"...ยิ่งเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในการประชุม กสถ. กระทรวงมหาดไทยเสนอให้ชะลอการบรรจุผู้สอบแข่งขันได้เพื่อรอผลการตรวจสอบ แต่ที่ประชุมมีมติเป็นอีกแนวทางหนึ่ง บทบาทของประธาน กสถ. และกรรมการทั้งคณะ จึงยิ่งถูกจับตามองว่าการใช้ดุลพินิจในวันนั้นเป็นไปบนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักธรรมาภิบาลเพียงใด..."
การเปิดโปงขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 กลายเป็นวิกฤตศรัทธาครั้งใหญ่ของระบบราชการไทย หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบพยานหลักฐานเกี่ยวกับการแก้ไขคะแนนสอบและรายชื่อผู้เข้าสอบจำนวนมาก จนนำไปสู่การสืบสวนของหลายหน่วยงาน และการตรวจสอบกระบวนการสอบทั้งระบบ
ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว ชื่อของ นายวันชัย จันทร์พร กลายเป็นที่จับตาในฐานะ ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งเป็นองค์กรที่มีอำนาจกำหนดนโยบายและกำกับดูแลการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
มีดูข้อมูลโพรไฟล์ นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. กันหน่อย?
@ จากสายกฎหมายท้องถิ่น สู่ผู้บริหารระดับสูง
จากการตรวจสอบประวัติ นายวันชัย จันทร์พร พบว่า สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ก่อนเข้ารับราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยตลอดระยะเวลากว่า 36 ปี เส้นทางการทำงานส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ งานกฎหมาย งานบริหารบุคคล และการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด
1. เริ่มต้นชีวิตราชการ (2531–2540)
6 ธันวาคม 2531
เริ่มรับราชการในตำแหน่ง นักการข่าว 3 สำนักงานจังหวัดชัยภูมิ
1 กรกฎาคม 2535
ได้รับแต่งตั้งเป็น ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง 4) จังหวัดชัยภูมิ
1 ธันวาคม 2536
เลื่อนเป็น ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง 5) จังหวัดชัยภูมิ
16 ตุลาคม 2538
ดำรงตำแหน่ง ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง 6) อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ
ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นการสั่งสมประสบการณ์ด้านการปกครอง การบังคับใช้กฎหมาย และการบริหารราชการส่วนภูมิภาค
2. ก้าวเข้าสู่สายกฎหมายท้องถิ่น (2540–2555)
1 กรกฎาคม 2540
ย้ายเข้าสู่ สำนักบริหารราชการส่วนท้องถิ่น กรมการปกครอง ในตำแหน่ง นิติกร 6
ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเริ่มทำงานเกี่ยวกับกฎหมายที่ใช้กำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง
17 มกราคม 2543
ดำรงตำแหน่ง ปลัดอำเภอ (เจ้าพนักงานปกครอง 7) พร้อมช่วยราชการสำนักบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
15 เมษายน 2546
ได้รับแต่งตั้งเป็น นิติกร 8 ว. กองกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น
มีบทบาทในการจัดทำและตีความกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
19 ตุลาคม 2549
เลื่อนเป็น ผู้อำนวยการกองกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น
ตำแหน่งนี้ถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งหลักของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รับผิดชอบด้านกฎหมาย การตีความระเบียบ และการให้ข้อหารือแก่หน่วยงานท้องถิ่นทั่วประเทศ
3. สายบริหารงานท้องถิ่น (2555–2560)
24 กันยายน 2555
ได้รับแต่งตั้งเป็น ท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธุ์ (อำนวยการระดับสูง)
21 ธันวาคม 2555
ย้ายเป็น ท้องถิ่นจังหวัดศรีสะเกษ
30 มีนาคม 2558
ย้ายเป็น ท้องถิ่นจังหวัดนครราชสีมา
ในช่วงนี้ รับผิดชอบกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัด ทั้งด้านการบริหารบุคคล งบประมาณ การคลัง และการปฏิบัติตามกฎหมาย
2 พฤศจิกายน 2558
ได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ถือเป็นตำแหน่งสำคัญที่ดูแลนโยบายด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ครอบคลุมหลักเกณฑ์การสรรหา การสอบแข่งขัน การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง และการพัฒนาบุคลากร
4. สู่สายบริหารจังหวัด (2560–2567)
1 ตุลาคม 2560
ได้รับแต่งตั้งเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง
8 ตุลาคม 2561
ย้ายเป็น รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี
รับผิดชอบการบริหารราชการจังหวัด การประสานงานระหว่างส่วนราชการ และการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลในระดับพื้นที่
2 ธันวาคม 2565
ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
ทำหน้าที่บริหารราชการจังหวัดนครพนมในฐานะผู้แทนรัฐบาล จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ
30 กันยายน 2567
เกษียณอายุราชการในตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม
@ช่วงชีวิตหลังเกษียณกับบทบาทหน้าที่ ประธาน กสถ.
