News Logo
หน้าแรก
เบ็ดเสร็จ 44 คน ถูกสอบ คดีดีลซื้อโมเดอร์นา เสียหาย 2.9 พันล.

เบ็ดเสร็จ 44 คน ถูกสอบ คดีดีลซื้อโมเดอร์นา เสียหาย 2.9 พันล.

4 มิ.ย. 2569 18:16
ผู้ชม 389 คน

"...การได้รับวัคซีนไม่สอดคล้องกับความจำเป็นเร่งด่วน โดยจะเห็นได้ว่าราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีการจ่ายเงินล่วงหน้าและเงินค่าวัคซีนรวมทั้งสิ้นจำนวน 99,948,860.93 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 66.72 ของราคาวัคซีนที่ตกลงซื้อขาย (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3) แต่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้รับมอบวัคซีนจำนวน 376,320 โดส คิดเป็นร้อยละ 11.28 ของวัคซีนทั้งหมดที่ควรจะได้รับมอบ คงเหลือวัคซีนที่ยังไม่ได้รับตามใบสั่งซื้อจำนวน 2,959,756.80 โดส คิดเป็นร้อยละ 88.72 ของจำนวนวัคซีนที่สั่งซื้อทั้งหมด ซึ่งเป็นจำนวนสูงมาก..."

ประเด็นตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก!

กรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้สรุปผลการตรวจสอบโครงการจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของหน่วยงานวิจัยด้านสาธารณสุขแห่งหนึ่ง พบข้อบกพร่องหลายประการ โดยเฉพาะการกำหนดเงื่อนไขส่งมอบวัคซีนที่กว้างเกินไป และการจ่ายเงินล่วงหน้าเกินกว่าที่ระเบียบกำหนด จนอาจสร้างความเสียหายต่อหน่วยงานกว่า 2,923 ล้านบาท พร้อมเสนอให้หน่วยงานดำเนินการตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 กับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งคณะกรรมการ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารสัญญา รวมทั้งเร่งเจรจาขอคืนเงินล่วงหน้าที่คงเหลือจากผู้ขายโดยเร็ว

ปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตามผลการดำเนินการ โดยหน่วยงานได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องต่อไป

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า

1.หน่วยงานวิจัยด้านสาธารณสุขที่ถูกตรวจสอบพบปัญหาการจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นาข้างต้น คือ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

2.ในช่วงเดือนสิงหาคม 2567 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ สตง. ระบุว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำให้หน่วยงานได้รับความเสียหายทั้งหมด มีประมาณ 40 ราย มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2567 คณะกรรมการฯ ได้เรียกผู้ปฏิบัติงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำแล้ว จำนวน 11 ราย สำรวจเพิ่มเติม สุขภาพ การเมือง สำหรับการดำเนินการกับบุคคลที่พ้นสภาพจากการเป็นผู้ปฏิบัติงาน คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงได้ทราบข้อมูลว่า มีหน่วยงานกลางได้เข้ามาตรวจสอบแล้ว ขณะที่สภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้กำชับให้ดำเนินการทางวินัยกับผู้กระทำผิดโดยเร็วแล้ว

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำให้หน่วยงานได้รับความเสียหายทั้งหมด จำนวน 44 ราย

แบ่งออกเป็น 6 กลุ่มดังต่อไปนี้

กลุ่มที่ 1: กลุ่มผู้บริหารระดับสูงและนโยบาย มี 9 ราย

มีบทบาทในการกำกับดูแลภาพรวม บริหารราชวิทยาลัย และสั่งการในระดับนโยบาย

กลุ่มที่ 2: กลุ่มคณะกรรมการและคณะทำงานด้านวัคซีนตัวเลือก มี 11 ราย

มีบทบาทโดยตรงเกี่ยวกับการบริหาร การจัดสรร และสนับสนุนการกระจายวัคซีนตัวเลือก

กลุ่มที่ 3: กลุ่มงานจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ มี 12 ราย

