‘หมอสุภัทร’ส่งข้อมูล-หลักฐานถึงกรรมการสรรหา กสทช.วันสุดท้าย ปมคุณสมบัติ ‘นพ.สรณ’ยัน ยังทำหน้าที่ตรวจคนไข้ 3 รพ. โยงพระรามเก้า คนในครอบครัวชินวัตร ลุ้นชี้ชะตา 26 มิ.ย.นี้
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ในฐานะ ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ได้ทำหนังสือถึงประธานกรรมการสรรหากรรมการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) เรื่องขอให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคุณสมบัติ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.
ทั้งนี้ หนังสืออ้างว่า ได้ตรวจสอบคุณสมบัติ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พบข้อมูลว่าขาดคุณสมบัติ และมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ในการปฏิบัติหน้าที่ ประธาน กสทช.
หนังสือนพ.สุภัทร อ้างว่า ด้วยหลังลาออกจากทุกตำแหน่งและยุติหน้าที่อื่นใดทั้งหมดตามกฎหมายในวันที่ 8 มกราคม 2565 ปรากฏข้อมูลว่า นพ.สรณ ยังทำหน้าที่และรับค่าตอบแทนในฐานะแพทย์ตรวจรายชั่วโมงของโรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลเอกชน อาทิ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลพระรามเก้า เป็นต้น ขัดต่อ มาตรา 8 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ที่มีจุดมุ่งหมายให้กรรมการ กสทช. ต้องทำงานเต็มเวลา โดยจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติงานอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เช่น การเป็นกรรมการ พนักงาน หรือที่ปรึกษาในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานธุรกิจ หรือองค์กรแสวงหากำไร ทั้งนี้เพื่อป้องกันอคติและรักษาความโปร่งใสในการจัดสรรคลื่นความถี่
นพ.สุภัทร ยังกล่าวอ้างว่า นพ.สรณ ยังมีการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในขณะปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ในหลายโรงพยาบาล ได้แก่ 1.โรงพยาบาลรามาธิบดี ปัจจุบัน ยังพบข้อมูลการทำหน้าที่แพทย์สาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจในพรีเมี่ยมคลินิก ของโรงพยาบาลรามาธิบดี สามารถนัดหมายเข้าตรวจกับ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ได้ ขอให้ประธานกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยพบข้อมูลว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เป็นแพทย์ออกตรวจทุกวันจันทร์ เวลา 13.30-16.00 น. และทุกวันพฤหัส เวลา 9.00-12.00 น. ได้รับเงินค่าตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ แม้เป็นค่าตอบแทนรายครั้งรายเคสหรือรายคาบก็ตาม ขัดกับ มาตรา 26 ที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา เช่นนี้จะถือว่า เหมาะสมหรือไม่ ควรได้รับการคัดสรรมาเป็นกรรมการหรือไม่
ทั้งนี้ โรงพยาบาลรามาธิบดียังมีช่องสื่อคือ Rama channel ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่นับเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างชัดเจนอีกด้วย
2.โรงพยาบาลสมิติเวช เป็นโรงพยาบาลเอกชนระดับพรีเมี่ยมของประเทศไทย ใน website ของ โรงพยาบาลสมิติเวช ปรากฏภาพช่องทางนัดหมายแพทย์ สาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจ ชื่อ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ซึ่งสามารถนัดหมายแพทย์ได้ การนัดหมายแพทย์ได้เช่นนี้ ขัดต่อ มาตรา 26 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ. 2553 ที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติหน้าที่เต็ม เวลา และเป็นตัวอย่างที่ไม่เหมาะสมในองค์กร
3.โรงพยาบาลพระรามเก้า เป็นโรงพยาบาลเอกชน ปรากฏข้อมูลการออกตรวจของนายแพทย์สรณ บุญใบ ชัยพฤกษ์ ทุกวันเสาร์ เวลา 9.30-11.30 น.ประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งคือ จากข้อมูลผู้ถือหุ้นของโรงพยาบาลพระรามเก้า มีผู้ถือหุ้นที่สำคัญคือ 1. คุณหญิง พจมาน ดามาพงศ์ จำนวน 293,026,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 37.27% 2.น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จำนวน 5,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.64% 3.น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ จำนวน 5,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.64% 4.นายพานทองแท้ ชินวัตร จำนวน 5,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.64%
