News Logo
หน้าแรก
ชะตากรรม 'อนันต์ อัศวโภคิน' เจ้าสัวหมื่นล้าน สู่ หมายจับ 2 ใบ

ชะตากรรม 'อนันต์ อัศวโภคิน' เจ้าสัวหมื่นล้าน สู่ หมายจับ 2 ใบ

30 มิ.ย. 2569 12:33
ผู้ชม 204 คน

"....สถานการณ์ของนายอนันต์ในวันนี้ ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากภาพของนักธุรกิจผู้สร้างอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ สู่การเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีสำคัญที่อยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม และต้องเผชิญการดำเนินคดีในสองสำนวนใหญ่พร้อมกัน จากวันที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีและผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย วันนี้นายอนันต์กำลังเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตธุรกิจ ท่ามกลางข้อกล่าวหาและกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอาณาจักรธุรกิจที่สร้างสมมาหลายทศวรรษ..."

ชื่อของ นายอนันต์ อัศวโภคิน กลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอีกครั้ง

เมื่อปรากฏข่าวใหญ่ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายอนันต์ ผู้ต้องหาฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุได้มีการสมคบกัน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ตามความเห็นแย้งของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากการขายที่ดินต่อให้กับนายอนันต์ ซึ่งเชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกายไปเมื่อเร็วๆ นี้

หลังจากคดีนี้ยืดเยื้อมานาน เริ่มจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องไป และอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำความเห็นแย้ง ให้สั่งฟ้อง และอัยการสูงสุด มีความเห็นชี้ขาดให้สั่งฟ้องคดีนี้ และทางพนักงานสอบสวน ได้มีการติดตามตัว นายอนันต์ และพวก ให้มารายงานตัวเพื่อส่งตัวฟ้อง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้เดินทางมาตามนัด จึงทำต้องมีการขออนุมัติต่อศาลให้ออกหมายจับ

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

@ ตำนานเจ้าสัวแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หมื่นล้าน รู้จัก อนันต์ อัศวโภคิน เป็นใคร ?

ในแวดวงนักธุรกิจเมืองไทย นายอนันต์ อัศวโภคิน ถือเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย และเป็นผู้ร่วมสร้างอาณาจักรบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH) จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นายอนันต์ได้รับการยอมรับในฐานะนักธุรกิจชั้นนำของไทย เคยได้รับรางวัลผู้บริหารยอดเยี่ยม (Best CEO of the Year) และได้รับการจัดอันดับเป็นมหาเศรษฐีของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2566 นิตยสาร Forbes Thailand จัดให้นายอนันต์ติดอันดับ 1 ใน 30 มหาเศรษฐีไทย โดยมีทรัพย์สินประมาณ 4.22 หมื่นล้านบาท ขณะที่วารสารการเงินธนาคารจัดให้เป็นเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 9 จากการถือหุ้นบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 23.93% คิดเป็นมูลค่ากว่า 22,300 ล้านบาท

เส้นทางธุรกิจของนายอนันต์เริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2520–2530 ก่อนก้าวขึ้นเป็นประธานกรรมการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในปี 2528 และดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทตั้งแต่ปี 2531 ต่อมาได้ขยายบทบาทเข้าไปเป็นกรรมการและผู้บริหารในบริษัทชั้นนำหลายแห่ง ทั้งในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจการเงิน อาทิ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (HomePro), บริษัท ควอลิตี้ คอนสตรัคชั่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) ตลอดจนบริษัทในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์อีกหลายแห่ง

แม้จะก้าวลงจากตำแหน่งบริหารของบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์แล้ว แต่นายอนันต์ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลต่อวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทยมาโดยตลอด

สำหรับเส้นทางของ นายอนันต์ กับ คดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากการขายที่ดินต่อให้กับนายอนันต์ ซึ่งเชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกายนั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากคำสั่งอายัดทรัพย์สินของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งแสดงให้เห็นเส้นทางการซื้อขายที่ดินและธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผู้ถูกกล่าวหาในคดียักยอกทรัพย์

@ นาย อนันต์ อัศวโภคิน ถูกออกหมายจับในคดีอะไรบ้าง?

หมายจับใบแรก คดีฟอกเงิน

ข้อมูลของ ปปง. ระบุว่า นายศุภชัยได้นำเงินของสหกรณ์ไปลงทุนซื้อที่ดิน 3 แปลง โฉนดเลขที่ 31343, 31344 และ 31345 ในตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รวมเนื้อที่กว่า 312 ไร่ พร้อมลงทุนในบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด โดยใช้เช็กรวม 11 ฉบับ เป็นเงินกว่า 321.4 ล้านบาท

ต่อมา บริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ได้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ 31344 เนื้อที่ประมาณ 46 ไร่เศษ ให้แก่นายอนันต์ อัศวโภคิน ในราคา 93.78 ล้านบาท

หลังจากนั้น ปปง. ระบุว่า มีการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาถวายที่ดินดังกล่าวแก่พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) โดยมีนายอนันต์ลงลายมือชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทน ขณะที่นายศุภชัยไม่ได้ลงนามในเอกสารดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2558 นายอนันต์ได้ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่บริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด ในราคาประมาณ 492.35 ล้านบาท และมีการนำเงินส่วนหนึ่งไปชำระหนี้ของบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด รวมถึงบริจาคเงินจำนวน 303 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เพื่อก่อสร้างอาคารบุญรักษา ตามข้อมูลที่ปรากฏในคำสั่งอายัดทรัพย์ของ ปปง.

