News Logo
หน้าแรก
รอลงอาญา! คุก 64 ปี อดีต หน.หมอฟัน รพ.ประจวบฯ - ป.ป.ช. ขออุทธรณ์สู้

รอลงอาญา! คุก 64 ปี อดีต หน.หมอฟัน รพ.ประจวบฯ - ป.ป.ช. ขออุทธรณ์สู้

22 ก.ค. 2569 06:47
ผู้ชม 5,992 คน

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'นพรัตน์ ตั้งหลักมั่นคง' อดีตหัวหน้าฝ่ายทันตกรรม โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ ทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนปฏิบัติราชการนอกเวลา ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาลงโทษ จำคุก 128 ปี รับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือ 64 ปี ได้รอลงอาญา - ป.ป.ช.ขออสส.อุทธรณ์สู้

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายนพรัตน์ ตั้งหลักมั่นคง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายทันตกรรม โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทุจริตการเบิกเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติราชการนอกเวลาราชการ ในช่วง เดือนธันวาคม 2558 ถึงเดือนมกราคม 2561 ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาว่า นายนพรัตน์ ตั้งหลักมั่นคง จำเลยมีความผิดตามคำฟ้องข้อ 2.1 -2.86 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,162 (1)(4) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 1 ปี และปรับกระทงละ 20,000 บาท คำฟ้องข้อ 2.87 – ข้อ 2.128 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) (4) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

จำคุกกระทงละ 1 ปี และปรับกระทงละ 20,000 บาท

รวมจำคุก 128 ปี และปรับ 2,560,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง

คงจำคุก 64 ปี และปรับ 1,280,000 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดของจำเลย ประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว เห็นว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่เป็นทันตแพทย์ตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา เป็นเวลาประมาณ 30 ปี นับว่ามีคุณงามความดีมาก่อน จำเลยได้บรรเทาผลร้ายในการกระทำของจำเลยโดยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์แล้ว จำเลยถูกลงโทษทางวินัยให้ปลดออกจากราชการ

เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกที่ศาลลงโทษแต่ละกระทงไม่เกินกระทงละ 5 ปี ซึ่งโทษแต่ละกระทงเห็นควรให้รอการลงโทษไว้ มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติให้ขอความอนุเคราะห์อัยการสูงสุด (อสส.) อุทธรณ์คำพิพากษากรณีรอการลงโทษจำคุกจำเลย

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
นพรัตน์ ตั้งหลักมั่นคง
อดีต หน.หมอฟัน รพ.ประจวบ
ทุจริตเบิกเงินค่าตอบแทนปฏิบัติราชการนอกเวลา
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขานชื่อชัด 31 ใน 33 บริษัทนอมินีทุนจีนเจ้าของบ้านหรู 33 หลัง 1,275 ล.
ขานชื่อชัด 31 ใน 33 บริษัทนอมินีทุนจีนเจ้าของบ้านหรู 33 หลัง 1,275 ล.