ภายหลังเกษียณอายุราชการ นายวันชัยได้รับการแต่งตั้งเป็น ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่งมีหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับดูแล และพิจารณาแนวทางเกี่ยวกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
ทั้งนี้ กสถ. ไม่ใช่เพียงคณะกรรมการที่จัดสอบ แต่เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีดำเนินการสอบ การรับรองผลสอบ การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ตลอดจนพิจารณาประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นภายหลังการสอบ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการสอบ กสถ. คือองค์กรที่มีบทบาทโดยตรงในการกำหนดทิศทางการดำเนินการในระดับนโยบาย
@ จุดเปลี่ยน เมื่อมติ กสถ. สวนข้อเสนอมหาดไทย
แต่เหตุการณ์ที่ทำให้ กสถ. ถูกจับตามอง คือช่วงที่กระทรวงมหาดไทยเสนอให้ชะลอการบรรจุผู้สอบแข่งขันได้ หลังพบข้อมูลการทุจริต
นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดเผยต่อสาธารณะว่า ข้อเสนอดังกล่าวไม่ผ่านความเห็นชอบของเสียงข้างมากใน กสถ. ส่งผลให้การบรรจุยังเดินหน้าต่อในช่วงเวลานั้น ก่อนที่รัฐบาลจะเร่งขยายผลการตรวจสอบและดำเนินมาตรการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องตามพยานหลักฐาน
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้บทบาทของ กสถ. กลายเป็นประเด็นสาธารณะ และนำไปสู่การตั้งคำถามถึงโครงสร้างการกำกับดูแลการสอบแข่งขันท้องถิ่น
จากองค์ประกอบของ กสถ. จำนวน 18 คน พบว่าประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานส่วนกลาง ผู้ทรงคุณวุฒิจากระบบ ก.จ. ก.ท. ก.อบต. และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายตำแหน่ง
โครงสร้างดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ผู้แทนจากสายงานท้องถิ่นและผู้ทรงคุณวุฒิบางส่วนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการลงมติของ กสถ. ขณะที่ฝ่ายกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าต้องการชะลอการบรรจุเพื่อรอผลการตรวจสอบ
แม้จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหน่วยงานใดชี้มูลหรือตั้งข้อกล่าวหา กรรมการ กสถ. รายใดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือการแก้ไขคะแนนสอบครั้งนี้ด้วยหรือไม่
ยกเว้นกรณีศาลจังหวัดสตูลได้อนุมัติออกหมายจับ นายณัฐภาพงศ์ สุวรรณชนะ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในอำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลง ในข้อหาฉ้อโกง หลังมีผู้เสียหายกล่าวอ้างว่าถูกเรียกรับผลประโยชน์ โดยอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบหรือได้รับการบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ ปัจจุบันคดีดังกล่าวยังอยู่ในชั้นสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ถูกออกหมายจับมาดำเนินคดี พร้อมทั้งขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้ความจริงปรากฏครบถ้วนทุกประเด็น

นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ.
แต่ในฐานะประธาน กสถ. นายวันชัย ย่อมต้องมีหน้าที่โดยตรงในการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคมต่อปัญหาการทุจริตโกงสอบที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันเพราะเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบในเชิงนโยบายและการกำกับดูแลต่อกระบวนการสอบแข่งขันทั้งหมด
เนื่องจาก กสถ. เป็นองค์กรสูงสุดที่กำหนดหลักเกณฑ์ กำกับมาตรฐานการสอบ พิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นจากการสอบ รับรองผลสอบ และมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้
เมื่อเกิดข้อสงสัยว่ากระบวนการสอบอาจถูกแทรกแซงหรือมีการทุจริต ความคาดหวังของสังคมจึงไม่ได้มุ่งเพียงการเอาผิดผู้กระทำความผิด แต่ยังมุ่งไปที่บทบาทของ กสถ. ในการแสดงความรับผิดชอบต่อระบบที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตน
ยิ่งเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ในการประชุม กสถ. กระทรวงมหาดไทยเสนอให้ชะลอการบรรจุผู้สอบแข่งขันได้เพื่อรอผลการตรวจสอบ แต่ที่ประชุมมีมติเป็นอีกแนวทางหนึ่ง บทบาทของประธาน กสถ. และกรรมการทั้งคณะ จึงยิ่งถูกจับตามองว่าการใช้ดุลพินิจในวันนั้นเป็นไปบนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักธรรมาภิบาลเพียงใด
คดีทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการสืบหาตัวผู้บงการหรือผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของ คณะกรรมการ กสถ. โดยเฉพาะประธาน กสถ. ว่าจะสามารถนำองค์กรผ่านวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งนี้ได้หรือไม่ ด้วยการสนับสนุนให้มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา เปิดเผยข้อเท็จจริงทุกด้าน และดำเนินการตามหลักนิติธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบสอบแข่งขันและระบบคุณธรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระยะยาว
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




