ฝ่ายค้านเดินหน้าเปิดหลักฐานฮั้ว สว. ภาค 2 โยงพรรคภูมิใจไทย ชี้ขบวนการ 5 ฉากยึดสภาสูง นำพยาน 4 รายแฉเส้นเงิน ค่าตอบแทน จี้ 'อนุทิน' แจงปมปฐมนิเทศ สว.-ย้ำ กกต. เร่งส่งคดีไปศาล หวั่นมีกระบวนการตัดตอน ปกป้องผู้มีอำนาจ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ได้จัดการเสวนา "เปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ภาค 2" ณ เพื่อนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมและสร้างความโปร่งใสต่อสาธารณะเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการทุจริตในการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมทั้งแสดงความกังวลว่าคดีจะไม่ถูกส่งถึงศาล เนื่องจากหน่วยงานตรวจสอบอาจไม่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา โดยมีการนำเสนอหลักฐานเชิงประจักษ์และคำบอกเล่าจากพยานบุคคลถึงสี่ราย
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า เพื่อตอบข้อกังวลที่คดีฮั้ว สว. อาจไม่ถึงศาล เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกรรมการ 4 ใน 7 ท่านที่ได้รับการรับรองและเข้าสู่ตำแหน่งโดยมติของวุฒิสภา ซึ่ง สว. ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้ นอกจากนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้แสดงท่าทีชะลอการดำเนินการโดยเฝ้ารอมติ กกต. ก่อนจะดำเนินการต่อ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเปลี่ยนปลัดกระทรวงยุติธรรม ท่ามกลางข้อครหาว่าอาจเป็นเพราะปลัดคนเดิมไม่สามารถสนองความต้องการของฝ่ายการเมืองได้หรือไม่
นายพริษฐ์กล่าวสรุปภาพรวมว่า ข้อมูลที่รวบรวมได้แสดงให้เห็นถึงขบวนการฮั้ว สว. ที่ประกอบด้วย 5 ฉากสำคัญ ดังนี้:
การวางแผนเพื่อยึดกุมวุฒิสภา: เกิดขึ้นก่อนเดือนพฤษภาคม 2567 โดยมีการเน้นจังหวัดขนาดเล็กที่มีอัตรา สว. ต่อประชากรสูง เช่น อ่างทอง สมุทรสงคราม และสตูล ซึ่งมีประชากรน้อยแต่อัตรา สว. ต่อประชากรสูงกว่าจังหวัดขนาดใหญ่
การจัดตั้งและจ้างคนมาสมัคร สว. ในระดับอำเภอและจังหวัด: เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2567
พบเส้นทางการเงินในจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่นายสุบิน ศักดา ได้รับโอนเงินจากนายณิสิตา มันชัย เสมียนของพรรคภูมิใจไทย จากนั้นนายสุบินได้โอนเงินให้กับผู้สมัคร สว. จำนวน 10 คน ในอำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าซ่อมรถ ค่าปุ๋ยทุเรียน ค่าเช่าพระเครื่อง
ในจังหวัดหนองบัวลำภู พบการโอนเงินจาก สว. สรชาติ ไปยัง น.ส. พรรณิภา ผังสุข เลขาฯ ส่วนตัวกว่า 500,000 บาท และ น.ส. พรรณิภา ได้โอนเงินให้ผู้สมัคร สว. ในหนองบัวลำภูอย่างน้อย 7 คน รวมกว่า 105,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นการชำระหนี้ ให้ยืมเงิน หรือจ้างตรวจวัดที่ดิน
ในจังหวัดอำนาจเจริญ มีการจัดงานใหญ่ของ น.ส. สุขสมรวย วันทนียกุล ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย อำเภอเมือง ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 เพียง 2 วันก่อนเปิดรับสมัคร สว. พบว่ามีอย่างน้อย 4 คนที่เข้าร่วมงานได้ไปสมัคร สว. และ 3 คนที่เข้าร่วมงานได้กลายมาเป็นทีมงาน (ผู้เชี่ยวชาญ/ผู้ชำนาญการ) ของ สว. จากอำนาจเจริญหลังการเลือกตั้ง
