เปิดผลสอบลับ! สตง.สอบ 2 โครงการจัดอบรมฯ มทร.อีสาน งบรวมกว่า 800 ล้าน พบพฤติการณ์ลักษณะเข้าข่ายทุจริต รัฐเสียหายกว่า 64 ล้าน แจ้งฟันวินัยจนท.-เรียกเงินคืน ข้ออ้างมหาวิทยาลัยฟังไม่ขึ้น ส่งเรื่อง ป.ป.ช. สอบสวนตามขั้นตอนทางกฏหมาย
จากกรณี สำนักข่าว Next News รายงานข่าว ในช่วงปีงบประมาณ 2567 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ในโครงการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การประชุมสัมมนา การศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและค่าตอบแทนของหน่วยงานภาครัฐ หลังได้รับการร้องเรียนเข้ามา ผลการตรวจสอบพบข้อบกพร่องจำนวน 52 รายงาน รวม 39 หน่วยงาน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายและมีข้อเสนอแนะให้เรียกคืนเงินรวมทั้งสิ้น 124.22 ล้านบาท
ในจำนวนนี้ มีรายชิ่อ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ที่ถูกสตง. ตรวจสอบพบปัญหาจำนวน 2 กรณี ได้แก่
1.การเบิกค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและสมุนไพรสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและสุขภาพสู่ชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในภาวะวิกฤตโควิด -19 ปีงบประมาณ 2565 วงเงินงบประมาณ 368,054,000 บาท มีการจัดทำหลักฐานการจ่ายเพื่อส่งใช้คืนเงินยืมค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมระบุจำนวนผู้เข้าอบรม จำนวนวันที่ใช้อบรม สถานที่อบรม และจำนวนเงินค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมไม่ตรงตามความเป็นจริง จัดทำเอกสารการจ่ายค่าใช้จ่ายในการอบรมรุ่นละ 2 วัน แต่จัดอบรมจริงเพียงรุ่นละ 1 วัน ขณะที่การจัดอบรมบางส่วนไม่ได้มีการจัดจริง
2.โครงการอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพในภาคเกษตรกรรมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา วงเงิน 407,229,585 บาท ปีงบประมาณ 2564 โดยคัดเลือกตรวจสอบโครงการอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพในภาคเกษตรกรรม จำนวน 78,723,514 บาท พบว่ามีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมโครงการอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพในภาคเกษตรกรรมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นเท็จ เนื่องจากไม่มีการฝึกอบรมจริง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
ได้มาแล้ว! ชื่อ 39 หน่วยงาน จัดอบรม-เบิกจ่ายเท็จ สตง.สั่งชดใช้ 124 ล.
มทร.อีสาน (1) สตง.ฟัน 4 จนท. เบิกจ่ายอบรมเท็จ ชื่อผู้ป่วยติดเตียงโผล่
มทร.อีสาน(2) สตง.แจ้งฟันวินัย 'บิ๊ก-พวก14 คน' จัดอบรมเท็จเสียหาย 48 ล.
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลจากแหล่งข่าวสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่า ปัญหาการใช้จ่ายเงินทั้ง 2 โครงการ สตง. ตรวจสอบพบข้อบกพร่องและพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายทุจริตหลายประการ พร้อมแจ้งให้มหาวิทยาลัยดำเนินการทางวินัย และให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย เป็นจำนวนเงินรวม 64.13 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในรายละเอียดผลการตรวจสอบ สตง.พบพฤติการณ์การกระทำความผิดที่สำคัญดังนี้
1.มีการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินการบริหารงบประมาณไว้แตกต่างจากระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การเก็บรักษาเงิน และนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2562 และพระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ส่งผลให้
-มหาวิทยาลัยสามารถเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณเพื่อนำเงินเข้าเงินบำรุงการศึกษาของมหาวิทยาลัยได้ และมีการอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงรายการในโครงการฝึกอบรมเพื่อนำเงินเข้ามหาวิทยาลัย ก่อนเริ่มดำเนินโครงการ ทำให้เงินจำนวนดังกล่าวไม่ถูกนำไปใช้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการฝึกอบรม
-ผู้รับผิดชอบโครงการสามารถยืมเงินของทางราชการได้ในวงเงินร้อยละ 30.00 ของงบประมาณโครงการ และมหาวิทยาลัยอนุมัติให้ผู้รับผิดชอบโครงการยืมเงินของทางราชการในครั้งเดียว ซึ่งเกินความจำเป็นและผู้รับผิดชอบโครงการไม่สามารถส่งใช้เงินยืมให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดระยะเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับเงิน ส่งผลให้เกิดปัญหาในการส่งใช้เงินยืมล่าช้าและหลักฐานการจ่ายไม่ถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ
2.การดำเนินโครงการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ มีการจัดอบรมไม่เป็นไปตามแผนที่ขออนุมัติ
3.การจัดทำหลักฐานการจ่ายเพื่อประกอบการส่งใช้เงินยืมไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เช่น จัดทำหลักฐานการจ่ายให้กับผู้ที่ไม่ได้เข้าอบรมจริง/จัดทำหลักฐานการจ่ายค่าใช้จ่ายในการอบรม (ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าที่พักและค่าอาหารแบบเหมาจ่าย ค่าสมนาคุณวิทยากร) ไม่ตรงตามจำนวนวันที่มีการอบรม/จัดทำหลักฐานการจ่ายค่าสถานที่จัดงานทั้งที่ไม่มีการอบรมจริง
4.วิทยากรของโครงการลงลายมือชื่อในใบสำคัญรับเงินที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงเพื่อรับรองข้อความในเอกสารว่ามีการจัดอบรมตามวันเวลาและสถานที่อบรมที่ปรากฏในใบสำคัญรับเงิน
จากพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ จำนวน 64.13 ล้านบาท และมีลักษณะเป็นการทุจริต
เบื้องต้น หน่วยงานชี้แจงว่า เนื่องจากเป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนประกอบกับในช่วงเวลาการจัดโครงการเป็นช่วงระยะเวลาที่ใกล้เคียงกันจึงมีความจำเป็นต้องมีการยืมเงินในคราวเดียว เพื่อให้งานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คล่องตัว และบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยืนยันว่ามีการดำเนินการทุกอย่างตามกฎระเบียบของทางราชการทุกประการ มีการอบรมจริงรวมถึงเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดฝึกอบรมตามรายชื่อของผู้เข้ารับการอบรมจริง แต่การจัดอบรมได้มีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ในการจัดอบรมจึงเกิดความคลาดเคลื่อนในส่วนหัวข้อในเอกสารการเบิกจ่ายให้กับผู้เข้าอบรมที่ยังไม่ได้ปรับแก้ไขให้ตรงกับสถานที่ที่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้มีเจตนาที่จะใช้เอกสารที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงมาเบิกจ่ายแต่อย่างใด
ทั้งนี้ วิทยากรของโครงการได้ยืนยันว่าได้ทำหน้าที่วิทยากรตามวัน เวลา และสถานที่จริง โดยทำหน้าที่ครบตามจำนวนวันที่ได้รับหนังสือเชิญจากเจ้าหน้าที่โครงการ
อย่างไรก็ตาม สตง. พิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อกฎหมายแล้ว มีความเห็นตามพยานหลักฐานอันควรเชื่อว่ามีข้อบกพร่องเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี หรือแบบแผนการปฏิบัติราชการ และมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีพฤติการณ์อันเป็นการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 มาตรา 95 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม ให้ดำเนินการดังนี้
1.ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
2.ดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายคืนแก่ทางราชการ
3.ดำเนินการแก้ไขหรือควบคุมเพื่อกำกับดูแล เพื่อมิให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นอีก
4.แจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป
ปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตามผลการดำเนินการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ก่อนหน้านี้ รองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) ได้ทำหนังสือชี้แจงสำนักข่าว Next News ว่า เกี่ยวกับโครงการอบรมและส่งเสริมการพัฒนายกระดับทักษะอาชีพในภาคเกษตรกรรม ปีงบประมาณ 2564 และโครงการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรกรรมและสมุนไพรสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและสุขภาพสู่ชุมชนเพื่อสร้างมูลค่าในภาวะวิกฤตโควิด-19 ปีงบประมาณ 2565
ระบุว่า หลังจากที่มหาวิทยาลัยได้รับแจ้งผลการตรวจสอบโครงการฯ จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 4 แล้ว ก็มิได้เพิกเฉยในการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสรุปผลการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว โดยได้มีการลงโทษทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงได้รายงานผลการสอบสวนวินัยไปยังสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตั้งแต่ปี 2568 ตลอดจนได้มีหนังสือรายงานผลไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลมหาวิทยาลัย ตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว

ภาพประกอบรายงาน