หนังสือนพ.สุภัทร ยังกล่าวอ้างอีกว่า ทั้งนี้ การไปทำหน้าที่แพทย์ในโรงพยาบาลพระรามเก้า ย่อมไม่อาจปฏิเสธความเกี่ยวโยงกับการมีโอกาสในการเอื้อประโยชน์ หรือมีอคติเชิงบวกกับตระกูลชินวัตร ก็เป็นไปได้ ขัดกันกับมาตรา 8 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ที่กำหนดให้กรรมการ กสทช. ต้องไม่ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติงานอื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
"ทั้งนี้ เพื่อป้องกันอคติและรักษาความโปร่งใสในการจัดสรรคลื่นความถี่ ขอให้ประธานกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.ได้ตรวจสอบ เรียกหาข้อมูลจากโรงพยาบาลพระราม 9 โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลเอกชนอื่นๆ และโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อทำการตรวจสอบโดยละเอียดด้วย และขอให้ดำเนินการต่อคุณสมบัติที่มีความไม่ถูกต้องเหมาะสมของนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อย่างตรงไปตรงมาต่อไป”หนังสือของนพ.สุภัทร ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหนังสือของนพ.สุภัทร ยังมีภาพถ่ายประกอบด้วย อาทิ ภาพจากเว็บไซต์คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นข้อมูลที่อ้างว่ามีชื่อนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เป็นหนึ่งในแพทย์ที่ลงตรวจพรีเมียม คลินิก ศูนย์การแพทย์สิริกิติ์ ในการตรวจโรคหัวใจ/ความดันโลหิตสูง
ทุกวันจันทร์ เวลา 13.30-16.00 น. และทุกวันพฤหัส เวลา 9.00-12.00 น. (อย่างไรก็ตามปัจจุบันเว็บศูนย์หัวใจ หลอดเลือด และเมแทบอลิซึม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ไม่ปรากฏเนื้อหาแล้ว)
นอกจากนี้ ยังมีภาพจากเว็บไซต์ ของโรงพยาบาลสมิติเวช โดยอ้างว่าเป็นช่องทางนัดหมายแพทย์ สาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจ ชื่อ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ รวมทั้งมีภาพจากเว็บไซต์โรงพยาบาลพระราม 9 มีรูปของนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พร้อมข้อมูลประวัติ โดยอ้างว่ามีตารางนัดหมายทุกวันเสาร์ เวลา 09.30-11.30 น. (เข้าถึงข้อมูลในเว็บ ณ วันที่ 13 เมษายน 2569 ปัจจุบันนำเนื้อหาออกแล้ว) อีกทั้ง ยังเป็นภาพจอแสดงรายชื่อแพทย์สถาบันหัวใจและหลอดเลือด ของโรงพยาบาลพระราม 9 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2567 โดยอ้างว่ามีชื่อนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ด้วย)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กทสช. ออกประกาศเปิดรับข้อมูล ข้อเท็จจริง กรณีมีข้อร้องเรียนว่านพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. หรือไม่ โดยคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. อยู่ระหว่างการพิจารณาดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อให้ เป็นไปด้วยความละเอียด รอบคอบ และมีข้อมูลครบถ้วน ดังนั้น หากบุคคลใดมีข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ขอให้จัดส่งมายังประธานกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 และจะมีการประชุมคณะกรรมการสรรหา กสทช. ในวันที่ 26 มิถุนายน 2569
นอกจากจะมีประเด็นการตรวจสอบ นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. หรือไม่แล้ว ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณ กสทช.เมื่อครั้งที่ นพ.สรณ เป็นประธาน กสทช.ไม่นาน
ทั้งนี้ นพ.สรณ ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2565 ต่อมาวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณางบประมาณของสำนักงาน กสทช. โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ
ต่อมาวันที่ 8 สิงหาคม 2565 ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ทำหนังสือถึงประธาน กสทช. เรื่อง ขอความอนุเคราะห์งบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการ “ต้นแบบระบบการบริหารจัดการโรงพยาบาล และข้อมูลสุขภาพด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย 5G" วงเงิน 200 ล้านบาท และนพ.สรณ ก็เซ็นให้บรรจุเป็นวาระการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณางบประมาณ ของ กสทช.




