ผู้ช่วยเลขาฯป.ป.ช. เผยผลหารือ มศว. หลังลงพื้นที่ตามคดีทุจริตสอบฯ ท้องถิ่น ระบุ มหาวิทยาลัยพร้อมให้ความร่วมมือ-เตรียมส่งข้อมูลเอกสารให้ แต่ยังติดขั้นตอนการเปิดห้องเก็บหลักฐาน ต้องรอประสาน สถ.พร้อมกัน 2 ฝ่าย ยืนยัน ป.ป.ช. ยังเดินหน้าขอหมายศาลประกอบกัน
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลังการลงพื้นที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือร่วมกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย กรณีการทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นกรณีสืบเนื่องมาจากการทุจริตสอบท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ที่ ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี โดย นายพัฒนพงศ์ เปิดเผยว่า การหารือกับท่านอธิการบดี มศว. เป็นไปด้วยดี ท่านได้ให้นโยบายแก่เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการให้ข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ โดยมหาวิทยาลัยได้ยืนยันความพร้อมที่จะจัดส่งข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ ป.ป.ช. ภายในวันนี้
อย่างไรก็ตาม นายพัฒนพงศ์ ชี้แจงถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานฉบับจริง โดยเฉพาะกระดาษคำตอบ ซึ่งจัดเก็บอยู่ที่โรงพิมพ์แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ว่า การเข้าถึงเอกสารดังกล่าวจำเป็นต้องใช้กุญแจสองชุดจากทั้งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยทาง มศว. ได้แสดงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการเปิดห้องแล้ว แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานงานกับกรมส่งเสริมฯ เนื่องจากทางกรมฯ แจ้งว่าต้องดำเนินการขออนุญาตหลายขั้นตอน ซึ่งอาจส่งผลให้การเข้าถึงหลักฐานเกิดความล่าช้า
ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ป.ป.ช. จึงได้ดำเนินการยื่นขอหมายค้นจากศาลควบคู่กันไป เพื่อให้สามารถเข้าตรวจค้นและยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ทันที หากศาลอนุมัติหมายค้น อย่างไรก็ตาม หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือในการเปิดห้องเก็บหลักฐาน หมายค้นก็จะใช้เป็นเพียงการนำข้อมูลไปรายงานศาลเท่านั้น ซึ่งการตรวจสอบจะอาศัยการเปรียบเทียบพยานหลักฐานจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ข้อมูลที่ได้จากการตรวจค้นก่อนหน้านี้ ข้อมูลจาก มศว. และข้อมูลจากกรมส่งเสริมฯ เพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงที่ชัดเจนก่อนที่จะระบุผู้เกี่ยวข้องหรือเรียกบุคคลมาให้ข้อมูลต่อไป
สำหรับกรณีทุจริตสอบแข่งขันฯ นี้ สืบเนื่องมาจากการที่ ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง ได้เข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี และพบเจ้าหน้าที่ของรัฐกว่า 10 ราย กำลังดำเนินการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือผู้เข้าสอบที่จ่ายเงินแลกกับการบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ให้สามารถสอบผ่านได้ โดยใช้วิธีการทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ปรับแก้คะแนนให้ตรงกับผลที่กรมส่งเสริมฯ ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเข้าข่ายการทุจริตในการแก้ไขข้อมูลคะแนนสอบอันเป็นเท็จ จากการร้องเรียนว่ามีการเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาท ถึง 800,000 บาท เพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่าน
โดนผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่าตอนนี้ ป.ป.ช.มีข้อมูลไฟล์ Excel เกี่ยวกับกระดาษคำตอบที่ได้จากการตรวจค้นปลายทางแล้ว และอยู่ระหว่างการเปรียบเทียบกับเอกสารจาก มศว. และกรมส่งเสริมฯ เพื่อยืนยันว่ากระดาษคำตอบที่สแกนเป็นของจริงหรือไม่ และมีการปรับคะแนนเพื่อช่วยเหลือผู้เข้าสอบตามที่ปรากฏเป็นข่าวจริงหรือไม่ โดยผู้เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลภายนอกที่มีส่วนช่วยดำเนินการ

ภาพประกอบรายงาน




