เปิดเบื้องลึก! ปมเสนอ 4 แสน ช่วยจำเลย ก่อนหน้าอธิบดีอัยการปปท.ภาค5 แจ้งความอธิบดีอัยการ ปริศนา ทำเรื่องร้องเรียน ป.ป.ช. -ก.อ.-อสส.ไปแล้วตั้งแต่ เม.ย. ยันมีคลิป-แชตลับ เป็นหลักฐาน ไม่ใช่ AI แฉยอดสินบนจริงถึง 5 แสน แต่มีนายหน้าขอหัก 1 แสน เผยเหตุผลเปิดโปงหวังกำจัดอัยการประพฤติชั่วให้หมดไปจากองค์กร สร้างความน่าเชื่อถือต่อไป
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีปรากฏข่าวว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สารวัตร(สอบสวน) กองกำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กก.4 บก.ปปป.) พร้อมนำหลักฐานแจ้งความ อธิบดีอัยการรายหนึ่ง ที่เสนอให้สินบนเป็นเงิน 400,000 บาท เพื่อขอให้ช่วยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 2 ราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกันวางแผนและจับกุมตัว เมื่อวันที่ 16 ต.ค.67 ในข้อหาเรียกรับสินบนค่าใบอนุญาตการก่อสร้างต่อเติมร้านอาหารจากนายพัฒน์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของร้านอาหาร ในตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ฯลฯ ภายใต้ปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ”

ภาพประกอบรายงาน
อธิบดีอัยการปปท.ภาค5 แจ้งความอธิบดีอัยการ เสนอ 4 แสน สั่งไม่ฟ้องจำเลย
ย้อนปฏิบัติการ 'รุมกินโต๊ะ' ก่อนอธิบดีอัยการปริศนา เสนอ4 แสน ช่วยจำเลย
อสส.สั่งสอบด่วน! ปมอธิบดีอัยการเสนอ4แสน ช่วยจำเลย-มีมูลโดนรับสินบนด้วย
ล่าสุดแหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า คดีนี้ นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 ไม่ได้แค่แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เท่านั้น
แต่ในช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา นายเนธิภัททิก์ ได้ทำหนังสือร้องเรียนจำนวน 3 ฉบับ ไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) และ อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อให้สอบสวนเรื่องนี้เป็นทางการ
ในหนังสือร้องเรียน ทั้ง 3 ฉบับ นายเนธิภัททิก์ ยืนยันว่า อธิบดีอัยการรายนี้ มีพฤติการณ์เรียกรับสินบนและพยายามแทรกแซงการสั่งคดีทุจริตเกี่ยวกับการเรียกรับเงินในการออกใบอนุญาตก่อสร้างร้านอาหารในพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ พร้อมระบุว่า ในระหว่างที่คดีอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 อธิบดีอัยการรายนี้ ได้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์หลายครั้ง เพื่อขอให้ช่วยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางราย พร้อมระบุว่ามี “ค่าใช้จ่าย” จำนวน 400,000 บาท สำหรับการช่วยเหลือคดีดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังอ้างว่า มีการรับเงินจาก นายกเทศมนตรีรายหนึ่ง ไปแล้วบางส่วนจำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือคดี แต่สุดท้ายพนักงานอัยการในสำนวนทั้งหมดไม่ยอมสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานแน่นหนา ทั้งคลิปเสียง ภาพการล่อซื้อ เส้นทางการเงิน และคำให้การของผู้เสียหาย
ในหนังสือร้องเรียนยังระบุว่า มีการมาวิ่งเต้นคดีให้สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา เป็นเงินจำนวน 500,000 บาท แต่นายหน้าขอหักไว้ 100,000 บาท และต่อมาอธิบดีอัยการรายนี้ เห็นว่าไม่มีผู้ใดจะสั่งไม่ฟ้องคดีให้ จึงเพิ่มเป็นจำนวน 500,000 บาท โดยจะให้ผู้ต้องหา ร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาให้สอบสวนประเด็นที่ผู้เสียหายว่าจะกลับคำให้การเดิมเป็นไม่ยืนยันความผิดของผู้ต้องหา แต่ผลสอบสวนเพิ่มเติมก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
หนังสือร้องเรียนยังระบุว่า มีคลิปเสียง คลิปภาพ และหลักฐานการสนทนาหลายรายการ รวมถึงภาพหน้าจอการโทรผ่านไลน์ ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้อง ถูกส่งมอบให้เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบด้วย
นายเนธิภัททิก์ ระบุย้ำว่า การกระทำของอธิบดีอัยการรายดังกล่าว อาจเข้าข่ายความผิดฐานเรียกรับสินบน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และความผิดฐานให้สินบนเจ้าพนักงาน รวมถึงความผิดวินัยร้ายแรง โดยขอให้ ป.ป.ช. พิจารณากันบุคคลที่เกี่ยวข้องบางรายไว้เป็นพยาน เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป
ทั้งนี้ นายเนธิภัททิก์ ยืนยันว่า ตระหนักดีว่าเรื่องนี้ จะกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรอัยการอย่างแน่นอน แต่คิดในอีกมุมมองว่าถือเป็นการกระทำที่ถูกต้องให้องค์กรอัยการที่ยืนหยัดมาถึง 133 ปีแล้วจะได้กำจัดอัยการที่ประพฤติชั่วให้หมดไปจากองค์กร ทำให้องค์กรอัยการจะได้รับความน่าเชื่อถือต่อไปมากกว่า
“ข้าพเจ้าจึงขอเอาเกียรติยศและศักดิ์ศรีตำแหน่งอธิบดีอัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริตภาค 5 ของข้าพเจ้าเป็นประกันและขอกราบเรียนมายังท่านเพื่อรับรองยืนยันว่าข้อมูลและพยานหลักฐานทั้งหมดดังกล่าวข้างต้นที่กล่าวมาข้างต้นเป็นความจริงทุกประการ และขอกราบเรียนมายังท่านว่า หากเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ข้าพเจ้าจะไม่สามารถอัดคลิปภาพและเสียงภาพและเสียงการสนทนาดังกล่าวข้างต้นได้ และไม่ใช่เป็นการสร้างภาพและเสียงโดย AI อย่างแน่นอน"
" จึงขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการกระทำความผิดของ อธิบดีอัยการรายนี้ ในความผิดทางอาญาและความผิดทางวินัยร้ายแรงต่อไป เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อข้าราชการอัยการซึ่งเป็นเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมระดับสูงที่จะกล้ากระทำการโดยมิชอบต่อหน้าที่หรือกระทำการโดยทุจริตต่อหน้าที่ต่อไปในอนาคต”นายเนธิภัททิก์ระบุ ในหนังสือร้องเรียน




