News Logo
หน้าแรก
ฉบับเต็ม! คำพิพากษาส.อบจ.พังงา ยื่นบัญชีฯเท็จ-คุก 6 ด.-รอลงโทษ 2 ปี

ฉบับเต็ม! คำพิพากษาส.อบจ.พังงา ยื่นบัญชีฯเท็จ-คุก 6 ด.-รอลงโทษ 2 ปี

5 ก.ค. 2569 17:48
ผู้ชม 42 คน

เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา สั่งจำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท รอลงโทษ 2 ปี 'ชัยนุวัฒน์ แพใหญ่' ส.อบจ.พังงา จงใจยื่นบัญชีฯเท็จ 2 ครั้ง-กรณีพ้นฯวาระที่ 1 ไม่ยื่นสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้-เงินฝาก-ที่ดิน-หนี้สิน รวมมูลค่า 25 ล.-เข้ารับตำแหน่งวาระที่ 2 มูลค่า 23 ล.-ป.ป.ช.เตือนแล้วแต่เพิกเฉย

สืบเนื่องสำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569  ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่านายชัยนุวัฒน์ แพใหญ่ สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พังงา  ผู้ถูกกล่าวหา จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบ และจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ผู้ร้อง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งวาระที่ 1 และกรณีเข้ารับตำแหน่งวาระที่ 2

1783051190269-d61e3cbc482afa5b

จำคุก 6 เดือน ส.อบจ.พังงา จงใจยื่นบัญชีฯเท็จ 2 ครั้ง รอลงโทษ 2 ปี

ผู้สื่อข่าวเรียบเรียงรายละเอียดคำพิพากษาคดีนี้มารายงานให้สาธารณชนรับทราบโดยทั่วกัน มีรายละเอียด ดังนี้

คดีหมายเลขดำที่ อม. 35/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 11/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง กับ นายชัยนุวัฒน์ แพใหญ่ ผู้ถูกกล่าวหาเรื่องการแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

@ ป.ป.ช. ร้อง 'ชัยนุวัฒน์' จงใจปกปิดทรัพย์สินและหนี้สิน 2 วาระ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง และ จงใจยื่นบัญชีด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ โดยมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน ทั้งในกรณีพ้นจากตำแหน่ง (วาระที่ 1) และกรณีเข้ารับตำแหน่ง (วาระที่ 2)

@ ยื่นบัญชีฯเป็นหน้าที่จนท.รัฐ

ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ และจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่ง (วาระที่ 1) และกรณีเข้ารับตำแหน่ง (วาระที่ 2) หรือไม่

เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา จึงเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามที่มีอยู่จริงต่อผู้ร้อง ภายในสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันเข้ารับตำแหน่ง และวันพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นหน้าที่สำคัญที่เจ้าหน้าที่ของรัฐพึงต้องปฏิบัติ อันเป็นมาตรการในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินเพื่อป้องกันปราบปรามผู้ใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยื่นเอกสารประกอบทรัพย์สินดังกล่าว รวมถึงยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินไม่ถูกต้องครบถ้วนในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินทั้งในกรณีพ้นจากตำแหน่ง (วาระที่ 1) และกรณีเข้ารับตำแหน่ง (วาระที่ 2) ย่อมทำให้ผู้ร้องมีเหตุขัดข้องในการตรวจสอบความมีอยู่ของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหา

@ ทรัพย์สินที่ไม่ยื่นกรณีพ้นฯวาระที่ 1 มูลค่า 25 ล.-เข้ารับตำแหน่งวาระที่ 2 มูลค่า 23 ล.

อีกทั้งยังพบว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ ทะเบียน กฉ 420 ภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ซึ่งเป็นเวลาเพียงไม่กี่เดือนก่อนที่จะยื่นบัญชีกรณีพ้นจากตำแหน่งในวาระที่ 1 โดยผู้ถูกกล่าวหาได้ชำระเงินค่างวดรถยนต์คันดังกล่าวต่อเนื่องมาตลอด นอกจากนี้ยังตรวจพบรายการบัญชีเงินฝากและรายการเงินกู้ที่มีการเคลื่อนไหวเดินบัญชีอย่างต่อเนื่อง ส่วนรายการที่ดินที่แสดงไว้ไม่ถูกต้องครบถ้วนนั้น เป็นที่ดินที่อยู่ในจังหวัดพังงาทั้งหมดซึ่งไม่เป็นการยากที่จะตรวจสอบจากสำนักงานที่ดิน อีกทั้งที่ดินบางแปลงผู้ถูกกล่าวหายังได้ทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแบ่งแยกและออกโฉนดที่ดินในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งวาระที่ 1

จากการตรวจสอบมูลค่าทรัพย์สินพบว่า รายการทรัพย์สินที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แนบเอกสารประกอบและแสดงรายการไว้ไม่ถูกต้องในกรณีพ้นจากตำแหน่งวาระที่ 1 มีมูลค่ารวมถึง 25,388,165.90 บาท ประกอบด้วย

-ไม่แนบสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2562 และเอกสารประกอบรถยนต์ทะเบียน กฉ 420 ภูเก็ต มูลค่า 3,500,000 บาท

-ไม่แสดงบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาพังงา จำนวน 318.80 บาท และบัญชี ธ.ก.ส. สาขาท้ายเหมือง จำนวน 53,917.05 บาท