การรวมพลตามศูนย์ทำโพยก่อนการเลือกระดับประเทศ: เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 มีการกระจายตัวผู้สมัครไปตามศูนย์เก็บตัว 7 แห่งเป็นอย่างน้อย เช่น โรงแรมกรุงศรีรีเวอร์ อยุธยา, โรงแรมธาราแกรนด์ ปทุมธานี, วังยาวริเวอร์ไซด์รีสอร์ท นครนายก โดยพยานบางรายระบุว่ามีการพูดถึงค่าตอบแทนและมีการปรากฏตัวของนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายศุภชัย โพธิ์สุ, นายสมเจตน์ ลิมประพันธ์, นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ที่โรงแรมกรุงศรีรีเวอร์ และนายวารินทร์ ชินวงษ์, นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ("โกเกียรติ"), นายวงศกร ชนะกิจ ที่โรงแรมธาราแกรนด์ ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้จากกล้องวงจรปิดของโรงแรม
การเลือก สว. ตามโพยใบสั่ง: เกิดขึ้นในวันเลือก สว. ระดับประเทศ 26 มิถุนายน 2567 โดยมีโพยใบสั่งแพร่กระจายทั่วอิมแพ็ค เมืองทองธานี และมีการเผยแพร่คลิปที่ กกต. เดินเก็บโพยจากผู้สมัคร โดยหนึ่งในนั้นคือนายมงคล สุรสัจจะ อดีตผู้สมัคร สว. (ปัจจุบันเป็นประธานวุฒิสภา)
การปฐมนิเทศก่อนเริ่มทำหน้าที่ สว.: เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2567 โดยพยานบุคคลระบุว่ามีการประชุมของผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สว. หลักร้อยคนที่โรงแรมพูลแมนคิงเพาเวอร์ กรุงเทพฯ ในวันที่ 21 และ 27 กรกฎาคม โดยมีการให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่ มีการพูดคุยเรื่องการเลือกประธาน/รองประธานวุฒิสภา และพยานบางรายกล่าวถึงการปรากฏตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล
คำบอกเล่าจากพยานบุคคล
พันตำรวจเอก สมยศ สีบัว อดีตผู้สมัคร สว. จังหวัดภูเก็ต กลุ่ม 15 ได้กล่าวว่า หลังจากผ่านระดับจังหวัด ตนและนายศุภศักดิ์ได้รับการติดต่อจากนายวงศกร ชนะกิจ หรือ "แบงค์" อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ให้ยกเลิกตั๋วเครื่องบินเดิมและจัดหาตั๋วใหม่เพื่อเดินทางมายังกรุงเทพมหานครในวันที่ 23 มิถุนายน 2567 เพื่อรวมกลุ่มกับผู้สมัครคนอื่น มีการพาไปล่องเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยา และพาเข้าพักที่โรงแรม จากนั้นได้มีการจัดประชุมที่โรงแรมธาราแกรนด์ ปทุมธานี โดยมีนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ หรือ "โกเกียรติ" เป็นผู้บรรยายและให้จดหมายเลขผู้สมัครที่จะต้องเลือกตาม "โพย" พร้อมทั้งมีการยึดโทรศัพท์มือถือและขอเก็บเอกสาร สว. 3 นายสมยศระบุว่าตนได้ทักท้วงถึงความไม่เหมาะสมเมื่อมีการขอให้ทุกคนใส่เสื้อสีเหลืองเพื่อแสดงความจงรักภักดี โดยนายโกเกียรติระบุว่าตนเองเป็นผู้คิดสูตรนี้ขึ้นมาและหากสำเร็จ ลูกชายจะได้มีตำแหน่งในรัฐ นายสมยศเปิดเผยว่าในวันรุ่งขึ้นมีการนำเงิน 10,000 บาท มามอบให้ผู้สมัครคนอื่นในห้องพัก โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในกรุงเทพฯ ซึ่งเพื่อนผู้สมัครได้ปฏิเสธที่จะรับเงินดังกล่าว
นายทรงยศ เหมะหงส์ อดีตผู้สมัคร สว. จังหวัดภูเก็ต กลุ่ม 16 ได้ให้ข้อมูลผ่านการโฟนอินว่า ได้รับการติดต่อจากนายวาริน อ่าวทอง ให้เข้าร่วมประชุมที่โรงแรมธาราแกรนด์ ซึ่งมีนายพงศกร ชนะกิจ หรือ "แบงค์" เป็นผู้ต้อนรับและคอยสังเกตการณ์ นายทรงยศกล่าวว่ามีการจัดประชุมแยกห้องตามจังหวัด มีการยึดโทรศัพท์มือถือของผู้เข้าประชุมรวมถึงขอเก็บเอกสาร สว. 3 โดยมีนายสมเกียรติเป็นผู้บรรยายและแจกกระดาษให้จดรายชื่อผู้สมัครตามโพย นายทรงยศยืนยันว่านายนิพนธ์ เอกวานิช สว. คนปัจจุบัน ก็อยู่ในห้องประชุมนั้นด้วย และเป็นเพียงคนเดียวที่มีชื่อในโพยสำหรับจังหวัดภูเก็ต ตนไม่ได้ทำตามโพยจึงได้รับคะแนนเพียง 4 คะแนน ภายหลังเลือกตั้งมีการโทรศัพท์แจ้งว่ามีผู้สมัคร 4-5 คนไม่ลงคะแนนให้พวกเขา ซึ่งแสดงถึงการตรวจสอบย้อนหลัง
