News Logo
หน้าแรก
'อนุทิน' ชี้โกงสอบท้องถิ่น เสมือนขายชาติ ยังไม่ยันคลิป มท.2จริงหรือ AI

'อนุทิน' ชี้โกงสอบท้องถิ่น เสมือนขายชาติ ยังไม่ยันคลิป มท.2จริงหรือ AI

24 มิ.ย. 2569 14:46
ผู้ชม 42 คน

"อนุทิน" เดือดจัดปมทุจริตสอบท้องถิ่น ลั่นเทียบเท่า "การขายชาติ" สั่งล้างบางทั้งขบวนการ - โมฆะทั้งยวง ยกเว้นคนเข้ามาอย่างถูกต้อง ขยายถึงปัจจุบันย้อนถึงอดีตไม่มีข้อยกเว้น ยอมรับยังไม่ยืนยันคลิป มท.2 ของจริงหรือ AI แต่ไม่ใช่หลักฐานสำคัญเท่าการแก้สอบที่ชัดเจน

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวสืบเนื่องมาจากการเปิดปฏิบัติการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ที่เข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งย่านบางเลน จังหวัดนนทบุรี ตามหมายศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อค้นหากระดาษคำตอบที่ขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น ปี 2568 นำมาใช้แก้ไขช่วยเหลือผู้สมัครที่จ่ายเงินซื้อตำแหน่งให้สอบผ่าน โดยเจ้าหน้าที่พบบุคคลประมาณ 10 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กำลังดำเนินการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือผู้เข้าสอบที่จ่ายเงินแลกกับการบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ให้สามารถสอบผ่านได้ ด้วยวิธีการทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ปรับแก้คะแนนให้ตรงกับผลคะแนนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเข้าข่ายการทุจริตในการแก้ไขข้อมูลคะแนนสอบอันเป็นเท็จ ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากมีการร้องเรียนว่ามีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางรายแอบอ้างมี “เส้นสายภายใน” สามารถช่วยให้ผู้สมัครสอบผ่านได้ โดยมีการเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาท สำหรับตำแหน่งทั่วไป ไปจนถึง 700,000–800,000 บาท

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์สื่อในกรณีนี้ว่า "นี่คือการขายชาติอย่างหนึ่ง" พร้อมขยายความว่า การกระทำเช่นนี้เป็นการปิดโอกาสให้คนที่มีความรู้ความสามารถต้องมาพ่ายแพ้ต่อกระบวนการทุจริต ส่งผลให้ได้ข้าราชการที่ทุจริตเข้ามาทำงานตั้งแต่วันแรกของการทำหน้าที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่รับไม่ได้และไม่อาจปล่อยให้เกิดขึ้นได้

"ถ้ามันไปถึงจุดที่พบว่ามีการทุจริตในส่วนใด ส่วนนั้นต้องเป็นโมฆะทั้งหมด" นายอนุทินกล่าวเน้นย้ำ พร้อมชี้แจงถึงหลักการ "ไปทั้งยวง" ว่าถ้าข้าราชการหลายคนนั้นมันเป็นต้นตอมาจากการทุจริต ตรงนี้ก็ต้องไปทั้งยวง เปรียบเสมือน "ทฤษฎีผลไม้มีพิษ" ที่ว่า "ถ้าที่เริ่มมันไม่ถูก มันก็ต้องไม่ถูกตลอดทาง" ซึ่งเป็นหลักการที่ตนมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบไว้เป็นเป้าหมายในการดำเนินการ

นายอนุทินได้ยกตัวอย่างประสบการณ์ในอดีตที่เคยพบการแต่งตั้งข้าราชการที่ผิดพลาด แต่เมื่อมีการบรรจุเข้าไปแล้ว การแก้ไขหรือดึงกลับเป็นเรื่องยากและใช้เวลานาน ซึ่งในกรณีของการทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะเป็นการรับเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงปี จึงต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด

"ถ้าเขาเข้ามาด้วยการสอบที่ถูกต้องไม่มีปัญหา แต่ถ้าเขามาโดยการทุจริตแก้ข้อสอบมาอะไรอย่างนี้ ก็ต้องโมฆะหมด" นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยัน

นอกจากนี้ นายอนุทินยังเปิดเผยว่าตนเคยสั่งระงับการสอบข้าราชการท้องถิ่นมาแล้วตั้งแต่ช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งในปี 2566 เนื่องจากได้ยินข่าวลักษณะการทุจริตเช่นนี้ โดยได้มีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งเมื่อพบว่ายังไม่สมเหตุสมผลและยังไม่สามารถชี้แจงข้อสงสัยได้ จึงได้ระงับการสอบไว้ก่อน ทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไม่มีการสอบข้าราชการเพิ่ม ทำให้มีแรงกดดันจากท้องถิ่นที่ขาดแคลนบุคลากร ท้ายที่สุดก็ได้ปล่อยให้มีการสอบ แต่ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงหน่วยงานผู้บริหารจัดการการสอบจากมหาวิทยาลัยบูรพามาเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แต่ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นคือการรั่วไหลของข้อสอบและการแก้ไขข้อสอบ ซึ่งเป็นเรื่องที่ปล่อยไปไม่ไหว และถือเป็นความรับผิดชอบที่ผู้บริหารต้องดำเนินการแก้ไข

