีตข้าราชการตุลาการ 1 ราย

กรณีมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการวิ่งเต้นคดีกับองค์คณะผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อันเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่น หรือกระทำการใดอันเป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม อันเป็นการไม่ถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการ และจริยธรรมของข้าราชการตุลาการตามที่ ก.ต. กำหนด ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 62 และมาตรา 66 ประกอบประมวลจริยธรรมข้าราชการตุลาการ ข้อ 1 ข้อ 14 ข้อ 35 และข้อ 37 เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ลงโทษให้ออกจากราชการ

รายงานข่าวแจ้งว่า อดีตข้าราชการตุลาการรายนี้ เป็นรายเดียวกับ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ที่ได้ขอลาออกจากราชการ ในช่วงเดือน กรกฎาคม 2567 ทั้ง ๆ ที่หลังจากที่พ้นตำแหน่งบริหาร ในวันที่ 30 กันยายน 2567 จะสามารถเป็นผู้พิพากษาอาวุโส ไปจนถึงอายุ 70 ปี

ส่วนเหตุผลที่ผู้พิพากษาศาลฎีการายนี้ขอลาออกจากราชการ เนื่องจากช่วงนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษารวมถึงการพิจารณาว่าผู้พิพากษาซึ่งอยู่ฝ่ายบริหารและต้องพ้นตำแหน่งเมื่ออายุครบ 65 ปี จะไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสที่ศาลไหนอย่างไร โดยขั้นตอนการพิจารณารายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายจะต้องผ่านการพิจารณาของอนุกรรมการตุลาการ(อนุ ก.ต.) ก่อน แล้วจึงส่งให้คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) พิจารณาอีกครั้ง

แต่ปรากฏว่า อนุ ก.ต. มีมติไม่ให้ผู้พิพากษาศาลฎีการายนี้เป็นผู้พิพากษาอาวุโส เนื่องจากมีการหยิบยกกรณีที่ผู้พิพากษารายนี้ไปพูดกับองค์คณะของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งนักการเมืองให้รอการลงโทษสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่เสียบบัตรแทนกันในคดีนางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กับพวก แต่ในที่สุด องค์คณะพิพากษาให้จำคุกโดยไม่รอการลงโทษ

โดยเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดี อม.อธ.6/2566 อัยการสูงสุด (อสส.) โจทก์ ยื่นฟ้องนายฉลอง เทิดวีระพงศ์ อดีต ส.ส.เขต 2 พัทลุง พรรคภูมิใจไทย, นายภูมิศิษฏ์ คงมี อดีต ส.ส.เขต 1 พัทลุง พรรคภูมิใจไทย, นางนาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นจำเลยที่ 1-3  ตามความผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 กรณีเสียบบัตร ส.ส. แทนกันในการประชุมสภา

ศาลฎีกาชั้นอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คงจำคุก 9 เดือน โดยศาลวินิจฉัยว่า การที่จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ทำนองเดียวกันว่าโทษ 1 ใน 4 ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาหนักเกินไป เนื่องจากจำเลยทั้งสามมีอายุมากแล้ว จึงขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุก ฟังไม่ขึ้น

องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากเห็นว่า การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มีโทษจำคุก 1-10 ปี การที่ศาลฎีกาวางโทษคนละ 1 ปี ก่อนลดโทษเหลือ 1 ใน 4 เป็นโทษอัตราต่ำที่สุดแล้ว ไม่มีเหตุแก้ไขโทษของจำเลย

ส่วนการขอรอลงโทษจำคุก นั้น เห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสาม ไม่ซื่อสัตย์ต่อการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่ให้รอลงโทษจำคุก เพื่อให้จำเลยหลาบจำและไม่ให้มีใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

เอกสารแถลงข่าว ก.ต.

เอกสารแถลงข่าว ก.ต.

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.ตั้งไต่สวนคดีตึกสตง.ถล่มแล้ว ชื่อผู้ถูกกล่าวหามี บิ๊กคตง. ด้วย
ป.ป.ช.ตั้งไต่สวนคดีตึกสตง.ถล่มแล้ว ชื่อผู้ถูกกล่าวหามี บิ๊กคตง. ด้วย