นายสมนึก สุชัยธนาวณิชย์ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่มสาธารณสุขจากสุโขทัย ได้เล่าว่า ตนได้ไปเล่าเรื่องนี้ให้ กกต. และดีเอสไอ รวมถึงคณะ 26 ฟัง โดยใช้ชื่อนามแฝงว่า "คุณไสว" ในมติชน ตนเริ่มจากการไปร้องเรียนความไม่เป็นธรรมที่ กกต. ในวันที่ 29 มิถุนายน 2567 หลังจากเลือกตั้ง 2 วัน ตนพบว่ามีคนเป็นร้อยมายื่นเรื่องที่ กกต. และได้รับคำแนะนำจากผู้พิพากษาท่านหนึ่งในการเขียนสำนวนร้องเรียน
นายสมนึกกล่าวถึงการได้รับการติดต่อจากเลขาฯ ของ "บุคคลที่ 1" ซึ่งเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น (นายอนุทิน) และเป็นประธานขับเคลื่อนกัญชาทางการแพทย์ โดยบุคคลที่ 1 ได้ที่หนึ่งของ สว. ตนได้รับการแจ้งให้ไปประชุมที่ร้านกาแฟหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเลือกผู้สมัคร 10 คนที่จะทำงานร่วมกัน ตนเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับการเลือกเข้ากลุ่ม หลังจากนั้น บุคคลที่ 1 ได้โทรศัพท์แจ้งนายสมนึกให้ไปที่โรงแรมกรุงศรีรีเวอร์ อยุธยา โดยระบุว่าการประชุมที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ซึ่งตนได้ไปเข้าร่วมและพบผู้คนกว่า 400 คน เสียค่าลงทะเบียน 600 บาท มีการยึดโทรศัพท์ และให้เลขาฯ ของบุคคลที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการ เป็นเพียง "ละครฉากหนึ่งเท่านั้น"
ที่โรงแรมกรุงศรีรีเวอร์ นายสมนึกและพี่ชายได้พบกับ "บุคคลที่ 2" ซึ่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น (สมัยนายอนุทิน) ที่กล่าวว่าพรรคพร้อมรับนายสมนึกเป็น สว. สาธารณสุข แต่ขอให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่ เพื่อควบคุมการลงคะแนนให้เป็นไปตามนโยบายพรรค นายสมนึกได้ลงนามในเอกสารดังกล่าว และในช่วงเย็นมีการสอนทำโพยโดยกลุ่มคนหนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ และมีการแก้ไขโพยบางส่วนในเวลากลางคืน มีการแจกเสื้อเหลืองให้ใส่ในวันเลือกตั้ง
นางกุสุมาวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว. จังหวัดมหาสารคาม ได้กล่าวถึงความผิดปกติในการคัดเลือก สว. ตั้งแต่ระดับอำเภอ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นฐานเสียง วันที่ 20 มิถุนายน นายทรงศักดิ์ ทองศรี ได้พานางกุสุมาวตีไปพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่รัฐสภา นายอนุทินได้ถามถึงจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือก (โหวตเตอร์) ของเธอ และให้เลขาฯ แลกไลน์กับเธอ หลังจากนั้นเธอได้โทรศัพท์หานางสุขสมรวย วันทนียกุล ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ซึ่งนางสุขสมรวยได้แจ้งว่าตำแหน่ง สว. กลุ่ม 14 "เต็มแล้ว" ทั้งที่ยังไม่มีการเลือกตั้งระดับประเทศ และกล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการจัดหาโหวตเตอร์ สว. ว่าคนหนึ่งใช้ 400 คน ซึ่งนางกุสุมาวตีเชื่อว่าเป็นการ "ฮั้ว"
