News Logo
หน้าแรก
ผบ.ตร.ประชุม 6 หน่วยลุยทุจริตโกงสอบท้องถิ่น จ่อเรียก 'ส้ม-กิจ' แจง

ผบ.ตร.ประชุม 6 หน่วยลุยทุจริตโกงสอบท้องถิ่น จ่อเรียก 'ส้ม-กิจ' แจง

9 ก.ค. 2569 17:47
ผู้ชม 71 คน

ผบ.ตร.เรียกประชุมคณะทำงานสอบโกงสอบท้องถิ่น ผนึกกำลัง 6 หน่วยงาน ลั่นเอาผิดผู้เกี่ยวข้องกว่า 6,000 คน ไม่มีการฟอกขาว เตรียมเรียก "ส้ม-กิจ" เข้าให้ข้อมูล

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกท้องถิ่น ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยมีผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.), สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมหารืออย่างเคร่งเครียดกว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที เพื่อเร่งคลี่คลายคดีการทุจริตครั้งสำคัญนี้

ภายหลังการประชุม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะทำงาน ภายใต้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดใหญ่ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยคณะทำงานได้รับมอบหมายให้รวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดประมาณ 6,000 คน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ บริษัทเอกชน หรือผู้เข้าสอบ เพื่อรายงานผลต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ เบื้องต้นได้กำหนดกรอบการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน ก่อนสรุปรายงานเสนอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาภายใน 30 วัน คณะทำงานจะตรวจสอบทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อหาว่าขั้นตอนใดของกระบวนการสอบมีความบกพร่อง และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง โดยจะแบ่งกลุ่มตรวจสอบเป็นรายกรณี หากพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิด จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอนต่อไป

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในสังคม อาทิ น.ส.กานดาภร มณีปุณยากุล หรือ ส้ม และนายพงศกรณ์ เสาร์ทน หรือ กิจ นายกเทศมนตรีตำบลควนรัง จังหวัดสงขลา รวมถึงผู้ที่โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการสอบในจังหวัดพังงา ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดว่ามีส่วนร่วมในการทุจริต แต่คณะทำงานจะเชิญบุคคลทั้งหมดมาให้ข้อมูลเพื่อประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเน้นย้ำว่าคณะทำงานไม่มีอำนาจควบคุมตัวหรือดำเนินคดีอาญา หากภายหลังพบพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับ จะเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการดำเนินการตามกฎหมาย

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังได้กล่าวเสริมว่า หากการดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามกรอบ 20 วัน ก็สามารถขยายระยะเวลาการตรวจสอบออกไปได้ แต่เชื่อมั่นว่าคณะทำงานจะรวบรวมข้อเท็จจริงและสรุปผลได้ภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมยืนยันว่าการตรวจสอบของคณะทำงานชุดนี้เป็นคนละส่วนกับคดีที่กระทรวงมหาดไทยแจ้งความกับกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงคดีร้องเรียนกรณีปลัดจังหวัดภูเก็ตเรียกรับผลประโยชน์จากการสอบท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โดยตรง

ในช่วงท้าย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยืนยันหนักแน่นว่า การตั้งคณะทำงานที่มีหลายหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบในครั้งนี้ ไม่ใช่การฟอกขาวหรือช่วยเหลือบุคคลใดเป็นพิเศษ แต่มีเป้าหมายที่แท้จริงคือการค้นหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นอีกในอนาคต เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมให้กับระบบราชการไทย.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่ใช่แค่เรือยอชต์ 2 ลำ! รวบรวม 5 เรื่อง‘อนุทิน’ไม่ตอบ-ปัดชี้แจง
ไม่ใช่แค่เรือยอชต์ 2 ลำ! รวบรวม 5 เรื่อง‘อนุทิน’ไม่ตอบ-ปัดชี้แจง