-ไม่แสดงที่ดินในจังหวัดพังงา ได้แก่
โฉนดเลขที่ 10528 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า มูลค่า 3,000,000 บาท
โฉนดเลขที่ 26197 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า มูลค่า 221,637.50 บาท
โฉนดเลขที่ 17789 ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง มูลค่า 2,488,350 บาท
โฉนดเลขที่ 17259 ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง มูลค่า 357,200 บาท

-ไม่แสดงหนี้สิน ได้แก่
เงินเบิกเกินบัญชี ธ.ก.ส. สาขาท้ายเหมือง 2,967,625.52 บาท
เงินกู้ ธ.ก.ส. 4 บัญชี ยอดหนี้คงเหลือรวม 9,999,117.03 บาท

-ทรัพย์สินที่ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แล้ว ได้แก่ ที่ดินโฉนดเลขที่ 2 มูลค่า 1,300,000 บาท และโฉนดเลขที่ 15448 มูลค่า 1,500,000 บาท ใน ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง

และในกรณีเข้ารับตำแหน่งวาระที่ 2 มีมูลค่ารวม 23,103,704.23 บาท ประกอบด้วย

-ไม่แนบเอกสารประกอบทรัพย์สิน ได้แก่ สำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2563 เอกสารประกอบที่ดินโฉนดเลขที่ 26197 และ 13259 รวมถึงเอกสารประกอบรถยนต์ทะเบียน กฉ 420 ภูเก็ต มูลค่า 3,500,000 บาท

-ไม่แสดงบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย สาขาพังงา มูลค่า 993.89 บาท บัญชีธนาคารกสิกรไทย สาขาเขาหลัก มูลค่า 48,639.30 บาท และบัญชี ธ.ก.ส. สาขาท้ายเหมือง มูลค่า 76,517.05 บาท

-ไม่แสดงที่ดินในจังหวัดพังงา ได้แก่
โฉนดเลขที่ 10528 ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า มูลค่า 3,000,000 บาท
โฉนดเลขที่ 17789 ตำบลทุ่งมะพร้าว อำเภอท้ายเหมือง มูลค่า 2,488,350 บาท
โฉนดเลขที่ 15939 ตำบลท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง มูลค่า 300,000 บาท

-ไม่แสดงหนี้สิน ได้แก่
เงินเบิกเกินบัญชี ธ.ก.ส. สาขาท้ายเหมือง 3,111,249.46 บาท
เงินกู้ ธ.ก.ส. 4 บัญชี ยอดหนี้คงเหลือรวม 9,999,117.03 บาท

มูลค่าทรัพย์สินที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงทั้งสิงครั้งถือว่าเป็นมูลค่าที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินที่ผู้ถูกกล่าวหายื่นแสดงไว้ต่อผู้ร้อง ผู้ถูกกล่าวหาจึงย่อมต้องรู้ถึงความมีอยู่ของรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าวเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยยื่นบัญชีและเอกสารประกอบในกรณีเข้ารับตำแหน่งวาระที่ 1 มาก่อนแล้ว จึงย่อมทราบดีว่าตนมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องให้ถูกต้องครบถ้วน

@ เชื่อได้ว่ามีเจตนาปกปิดทรัพย์สิน-เพิกเฉยต่อคำเตือน

สำหรับข้อชี้แจงของผู้ถูกกล่าวหาที่อ้างว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพ มีภารกิจส่วนตัวอยู่ต่างจังหวัด อยู่ในระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบค้นเอกสาร และมีความสับสนในทรัพย์สินบางรายการ เช่น บัญชีเงินฝากที่เข้าใจว่าปิดไปแล้ว หรือที่ดินที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการให้ถูกต้องได้ทันนั้น

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ร้องเคยมีหนังสือแจ้งเตือนให้ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนดแล้ว แต่ผู้ถูกกล่าวหากลับเพิกเฉยโดยไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้องใดๆ ให้ทราบ อีกทั้งใบรับรองแพทย์ที่นำมาแสดงเป็นอาการป่วยที่เกิดขึ้นหลังจากเวลาที่ต้องยื่นบัญชีและหลังจากที่ผู้ร้องแจ้งเตือนมานานแล้ว รายการทรัพย์สินและหนี้สินเหล่านี้ล้วนเป็นรายการที่ตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายจากสำนักงานที่ดินและธนาคาร พฤติการณ์จึงแสดงให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจต่อหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐที่พึงต้องปฏิบัติ และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน

@ จำคุก 6 เดือน-ปรับ 10,000 บาท-รอลงโทษ 2 ปี

พิพากษาว่า นายชัยนุวัฒน์ แพใหญ่ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ และจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา (วาระที่ 1) และกรณีเข้ารับตำแหน่ง (วาระที่ 2) ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสอง (1) และวรรคสาม กับมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 167 การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่า รายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดมีหลายรายการและรวมเป็นมูลค่าสูง ทั้งเป็นรายการที่สามารถตรวจสอบได้โดยง่าย จึงให้จำคุกกระทงละ 6 เดือน และปรับกระทงละ 10,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 12 เดือน และปรับ 20,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

แท็กที่เกี่ยวข้อง
บัญชีทรัพย์สิน
จงใจยื่นบัญชีฯเท็จ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กล็อตแรก 4 พันคนที่สอบบรรจุขรก.ท้องถิ่น พบกว่า 20% ผลคะแนนไม่ตรงกัน
เช็กล็อตแรก 4 พันคนที่สอบบรรจุขรก.ท้องถิ่น พบกว่า 20% ผลคะแนนไม่ตรงกัน