อสส.สั่งผู้ตรวจการอัยการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงด่วน กรณีอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 เข้าแจ้งความเอาผิดอธิบดีอัยการปริศนา เสนอเงิน 400,000 บาท ขอช่วยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีเรียกรับสินบนค่าใบอนุญาตก่อสร้างร้านอาหารในเชียงใหม่ ภายใต้ปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ” ชี้กระทบภาพลักษณ์องค์กรอย่างหนัก มีมูลโดน 2 เด้ง ข้อกล่าวหาเรียกรับสินบนด้วย
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีปรากฏข่าวว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นายเนธิภัททิก์ เสฏฐิตานันท์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 5 ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สารวัตร(สอบสวน) กองกำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กก.4 บก.ปปป.) พร้อมนำหลักฐานแจ้งความ อธิบดีอัยการรายหนึ่ง ที่เสนอให้สินบนเป็นเงิน 400,000 บาท เพื่อขอให้ช่วยสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 2 ราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกันวางแผนและจับกุมตัว เมื่อวันที่ 16 ต.ค.67 ในข้อหาเรียกรับสินบนค่าใบอนุญาตการก่อสร้างต่อเติมร้านอาหารจากนายพัฒน์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของร้านอาหาร ในตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ ฯลฯ ภายใต้ปฏิบัติการ “รุมกินโต๊ะ”

ภาพประกอบรายงาน
อธิบดีอัยการปปท.ภาค5 แจ้งความอธิบดีอัยการ เสนอ 4 แสน สั่งไม่ฟ้องจำเลย
ย้อนปฏิบัติการ 'รุมกินโต๊ะ' ก่อนอธิบดีอัยการปริศนา เสนอ4 แสน ช่วยจำเลย
ล่าสุด แหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด (อสส.) ได้มีคำสั่งให้ผู้ตรวจการอัยการที่รับผิดชอบ ภาค 5 ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นและทำรายงานเสนอต่ออัยการสูงสุดเป็นการด่วน เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นอย่างมาก เพราะผู้ที่ถูกกล่าวหามีตำแหน่งสูงถึงระดับอธิบดีอัยการ
“บุคคลที่ถูกกล่าวหายังมีอายุราชการอีกหลายปี และตามสายงานจะสามารถเลื่อนตำแหน่งได้สูงถึงรองอัยการสูงสุดก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ใช้การ กล่าวหากันอย่างลอยๆ เป็นการแจ้งความดำเนินคดีว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเสนอให้สินบนเพื่อไม่ให้สั่งฟ้องคดี นอกจากนั้นถ้ามีการตรวจสอบขยายผล อาจจะโดนข้อกล่าวหาว่ารับทรัพย์สินบนจากจำเลยในคดีรุมกินโต๊ะอีกด้วย” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังจากที่มีการแจ้งความกล่าวหาอธิบดีอัยการรายนี้ต่อกองบังคับการ ปปป. พนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งให้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ดำเนินการไต่สวนต่อด้วย
ขณะที่แหล่งข่าวจากกองกำกับการ 4 เปิดเผยกับสำนักข่าว Next News ว่า เกี่ยวกับคดีนี้ ปัจจุบันพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะสามารถส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ภายในสัปดาห์หน้านี้