มีบทบาทในการควบคุม ดูแล ตรวจสอบ และปฏิบัติงานด้านการพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้าง

กลุ่มที่ 4: กลุ่มงานบริหารการเงิน การคลัง และต้นทุน มี 6 ราย

มีบทบาทเกี่ยวกับงบประมาณ ตรวจสอบต้นทุน และการบริหารกระแสเงินสด

กลุ่มที่ 5: กลุ่มงานกฎหมายและคดีความ มี 5 ราย

มีบทบาทในการตรวจตราข้อกฎหมาย สัญญา และดำเนินการทางนิติกรรม

กลุ่มที่ 6: กลุ่มงานประชาสัมพันธ์และการตลาด มี 1 ราย

มีบทบาทในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะและประเด็นทางการตลาด

ในจำนวนนี้ มี 17 ราย ที่พ้นสภาพการเป็นผู้ปฏิบัติงานไปแล้ว

ขณะที่รายงานผลการตรวจสอบ สตง. ระบุข้อบกพร่อง 3 ประเด็นสำคัญ คือ

  • 1. การจัดทำรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (TOR) มีการกำหนดเงื่อนไขการส่งมอบวัคซีนกว้างเกินไป ทำให้เสียโอกาสในการใช้ประโยชน์ของวัคซีน รวมทั้ง การบริหารสัญญาขาดประสิทธิภาพ

  • 2.สัญญาหรือ Supply Agreement “ข้อตกลงในการจัดหาพัสดุ” มีการจัดทำและลงนามผูกพันก่อนการได้รับอนุมัติงบประมาณ รวมทั้งการอนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อบังคับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ. 2562

  • 3.การตรวจสอบพัสดุประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ไม่เป็นไปตามข้อบังคับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ.2562

จากการตรวจสอบข้อมูลสตง.พบว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้มีการจ่ายเงินล่วงหน้าให้กับผู้ขาย จำนวน 3 งวด จำนวนเงิน 93,015,014.40 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 38.50 ของราคาวัคซีนที่ตกลง คิดเป็นเงินสกุลบาท จำนวน 3,069,291,204.56 บาท (จำนวนเงินสกุลบาทอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ)

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้รับวัคซีนที่ส่งมอบเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 จำนวน 376,320 โดส โดยจ่ายเงินเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565 จำนวนเงิน 6,933,846.53 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินสกุลบาท จำนวน 233,129,094.58 บาท เป็นการจ่ายชำระเงินร้อยละ 61.50 ของราคาวัคซีนที่ส่งมอบ

ทั้งนี้ ยังคงเหลือค่าวัคซีนอีกคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 38.50 จำนวน 4,340,700.67 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะนำไปหักกับเงินจ่ายล่วงหน้าข้างต้น ดังนั้น จะมีเงินจ่ายล่วงหน้าที่คงเหลือกับผู้ขาย จำนวน 88,674,313.73 ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ สตง. พิจารณาข้อเท็จจริงประกอบคำชี้แจงที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลแวดล้อมอื่น ๆ เพิ่มเติมแล้ว มีความเห็นว่า การกำหนดเงื่อนไขการส่งมอบวัคซีนที่กว้างเกินไป เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขการส่งมอบวัคซีน พบว่าการได้รับวัคซีนไม่สอดคล้องกับความจำเป็นเร่งด่วน โดยจะเห็นได้ว่าราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีการจ่ายเงินล่วงหน้าและเงินค่าวัคซีนรวมทั้งสิ้นจำนวน 99,948,860.93 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 66.72 ของราคาวัคซีนที่ตกลงซื้อขาย (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3) แต่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้รับมอบวัคซีนจำนวน 376,320 โดส คิดเป็นร้อยละ 11.28 ของวัคซีนทั้งหมดที่ควรจะได้รับมอบ

คงเหลือวัคซีนที่ยังไม่ได้รับตามใบสั่งซื้อจำนวน 2,959,756.80 โดส คิดเป็นร้อยละ 88.72 ของจำนวนวัคซีนที่สั่งซื้อทั้งหมด ซึ่งเป็นจำนวนสูงมาก