สั่งลุยสอบสวนคู่ขนานเต็มที่ ไม่เกรงใจใคร ขยายผลทั้งอดีตและปัจจุบัน

นายอนุทินได้สั่งการให้เร่งดำเนินคดีและหาคนผิด รวมถึงหาวิธีป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต พร้อมทั้งดำเนินการกับบุคคลที่มีส่วนรับผิดชอบ โดยในส่วนของข้อเท็จจริง ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตั้งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย คือ นายสันติธร มาเป็นประธานสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบว่าข้อกล่าวหานั้นเป็นจริงหรือไม่

ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี นายอนุทินชี้แจงว่า ในเบื้องต้นตำรวจยังไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เนื่องจากผู้ร้องกลุ่มแรกคือผู้ที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและผู้ที่สอบได้แต่ไม่ได้รับการบรรจุ ได้ไปฟ้องร้องต่อ ป.ป.ช. โดยตรง ไม่ได้ฟ้องตำรวจ ทำให้สำนวนคดีอยู่ที่ ป.ป.ช. และตำรวจทำได้เพียงสนับสนุนการทำงานของ ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม หลังจากได้มีการประชุมหารือกันเมื่อเช้าที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่า กระทรวงมหาดไทยในฐานะหนึ่งในผู้เสียหายของกรณีนี้ จะดำเนินการไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจโดยตรง เพื่อให้ตำรวจสามารถเข้ามาดำเนินคดีได้ด้วยตัวเอง และสามารถทำงานควบคู่ไปกับการสอบสวนของ ป.ป.ช. ได้ ซึ่งจะทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

สำหรับประเด็นเรื่องคลิปเสียงที่ถูกพูดถึงในกระแสสังคมซึ่งมีการพาดพิงถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรีระบุว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นของจริงหรือของปลอม อาจเป็นคลิปเก่าหรือมีการสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และชี้ว่าคลิปเสียงนี้ไม่ใช่หลักฐานสำคัญเท่ากับหลักฐานการแก้ไขข้อสอบที่ชัดเจน และการนำกล่องใส่ข้อสอบไปเก็บไว้ในสถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น บริษัทเอกชน ซึ่งไม่ใช่ห้องมั่นคงของหน่วยงานราชการ ยิ่งเป็นหลักฐานที่ชัดเจนในการดำเนินการ

นายอนุทินยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การดำเนินการครั้งนี้จะ "ไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีเกรงใจใคร" ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากพบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะใกล้ชิด สนิทสนม หรือรู้จักกันหรือไม่ก็ตาม เพราะไม่ใช่ประเด็นสำคัญเท่ากับการกระทำผิดพฤติกรรม และนี่คือแนวทางที่ตนได้ดำเนินการมาโดยตลอด เพื่อไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเดือดร้อน

ขยายผลสอบสวนทุกมิติ: ป้องกันการทุจริต เอาเปรียบประชาชน

นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการ "ขยายผล" การสอบสวนในทุกมิติ ซึ่งหมายถึงการขยายผลไปทั้งในอดีตและปัจจุบัน ครอบคลุมทุกด้าน ไม่ใช่แค่ไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่จะขยายเป็นวงกลมออกไปทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง เพื่อให้ปัญหาการทุจริตถูกแก้ไขอย่างถอนรากถอนโคน และไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก การดำเนินการนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฉพาะกรณีสอบท้องถิ่นล่าสุดเท่านั้น แต่จะครอบคลุมปัญหาการทุจริตและแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในวงกว้างขึ้น

นายอนุทินยังได้กล่าวถึงหลักการบริหารจัดการงานภาครัฐว่า "ถ้ามันเป็นเรื่องร้อนที่มันเกิดมาจากการทุจริตเนี่ยไม่ต้องถามหรอกครับ เค้าเอาอยู่หรือไม่เอาอยู่ ไม่เอาก็ไม่ได้ ไม่เอาผมก็พวกผมก็โดนละเว้น"

นายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าหากเป็นเรื่องทุจริต จะต้องมีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เรื่องของการทะเลาะกันหรือความเห็นไม่ตรงกัน หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต การทำงานที่ด้อยประสิทธิภาพ และการเอาเปรียบพี่น้องประชาชน จะต้องดำเนินการอย่างเต็มที่

นายอนุทินยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว โดยไม่สามารถรอคำตัดสินของศาลได้เสมอไป ซึ่งอาจใช้เวลาถึง 5 ปี ดังนั้น ในฐานะผู้บริหารกระทรวง จำเป็นต้องแก้ไขเพื่อให้งานไม่ติดขัดและไม่ให้เกิดเหตุที่ส่อไปในทางทุจริตซ้ำอีก โดยจะดำเนินการควบคู่กันไปทั้งในส่วนของการบริหารจัดการ และกระบวนการยุติธรรม การดำเนินคดี และการลงโทษผู้กระทำผิด เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานทุกอย่างเป็นไปอย่างรอบคอบ ยุติธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
อนุทิน ชาญวีรกุล



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ณัฐพงษ์ลั่น! นายกฯ ตรวจสอบ ขรก.การเมืองด้วย! ปมโกงสอบท้องถิ่น
ณัฐพงษ์ลั่น! นายกฯ ตรวจสอบ ขรก.การเมืองด้วย! ปมโกงสอบท้องถิ่น