News Logo
หน้าแรก
เปิดที่มาข้อเสนอครม.ป้องกันเจ้าพนักงานรัฐชาร์จรถ EV ส่วนตัวในที่ทำงาน

เปิดที่มาข้อเสนอครม.ป้องกันเจ้าพนักงานรัฐชาร์จรถ EV ส่วนตัวในที่ทำงาน

5 มิ.ย. 2569 14:01
ผู้ชม 70 คน

"...สํานักงาน ป.ป.ช. ได้รับข้อมูลการแจ้งเบาะแสและเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ เจ้าพนักงานของรัฐนํารถยนต์ส่วนตัวซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ไปอัดประจุไฟฟ้าภายใน สถานที่ทําการซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐโดยมิได้รับอนุญาต ทําให้หน่วยงานของรัฐเกิดความเสียหาย และมีภาระค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของหน่วยงานและงบประมาณของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีความเห็นว่า จําเป็นต้องมีการแจ้งเตือนเจ้าพนักงานของรัฐให้ตระหนักถึงการนํารถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวมาอัดประจุไฟฟ้าในหน่วยงานของรัฐโดยมิได้รับอนุญาตนั้น ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบและมีความผิดฐานลักกระแสไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินของหน่วยงานของรัฐ โดยการลักกระแสไฟฟ้าถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานลักทรัพย์ ตามมาตรา 334 หรือ 335 มีบทลงโทษทั้งจําคุกและปรับ..."

กรณีสำนักข่าว Next News รายงานข่าวมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีรับทราบรายงานผลการศึกษาและการดำเนินการเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์และการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม กรณีเจ้าพนักงานของรัฐนำรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐโดยมิได้รับอนุญาต ตามที่สำนักงาน ก.พ. เสนอ และแจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป

ครม.รับทราบข้อเสนอแนะป้องกันเจ้าพนักงานรัฐชาร์จรถ EV ส่วนตัวที่ทำงาน

ครม.รับทราบข้อเสนอแนะป้องกันเจ้าพนักงานรัฐชาร์จรถ EV ส่วนตัวที่ทำงาน

สำนักข่าว Next News สืบค้นมติครม. ข้างต้น พบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

@ เหตุผลความจําเป็นที่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 รับทราบข้อเสนอแนะเพื่อป้องกัน การแสวงหาประโยชน์และการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม กรณีเจ้าพนักงานของรัฐ นํารถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ โดยมิได้รับอนุญาต ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเสนอ และมอบหมายให้สํานักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับองค์กรกลางบริหารงานบุคคลประเภทต่าง ๆ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สํานักงบประมาณ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงาน ก.พ.ร. สํานักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติ โดยให้สํานักงาน ก.พ. สรุปผลการพิจารณา/ผลการดําเนินการ/ความเห็นในภาพรวม แล้วส่งให้สํานักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีเพื่อนําเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

@ สาระสำคัญและข้อเท็จจริง

สํานักงาน ป.ป.ช. ได้รับข้อมูลการแจ้งเบาะแสและเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ เจ้าพนักงานของรัฐนํารถยนต์ส่วนตัวซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) ไปอัดประจุไฟฟ้าภายใน สถานที่ทําการซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐโดยมิได้รับอนุญาต ทําให้หน่วยงานของรัฐเกิดความเสียหาย และมีภาระค่าใช้จ่ายอันเนื่องมาจากค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของหน่วยงานและงบประมาณของรัฐ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีความเห็นว่า จําเป็นต้องมีการแจ้งเตือนเจ้าพนักงานของรัฐให้ตระหนักถึงการนํารถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวมาอัดประจุไฟฟ้าในหน่วยงานของรัฐโดยมิได้รับอนุญาตนั้น ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบและมีความผิดฐานลักกระแสไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินของหน่วยงานของรัฐ โดยการลักกระแสไฟฟ้าถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานลักทรัพย์ ตามมาตรา 334 หรือ 335 มีบทลงโทษทั้งจําคุกและปรับ

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงเห็นควรมีข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีว่า คณะรัฐมนตรีควรกําหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทาง การควบคุมและแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดในประเด็นสําคัญ สรุปได้ดังนี้

1.หากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ประสงค์จะจัดทําเป็นสวัสดิการให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน ต้องมีการกําหนดระเบียบหรือแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน และถือปฏิบัติ อย่างเคร่งครัด และต้องกําหนดมาตรการควบคุม กํากับ รวมทั้งบทลงโทษ