นางกุสุมาวตีได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในการประชุมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งนางสุขสมรวยยอมรับว่าเป็นความจริง แต่ภายหลังได้ฟ้องคดีหมิ่นประมาทนางกุสุมาวตีถึง 4 คดี ซึ่งนางกุสุมาวตีชนะคดีทั้งหมด นางกุสุมาวตียังระบุว่านางสุขสมรวยและทีมงานมีส่วนสำคัญในการจ่ายเงินของพรรคภูมิใจไทยเพื่อจัดการให้ได้มาซึ่ง สว. โดยมีการเรียกไปรับเงินที่สำนักงานใหญ่พรรคภูมิใจไทย ชั้น 4 และให้ลงนามใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ. การได้มาซึ่ง สว. และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. และได้ยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยด้วย นอกจากนี้ ตนยังถูกนายอนุทินฟ้องคดีหมิ่นประมาทจากการเปิดเผยข้อมูล โดยศาลวินิจฉัยว่านายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรคมีหน้าที่ปกป้องพรรค
ด้านนายนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLAW) ได้กล่าวถึงความพิรุธประการหนึ่งว่ามีกรณีที่ นายสุบิน ศักดิ์ดา ซึ่งเป็นผู้ถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงิน มีประวัติรับโอนเงินหลายหมื่นบาทจาก นางนิสิตา หมั่นไชย เสมียนพรรคภูมิใจไทย ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นผู้ถูกดำเนินคดีอีกคนหนึ่ง โดยนายสุบินมีประวัติโอนเงินต่อไปยังผู้สมัคร สว. จาก อ.วิภาวดี จ.สุราษฎร์ธานี จำนวนถึง 10 คน ในวันที่ 15 มิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นเวลาเพียง 1 วันก่อนวันเลือก สว. ระดับจังหวัด

'ยิ่งชีพ' อ้างพบพิรุธผู้ช่วย สส. โอนเงิน 11 รายการก่อนวันเลือกตั้ง สว.
บทวิเคราะห์และข้อเสนอแนะ
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ให้ข้อสังเกตว่ารูปแบบของขบวนการฮั้ว สว. ที่พยานแต่ละคนเล่ามานั้นมีลักษณะที่ชัดเจนและสอดคล้องกัน แสดงให้เห็นว่าเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่เรื่องที่ถูกสร้างขึ้น พร้อมประณามการใช้สัญลักษณ์ความจงรักภักดีมาใช้ในทางมิชอบ
นายสาทิตย์ยังเรียกร้องให้ กกต. โดยเฉพาะนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ดำเนินการ "แสวงหาข้อเท็จจริง" ตามระบบไต่สวน และเตือนว่าหาก กกต. ตัดสินใจไม่ฟ้อง หรือไม่ส่งศาลในคดีนี้ อาจเผชิญข้อหาตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
นางสิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เสริมว่าการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรณีทุจริตสาธารณะได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ (มาตรา 34, 41) และกฎหมายอาญา (มาตรา 329) อาจารย์ศิริพันธ์วิเคราะห์ว่ากระบวนการฮั้ว สว. ไม่ใช่เพียงการซื้อเสียงรายบุคคล แต่เป็นการ "ซื้ออิทธิพล" เพื่อยึดกลุ่มอำนาจรัฐ โดยใช้โครงสร้างอำนาจรัฐขนาดใหญ่ และเครือข่ายทางการเมือง อาจารย์ศิริพันธ์เตือนว่า กกต. มีหน้าที่เพียงพิจารณา "หลักฐานที่พึงเชื่อได้ว่า" เพื่อส่งศาลฎีกา ไม่ใช่หน้าที่ในการพิสูจน์จน "ปราศจากข้อสงสัย" ทั้งยังแสดงความกังวลว่าหากมีการสั่งฟ้องเพียงบางส่วนโดยไม่จัดการกับ "รากแก้ว" ของปัญหา อาจนำไปสู่การเกิดปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต พร้อมเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่มาของ สว.
วิปฝ่ายค้านกดดัน กกต.
