News Logo
หน้าแรก
โชว์คำสั่งเต็ม ตั้ง 'ปกรณ์' คุมทีมลุยทุจริตสอบฯท้องถิ่น ขีดเส้น 30 วัน

โชว์คำสั่งเต็ม ตั้ง 'ปกรณ์' คุมทีมลุยทุจริตสอบฯท้องถิ่น ขีดเส้น 30 วัน

6 ก.ค. 2569 19:21
ผู้ชม 36 คน

โชว์คำสั่งเต็ม 'อนุทิน' เซ็นแต่งตั้งตั้ง 'ปกรณ์' ประธานสอบขบวนการทุจริตสอบบรรจุขรก.ท้องถิ่น ให้จบใน 30 วัน รายงานนายกฯทุก10 วัน ระบุมีติวเตอร์-ข้าราชการ-ผู้จัดสอบ ทำเป็นขบวนการ รีดเงินคนเข้าสอบ

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 263/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 เพื่อดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น มีอำนาจเต็มในการตรวจสอบข้อมูลทุกมิติ และจัดทำรายงานเสนอผลต่อรัฐบาลภายในกรอบเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด คณะกรรมการชุดดังกล่าวมี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นรองประธานกรรมการ ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมจัดทำรายงานเสนอนายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 และกำหนดให้รายงานความคืบหน้าในทุก 10 วัน 

น.ส.รัชดากล่าวว่า นายกฯ กำชับให้ตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นอย่างละเอียด รอบคอบ และปราศจากข้อกังขา โดยยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และต้องชี้แจงต่อสาธารณชนได้อย่างชัดเจน

รายงานข่าวแจ้งว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 263/2559 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568

สำหรับคำสั่งตัวเต็มที่สำนักข่าว Next News ได้มามีรายละเอียดดังนี้

คำสั่งระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 อันเนื่องมาจากได้รับร้องเรียนว่า มีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่มแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ โดยมีการเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ ซึ่งจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้พบพยานหลักฐานการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบเพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้สอบแข่งขัน อันเป็นกรณีมีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่า อาจมีข้าราชการ ผู้รับจ้าง ผู้รับผิดชอบในการจัดสอบ รวมถึงบุคคลอื่น ร่วมกันกระทำการทุจริตแก้ไขคะแนนคำตอบของผู้เข้าสอบแข่งขัน ในลักษณะกระทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนเสียหายโดยตรงต่อหน่วยงานของรัฐและผู้เข้าสอบแข่งขันแล้ว การทุจริตดังกล่าวยังทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในภาครัฐ สมควรที่จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและสังคม อันจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือการเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ เพื่อมิให้เกิดการกระทำความผิดอันมีผลต่อเนื่องที่ร้ายแรงต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชนส่วนรวมเช่นนี้อีกในอนาคต

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้มี “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568” ประกอบด้วย

(1) รองนายกรัฐมนตรี (นายปกรณ์ นิลประพันธ์) ประธานกรรมการ

(2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรรมการ

(3) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการ

(4) เลขาธิการ ก.พ.ร. กรรมการ

(5) เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ

(6) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กรรมการ

(7) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม กรรมการการทุจริตในภาครัฐ กรรมการ

(8) เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การฟอกเงิน กรรมการ

(9) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมการ

(10) อัยการสูงสุด กรรมการ

(11) เลขาธิการ ก.พ. กรรมการและเลขานุการ

(12) เจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเลขาธิการ ก.พ.

มอบหมาย จำนวน 2 คน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ข้อ 2 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 และทำรายงานเสนอนายกรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการต่อนายกรัฐมนตรีทุกสิบวัน

รายงานตามวรรคหนึ่ง ให้เสนอมาตรการที่จำเป็นรวมทั้งข้อเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุเข้ารับราชการหรือการเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ เพื่อมิให้เกิดการกระทำความผิดอันมีผลต่อเนื่องที่ร้ายแรงต่อประเทศชาติเช่นนี้อีกในอนาคต

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการมีอำนาจเชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ความเห็นหรือส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เห็นว่าจำเป็นหรือเกี่ยวข้องมาเพื่อตรวจสอบ รวมทั้งอาจเชิญบุคคลภายนอกและผู้เชี่ยวชาญมาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้

ข้อ 3 คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะทำงานเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อพิจารณาศึกษาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบท้องถิ่น



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ภาวุธ’ พบ DSI แจงปมรับโอน 28 ล.คดี Forex ยันแค่เป็นพยาน ไม่มีปิดบัง
‘ภาวุธ’ พบ DSI แจงปมรับโอน 28 ล.คดี Forex ยันแค่เป็นพยาน ไม่มีปิดบัง