การขายที่ดิน 8 แปลงใกล้วัดพระธรรมกาย

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินอีก 8 แปลง รวมประมาณ 57 ไร่ ในตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ใกล้วัดพระธรรมกาย

เอกสารสัญญาซื้อขายลงวันที่ 7 มิถุนายน 2556 ระบุว่า นายศุภชัยตกลงขายที่ดินให้แก่นางสาวอลิสา อัศวโภคิน (ลูกสาว) ในวงเงินประมาณ 298 ล้านบาท โดยมีนายวสินธุ์ เหมือนเกียรติ เป็นตัวแทนในการดำเนินการ

ส่วนการสั่งฟ้องคดีนี้ นั้น ในช่วงปลายเดือน ต.ค.2562 ที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ ดีเอสไอ มีความเห็นสั่งฟ้องคดีนี้ พนักงานอัยการ สำนักงานดคีพิเศษซึ่งมีนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ เป็นอธิบดีในขณะนั้น ได้ส่งสำนวนการไต่สวนคดีกลับคืนมายัง ดีเอสไอ พร้อมสรุปความเห็นว่าเห็นสมควรสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ ก่อนที่ พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ในขณะนั้น จะลงนามในหนังสือถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งเป็น อสส. เพื่อทำความเห็นแย้ง ขอให้สั่งฟ้อง นายอนันต์ อัศวโภคิน เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าหลักฐานเส้นทางการเงินมีความชัดเจน เพียงพอแล้ว แต่สำนวนการสอบสวนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความเห็นแย้งดังกล่าว ก็ไปค้างอยู่ที่อัยการสูงสุด ถึง 3 คน ได้แก่นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน และนางสาวนารี ตัณฑเถียร เป็นเวลานานกว่า 4 ปี

จนกระทั่งมาถึงยุค นายอำนาจ เจตเจริญรักษ์ เป็นอัยการสูงสุดจึงมีความเห็นสั่งฟ้องดังกล่าว 

ทั้งหมดเป็นข้อมูลเกี่ยวกันเส้นทางของ นายอนันต์ กับ คดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากการขายที่ดินต่อให้กับนายอนันต์ ซึ่งเชื่อมโยงกับวัดพระธรรมกาย ที่ถูกศาลอนุมัติหมายจับไปแล้ว

หมายจับใบสอง คดีทุจริตขายที่ดิน กคช.

ขณะที่ สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาาติ (ป.ป.ช.) ว่า นอกจากกรณีฟอกเงินจากการขายที่ดินที่เกี่ยวกับคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว ขณะนี้ นายอนันต์ อัศวโภคิน ยังถูกออกหมายจับอีก 1 ใบ ในคดีทุจริตขายที่ดินของการเคหะแห่งชาติ โดยคดีนี้ ในช่วงต้นปี 2566 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายกฤษดา รักษากุล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กับพวก รวม 33 ราย กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ทุจริตในการขายที่ดินของการเคหะแห่งชาติ บริเวณโครงการเคหะชุมชนและบริการชุมชนหารายได้ร่มเกล้า ระยะที่ 10 (พาร์ควิลล์ ร่มเกล้า) เอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มนายทุน ซึ่งมีชื่อ นายอนันต์ อัศวโภคิน บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาที่ถูกชี้มูลความผิดด้วย ฐานเป็นผู้สนับสนุนพนักงานในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิด

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

สำหรับพฤติการณ์การกระทำความผิด นายอนันต์ ในคดีทุจริตขายที่ดินของการเคหะแห่งชาติ นั้น

ผลการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่า จุดเริ่มต้นของคดีเกิดขึ้นภายหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่คณะรัฐมนตรีในขณะนั้น มีมติอนุมัติโครงการพัฒนาเคหะชุมชนและบริการชุมชนหารายได้ร่มเกล้า ระยะที่ 10 เมื่อปี 2557

ต่อมา มีการยื่นคำเสนอซื้อที่ดินของการเคหะแห่งชาติ เนื้อที่ประมาณ 260 ตารางวา โดยอ้างว่าเป็นการเปิดทางเข้า-ออกให้แก่ที่ดินตาบอดของประชาชน แต่ ป.ป.ช. เห็นว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนพบว่า ผู้ยื่นคำขอซื้อไม่ได้มีความประสงค์จะใช้ประโยชน์ในลักษณะดังกล่าวตั้งแต่ต้น หากแต่เป็นการดำเนินการแทนกลุ่มนายหน้าที่รวบรวมที่ดินแปลงใหญ่กว่า 170 ไร่ เพื่อพัฒนาโครงการหมู่บ้านจัดสรร

คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า เจ้าหน้าที่หลายระดับของการเคหะแห่งชาติได้ละเว้นการตรวจสอบข้อพิรุธของคำเสนอซื้อ ก่อนเสนอให้ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติอนุมัติขายที่ดินด้วยวิธีให้สิทธิโดยตรง แทนการเปิดให้มีการแข่งขันตามระเบียบของการเคหะแห่งชาติ อันเป็นการหลีกเลี่ยงกระบวนการขายทรัพย์สินของรัฐ และก่อให้เกิดประโยชน์แก่กลุ่มเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ผลการไต่สวนยังระบุว่า ภายหลังได้รับอนุมัติขายที่ดินแล้ว มีการชำระค่าที่ดินผ่านแคชเชียร์เช็คที่เชื่อมโยงกับบริษัทในเครือของบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ก่อนที่กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะถูกโอนไปยังบริษัท แอตแลนติก เรียลเอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน

จากพยานหลักฐานทั้งหมด คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายราย รวมถึงผู้เกี่ยวข้องภาคเอกชน โดยในส่วนของนายอนันต์ อัศวโภคิน ถูกชี้มูลในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐกระทำความผิด ก่อนที่สำนวนจะถูกส่งให้อัยการสูงสุด และมีคำสั่งฟ้องในเวลาต่อมา ซึ่งมีการส่งสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน ให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย ต่อมา อสส.มีความเห็นสั่งฟ้อง แต่ตามตัวนายอนันต์ มาส่งตัวฟ้องคดีไม่ได้ จึงทำให้มีการขออนุมัติหมายจับ เพื่อติดตามตัวนายอนันต์ กลับมาต่อสู้คดี

@ปัจจุบัน อนันต์ อัศวโภคิน อยู่ที่ไหน และมีอาการป่วยอย่างไร?

ป่วยหนัก ล่าสุดมีข่าวเดินทางไปดูไบ

ในส่วนเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ นายอนันต์ ไม่ได้เดินทางมาตามนัดหมายเพื่อส่งตัวฟ้องทั้ง 2 คดี

ก่อนหน้านี้ ตัวแทน นายอนันต์ เคยออกมาชี้แจ้งเหตุผลในการขอเลื่อนส่งมอบตัว นายอนันต์ ว่า เจ้าตัวมีอาการเจ็บป่วย อยู่ระหว่างการรักษาตัวภายใต้การดูแลของศูนย์แพทย์ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีนัดหมายเข้ารับการตรวจรักษากับแพทย์อยู่โดยตลอด

ช่วงเดือน สิงหาคม 2567 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกองคดีฟอกเงินทางอาญา เคยได้ตรวจสอบอาการเจ็บป่วยของนายอนันต์โดยเรียกแพทย์ผู้ทำการรักษาให้ถ้อยคำชี้แจงเกี่ยวกับการรักษาอาการเจ็บป่วย ได้รับการยืนยันว่า นายอนันต์ มีอาการเจ็บปวดหลังเข้ารับการรักษาตัวที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นผู้ป่วยวิกฤติมีความเสี่ยงร่างกายไม่ควรที่จะเคลื่อนย้ายไปจากการดูแลรักษาของแพทย์

ล่าสุด แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. ให้ข้อมูลยืนยัน สำนักข่าว Next News ว่า เกี่ยวกับคดีทุจริตขายที่ดินการเคหะแห่งชาติ ของ  นายอนันต์ มีการส่งฟ้องคดีต่อศาล แต่นายอนันต์ไม่มา เลยมีการออกหมายจับ ตามที่เป็นข่าว

จากการตรวจสอบพบว่า เดินทางไปที่ฮ่องกง เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ก่อนออกหมายจับเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 และคาดว่านายอนันต์ต่อเครื่องไปที่ดูไบ

โดยในอนันต์ป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้าย

ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า สถานการณ์ของนายอนันต์ในวันนี้ ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากภาพของนักธุรกิจผู้สร้างอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ สู่การเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีสำคัญที่อยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม และต้องเผชิญการดำเนินคดีในสองสำนวนใหญ่พร้อมกัน

จากวันที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีและผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย วันนี้นายอนันต์กำลังเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตธุรกิจ ท่ามกลางข้อกล่าวหาและกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอาณาจักรธุรกิจที่สร้างสมมาหลายทศวรรษ

ท้ายที่สุดแล้ว บทสรุปของคดีทั้งสองสำนวน รวมถึงชะตากรรมของนายอนันต์ จะลงเอยเช่นไร ยังต้องรอผลการดำเนินคดีและคำวินิจฉัยของศาลตามกระบวนการยุติธรรม

หากมีข้อมูลเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะติดตามความคืบหน้าและนำเสนอข้อเท็จจริงให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
อนันต์ อัศวโภคิน
โดนหมายจับ
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พบ 19 มหาวิทยาลัย-วิทยาลัย ใช้งบผิดปกติ-จัดซื้ออำพราง เสียหาย 290 ล.
พบ 19 มหาวิทยาลัย-วิทยาลัย ใช้งบผิดปกติ-จัดซื้ออำพราง เสียหาย 290 ล.