แต่ด้วยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ให้เหตุผลโดยสรุปได้ว่า ในช่วงต้นของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วัคซีนที่รัฐบาลจัดหาไม่เพียงพอ และเป็นช่วงที่มีความต้องการวัคซีนในประเทศสูง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จึงจัดหาวัคซีนทางเลือก โดยเงื่อนไขต่าง ๆ ของสัญญาเป็นเงื่อนไขที่ทางผู้ขายเป็นผู้กำหนด โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ไม่สามารถต่อรองได้

อย่างไรก็ตาม จากการพิจารณาเหตุผลที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ชี้แจงเพิ่มเติมนั้น เห็นว่า การจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นาดังกล่าวใช้งบประมาณจำนวนสูงมาก ดังนั้น ในการพิจารณาอนุมัติการจัดซื้อพัสดุในแต่ละครั้ง ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังรอบคอบและถือปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการอย่างแท้จริง

เมื่อคำนวณจากจำนวนเงิน 99,948,860.93 ดอลลาร์สหรัฐ กับราคาวัคซีนต่อโดสเท่ากับ 29.96 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณการเป็นจำนวนวัคซีนโมเดอร์นาที่ต้องได้รับเท่ากับ 3,336,076.80 โดส

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้รับมอบวัคซีนจากเอกชน จำนวน 376,320 โดส คิดเป็นร้อยละ 11.28 ของวัคซีนทั้งหมดที่ควรจะได้รับมอบ คงเหลือวัคซีนที่ยังไม่ได้รับจำนวน 2,959,756.80 โดส คิดเป็นร้อยละ 88.72 ของวัคซีนทั้งหมดที่ควรจะได้รับมอบ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คือ วัคซีนที่จ่ายเงินล่วงหน้าไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับมอบวัคซีน คิดเป็นเงิน 88,674,313.73 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,923,348,600.60 บาท

ขณะที่จากการตรวจสอบข้อมูลวัคซีนโมเดอร์นาตามที่เอกชน รายงานให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ทราบ ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2565 มีจำนวน 232,890 โดส (Lot Number 084M21A หมดอายุวันที่ 22 ตุลาคม 2565 ในวันที่ได้รับข้อมูลวันที่ 5 มิถุนายน 2566 วัคซีนดังกล่าวได้หมดอายุเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ สตง.พิจารณาคำชี้แจงประกอบหลักฐานเอกสาร พบว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีแผนการบริหารจัดการการกระจายวัคซีนให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ และมีการระบุเงื่อนไขใน SUPPLY AGREEMENT “ข้อตกลงในการจัดหาพัสดุ” ส่งมอบสินค้าครั้งที่ 1 ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ซึ่งได้รับมอบวัคซีนเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 ส่งผลให้ใช้ระยะเวลานานในการนำเข้าวัคซีนมาให้แก่ประชาชน ทำให้มีความเสี่ยงในการบริหารการกระจายวัคซีนไม่ทันต่อสถานการณ์ในช่วงดังกล่าว

ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ช่วงไตรมาส 4 ปี 2564 เริ่มมีแนวโน้มคลี่คลายไปในทางที่ดี ซึ่งรัฐบาลได้จัดหาวัคซีนหลัก คือ (1) วัคซีนซิโนแวค (2) วัคซีนแอสตาเซเนก้า (3) วัคซีนไฟเซอร์ และ (4) วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เพื่อให้ประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนเร็วที่สุดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งให้ภาครัฐและภาคเอกชนอื่นๆ จัดหาวัคซีนทางเลือก คือ วัคซีนซิโนฟาร์ม และวัคซีนโมเดอร์นา ซึ่งในขณะนั้นมีการรายงานผลกระทบของการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาเกี่ยวกับโอกาสการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจ/เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบภายหลังจากการได้รับวัคซีน ทำให้ประชาชนมีความกังวล จึงหันไปฉีดวัคซีนประเภท mRNA วัคซีนไฟเซอร์ทดแทน ทำให้การจัดการความเสี่ยงของการกระจายวัคซีน การบันทึก และการจัดเก็บรักษาวัคซีนไม่ทันต่อสถานการณ์ที่ความต้องการของประชาชนในประเทศไทยเริ่มมีแนวโน้มลดลง