2.ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ต้องติดป้ายประกาศว่าเป็นจุดที่จัดไว้เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการเท่านั้น และหากประสงค์จะจัดทําเป็นสวัสดิการให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน และอนุญาตให้บุคลากรในหน่วยงานสามารถนํารถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าได้ ต้องติดตั้งสถานีหรือเครื่องอัดประจุไฟฟ้าที่เป็นสวัสดิการแยกต่างหากอย่างชัดเจนจากสถานีหรือเครื่องอัดประจุไฟฟ้าซึ่งจัดไว้เฉพาะของทางราชการเท่านั้น

ทั้งนี้ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 หรือระเบียบ สวัสดิการภายในของหน่วยงานของรัฐ โดยอาจกําหนดให้มีการชําระค่าบริการตามอัตราที่กําหนด และต้องประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรรับทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ซึ่งคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ได้รับทราบข้อเสนอแนะดังกล่าวตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติเสนอ และมอบหมายให้สํานักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปดําเนินการร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง

@ ความเห็นหรือความเห็นชอบ/อนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนราชการตามมติคณะรัฐมนตรี จํานวน 6 แห่ง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวง พลังงาน สํานักงบประมาณ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สํานักงาน ก.พ.ร. และสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ มีความเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์ และการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม กรณีเจ้าพนักงานของรัฐนํารถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ โดยมิได้รับอนุญาต สรุปได้ดังนี้

1.เห็นด้วยกับการกําหนดระเบียบหรือแนวทางปฏิบัติในการนํารถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ไปอัดประจุไฟฟ้า รวมทั้งมาตรการควบคุม กํากับ ดูแล และการลงโทษ กรณีเจ้าพนักงานของรัฐนํารถยนต์ ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าโดยมิได้รับอนุญาต เพื่อความชัดเจนและเป็นการป้องกันการใช้ทรัพย์สินของทางราชการโดยมิชอบหรือใช้ในเรื่องส่วนตัว และหากมีการฝ่าฝืน ก็ให้พิจารณาดําเนินการตามกฎหมายที่บัญญัติโทษเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินของทางราชการโดยมิได้รับอนุญาตไว้แล้ว

2.มีหน่วยงานที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยกับการจัดทําสวัสดิการให้บุคลากร ในหน่วยงานสามารถนํารถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าได้ โดยหน่วยงานที่เห็นด้วย มีความเห็นว่า เป็นประโยชน์ต่อบุคลากรที่ใช้รถไฟฟ้า และต้องเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการใช้ทรัพย์สินของทางราชการ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 ไม่กระทบต่อภารกิจหลักและงบประมาณของทางราชการ มีการกําหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการบริหารจัดการ ควบคุม และตรวจสอบเพื่อป้องกันการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตน รวมทั้งจําเป็นต้องคํานึงถึง ความคุ้มค่าด้วย สําหรับหน่วยงานที่ไม่เห็นด้วยมีความเห็นว่า การนํารถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวมาอัดประจุไฟฟ้า เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวและไม่ได้ครอบคลุมบุคลากรในหน่วยงานทุกคน

3.หน่วยงานทั้ง 6 แห่ง ยังไม่มีการกําหนดระเบียบหรือแนวทางปฏิบัติกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐนํารถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้า ทั้งนี้ หากจะกําหนดระเบียบหรือแนวทางปฏิบัติก็ต้อง ดําเนินการเพื่อประโยชน์ของทางราชการอย่างแท้จริง หรือดําเนินการตามหนังสือของกรมธนารักษ์ และหากมี การฝ่าฝืนต้องดําเนินการทางวินัยหรือทางอาญากับผู้กระทําผิดด้วย

เหล่านี้เป็นข้อมูลก่อนที่ ครม.จะรับทราบข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์และการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม กรณีเจ้าพนักงานของรัฐนำรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐโดยมิได้รับอนุญาต ในวันที่ 26 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://resolution.soc.go.th/PDF_UPLOAD/2569/P_415591_6.pdf

แท็กที่เกี่ยวข้อง
รถ EV
ชาร์จรถ EV ส่วนตัวในที่ทำงาน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภาพที่ตั้งโฉนด 42 ไร่สนามฟุตบอล‘เนวิน’-ลูกชาย‘อนุทิน’ร่วมหุ้นด้วย
เปิดภาพที่ตั้งโฉนด 42 ไร่สนามฟุตบอล‘เนวิน’-ลูกชาย‘อนุทิน’ร่วมหุ้นด้วย