นายพริษฐ์ได้ย้ำว่าข้อมูลที่นำเสนอในวันนี้อยู่ในสำนวนของ กกต. และดีเอสไอแล้ว แต่การเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นไปเพื่อสร้างความโปร่งใสและกดดันให้หน่วยงานตรวจสอบทำงานอย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากมีความกังวลว่าคดีอาจถูก "ตัดตอน" ทั้งในรูปแบบการยกคำร้องทั้งหมด หรือการยกฟ้องบางคนอย่างแนบเนียน เพื่อปกป้องผู้ที่มีอำนาจ นายพริษฐ์กล่าวว่าหาก กกต. ยกฟ้องผู้ที่หลักฐานชัดเจน ฝ่ายค้านจะดำเนินการฟ้อง กกต. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมที่จะถึงนี้ พร้อมกับใช้กลไกของสภาในการตรวจสอบต่อไป เช่น การใช้กระทู้สอบถาม การซักถามในกลไกกรรมาธิการ หรือการตั้งกระทู้สดถึงรัฐมนตรียุติธรรม ซึ่งเคยมีกรณีที่รัฐมนตรีไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับการเกี่ยวข้องของคณะรัฐมนตรีในคดีดังกล่าว
นายพริษฐ์ยังกล่าวเสริมว่า เหตุผลที่หลายฝ่ายออกมาสื่อสารเรื่องคดีโกง สว. ในช่วงเวลานี้ ก็เพราะเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่ กกต. กำลังจะมีมติชี้ขาดทางใดทางหนึ่ง ซึ่งเดดไลน์ตามกฎหมายคือต้นเดือนกันยายน แต่คาดว่า กกต. จะมีมติในช่วงเดือนสิงหาคม ดังนั้นขณะนี้ทุกคนกำลังแข่งกับเวลาและจะทำเต็มที่ในการนำเสนอหลักฐานหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จากไอลอว์ กล่าวทิ้งท้ายว่าหาก กกต. ไม่ฟ้องใครเลย และ สว. ชุดนี้ยังคงลอยนวล จะเชิญชวนประชาชนและฝ่ายการเมืองแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา สว. และหากไม่สำเร็จ ก็อาจพิจารณาสมัครเป็น สว. ด้วยตนเอง เพื่อเข้าไปตรวจสอบกระบวนการภายในห้องคัดเลือกในอนาคต โดยชี้ว่าตนไม่มีอำนาจจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้ เข้าใจว่าคนที่มีอำนาจคือฝ่ายค้านที่จะต้องใช้กระบวนการสภาในการบีบให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และฝ่ายรัฐบาลตอบคำถาม หาก กกต. สั่งฟ้องโดยเร็ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำเสนอต่อศาลในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ตนก็จะเลิกพูดและจะรอไปนั่งฟังในศาลเอาละกัน
นายพริษฐ์กล่าวทิ้งท้ายเสวนา โดยเรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ชี้แจงสามประเด็น ได้แก่ การเข้าร่วมประชุมที่โรงแรมพูลแมนในวันที่ 21 และ 27 กรกฎาคม 2567 จริงหรือไม่ หากไปได้ประชุมกับ สว. หรือเปล่า และหากประชุมกับ สว. ประชุมกันเรื่องอะไร
ประการที่สอง นายพริษฐ์ได้ตั้งคำถามถึงนายทรงศักดิ์ ทองศรี ว่าในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเลือก สว. นั้น รู้จักกับนายสรชาติหรือไม่ หากรู้จักได้โทรคุยกันในช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ และหากโทรคุย ได้พูดคุยกันเรื่อง สว. หรือเปล่า
ประการที่สาม สำหรับ น.ส. สุขสมรวย วันทนียกุล นายพริษฐ์มีคำถามสามข้อ ได้แก่ ได้เคยคุยโทรศัพท์กับ นางกุสุมาวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว. จังหวัดมหาสารคามริงหรือไม่ กิจกรรมที่มีการจัดงานในวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 ได้มีการพูดคุยกับใครเกี่ยวกับเรื่องการไปสมัคร สว. หรือไม่ และในกระบวนการทั้งหมดนี้ เคยให้ทีมงานมีการโอนเงินให้กับผู้สมัคร สว. หรือไม่
ประการที่สี่ นายพริษฐ์ขอให้นายศุภชัย โพธิ์สุ ชี้แจงสามข้อคือ ในช่วงวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 ได้ไปที่โรงแรมกรุงศรีรีเวอร์หรือไม่ หากไปได้ประชุมกับผู้สมัคร สว. หรือไม่ และหากประชุมมีการเสนอเงินหรือเสนอตำแหน่งหรือไม่
และประการสุดท้าย นายพริษฐ์เรียกร้องให้นายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ (โกเกียรติ) ชี้แจงว่าในช่วงวันที่ 24-25 มิถุนายน ได้ไปโรงแรมธาราแกรนด์จริงหรือไม่ หากไปได้ประชุมกับผู้สมัคร สว. หรือไม่ และได้มีการเสนอเงินหรือไม่ รวมทั้งได้มีการอ้างถึงสถาบันอันเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งหรือไม่