ส่งผลให้มีวัคซีนโมเดอร์นาหมดอายุ โดยมียอดคงเหลือจำนวน 232,890 โดส คิดเป็นมูลค่า 232,519,241.91 บาท (Lot Number 084M21A วันหมดอายุวันที่ 22 ตุลาคม 2565) ทำให้การใช้จ่ายเงินของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์อาจไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและวัตถุประสงค์ของโครงการจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564

สตง.ยังพิจารณาแล้วเห็นว่า ผลการตรวจสอบการควบคุมพัสดุ (วัคซีนโมเดอร์นา) ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการปฏิบัติไม่เป็นไปตามข้อบังคับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ. 2562 ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินอาศัยอำนาจตามมาตรา 95 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561 เพื่อเป็นการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐและการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุเป็นไปตามหลักความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้ ในการดำเนินการตามหลักการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐ ขอแจ้งให้พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

(1) กำกับดูแลให้ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องถือปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ. 2562 โดยเคร่งครัด เพื่อมิให้เกิดข้อบกพร่องขึ้นอีก ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติที่ผ่านมา ขอให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์พิจารณาดำเนินการอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

(2) เร่งรัดคณะกรรมการตรวจสอบพัสดุประจำปีให้สรุปผลการตรวจสอบเสนอต่อผู้บริหารราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์โดยเร็ว เพื่อพิจารณาทำลายวัคซีนที่หมดอายุให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บวัคซีนต่อไป

(3) การดำเนินการจัดซื้อพัสดุประเภทวัคซีน ยา หรือเวชภัณฑ์ที่มีระยะเวลาหมดอายุชัดเจนในช่วงสถานการณ์โรคอุบัติใหม่หรือสถานการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนในครั้งต่อไป หากมีวัคซีน ยา หรือเวชภัณฑ์คงเหลือใกล้หมดอายุ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์พิจารณาแล้วไม่สามารถจำหน่ายหรือบริหารจัดการได้ทันกาล รวมทั้งไม่สามารถขอเปลี่ยนสินค้าเป็น Lot ใหม่จากผู้ขายได้ ขอให้พิจารณาดำเนินการบริจาควัคซีน ยา หรือเวชภัณฑ์ดังกล่าวให้แก่องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนอื่น ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะและตอบสนองต่อเจตนารมณ์ตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการให้บริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชน ให้ความช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อบริการประชาชน ทั้งนี้ ควรคำนึงถึงการถือปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และแบบแผนการปฏิบัติราชการอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังขอให้ดำเนินการเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายแก่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยพิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 กับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้แก่ คณะกรรมการผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างในกระบวนการบริหารสัญญาที่ทำให้เมื่อสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ยังได้รับมอบวัคซีนไม่ครบถ้วนตามจำนวนเงินที่จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว คิดเป็นเงิน 88,674,313.73 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,923,348,600.60 บาท (จำนวนเงินสกุลบาทอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ) ด้วย

อย่างไรก็ดี กรณีนี้ปัจจุบันศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาชี้ขาด ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
สตง.
ดีลซื้อโมเดอร์นา
จัดซื้อจ้าง
โควิด
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บ.รับเหมาพ่อตา ‘เนวิน’ คว้างานรัฐ 40 โครงการ 1.45 หมื่นล./ทางหลวงอื้อ
บ.รับเหมาพ่อตา ‘เนวิน’ คว้างานรัฐ 40 โครงการ 1.45 หมื่นล./ทางหลวงอื้อ