News Logo
หน้าแรก
ม.หอการค้าพร้อมส่งข้อมูลโพลสินบนให้ คพ. ย้ำสอบถามยึดแนวเวิลด์แบงก์

ม.หอการค้าพร้อมส่งข้อมูลโพลสินบนให้ คพ. ย้ำสอบถามยึดแนวเวิลด์แบงก์

17 พ.ค. 2569 21:25
ผู้ชม 137 คน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ม.หอการค้าไทย พร้อมส่งข้อมูลโพลสินบนให้ ‘คพ.’ ย้ำแบบสอบถามยึดแนวเวิลด์แบงก์ อึ้งผลสำรวจเอกชนเกินครึ่งไม่กล้าร้องเรียนสอบหน่วยงานรัฐรีดสินบน

สำนักข่าว Next News รายงานว่า จากกรณีที่ “คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน แถลงข่าว “ผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ" พร้อมเผยแพร่ข้อมูล 26 หน่วยงานรัฐในการรับสินบน รวมถึงกรมควบคุมมบพิษ(คพ.) ที่ถูกระบุว่าเป็นหน่วยงานที่มี มูลค่าสินบนเฉลี่ยต่อครั้ง สูงสุดอันดับ 1 อยู่ที่ 102,160 บาท โดยนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดี คพ.ออกมาแถลงไม่ยอมรับผลการสำรวจดังกล่าวและเรียกร้องให้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) ส่งรายละเอียดการจัดทำผลสำรวจมาให้ภายใน 7 วันนั้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ทางศูนย์ฯ ซึ่งเป็นผู้สำรวจเรื่องดังกล่าวพร้อมส่งข้อมูลรายละเอียดให้กับ คพ. ก็เป็นตามที่ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ถึงวิธีการเก็บข้อมูล และแบบสอบถามเป็นตามหลักวิชาการ โดยยึดโยงมาจากแบบสอบถามของธนาคารโลก(เวิลด์แบงก์) ที่ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเคยร่วมกับธนาคารโลก สำรวจเรื่องคอร์รัปชันเมื่อแบบสอบถามเสร็จ ก็นำไปถามแบบตัวต่อตัว หรือ Face to Face จำนวน 401 ตัวอย่าง แบบ100%

เมื่อถามว่า ข้อมูลในรายละเอียดที่กลุ่มตัวอย่างระบุว่ามีการจ่ายสินบนกับหน่วยงานต่างๆ นั้นจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ดำเนินการต่อหรือไม่ นายธนวรรธน์กล่าวว่า ในส่วนของศูนย์ฯนั้นทำงานด้านวิชาการในการสำรวจข้อมูล ส่วนจะดำเนินอย่างไรก็ต่อไปเป็นเรื่องของ กกร. อย่างไรก็ตามในภาคีเครือข่าย “Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน” ก็มีหน่วยงานทั้งป.ป.ช.และป.ป.ท.ร่วมอยู่แล้ว

รายงานข่าวแจ้วว่า สำหรับการสำรวจ 26 หน่วยงาน มาจากแนวทางที่ธนาคารโลก และ OECD ที่จำแนกหน่วยงานภาครัฐออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.หน่วยงานจัดเก็บภาษีและรายได้ภาครัฐ 2.หน่วยงานออกใบอนุญาตและจดทะเบียนธุรกิจ 3.หน่วยงานศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ 4.หน่วยงานสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน และ5.กระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมาย (ยกเว้นศาล)

ทั้งนี้ 26 หน่วยงานได้แก่ (เรียงลำดับจากคำถามว่าในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา จำนวนเงินต่อครั้งที่ธุรกิจจ่ายให้หน่วยงานที่ติดต่อมากสุดจนถึงน้อยสุด) 1.กรมควบคุมมลพิษ 2.กรมเจ้าท่า 3.กรมสรรพสามิต 4.กรมสรรพากร 5.กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) 6.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)/บริการสาธารณสุข 7.กรมทางหลวง 8.กรมโยธาธิการและผังเมือง 9.กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 10.กรมป่าไม้ 11.กรมที่ดิน 12.กรมศุลกากร 13.กรมทรัพยากรธรณี 14.การไฟฟ้า 15.กรมทรัพย์สินทางปัญญา 16.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 17.การประปา 18.กรมโรงงานอุตสาหกรรม 19.กรมการขนส่งทางบก 20.กรมปศุสัตว์ 21.กรมพัฒนาธุรกิจการค้า 22.กรมการจัดหางาน 23.ตำรวจท้องที่ 24.กรมชลประทาน 25.องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 26.ตำรวจทางหลวง/จราจร

สำหรับผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชน เกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐระบุว่า ทำการสำรวจความคิดเห็นภาคธุรกิจ จำนวน 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม - 10 เมษายน 2569 แบ่งเป็นภาคเหนือ (8.0%) ภาคกลาง (7.9%) ภาคใต้ (7.9%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (10.1%) ภาคตะวันออก (18.0%) กรุงเทพฯ และปริมณฑล (41.8%)

ตำแหน่งผู้ตอบ ได้แก่ ผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย/จัดซื้อ 70% เจ้าของ/ผู้บริหารสูงสุด 28% และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ/จัดซื้อ 2% ส่วนประเภทอุตสาหกรรม แบ่งเป็น ภาคบริการ 46% ภาคอุตสาหกรรม 29% ภาคการค้า 16% และภาคเกษตร 9%

ส่วนผลการสำรวจความคิดเห็นของภาคธุรกิจ จากประสบการณ์และการรับรู้ จากคำถามว่าคอร์รัปชันเป็น อุปสรรค ต่อการทำธุรกิจเพียงใด ตอบเป็นอุปสรรคมาก 30.8% เป็นอุปสรรคปานกลาง 30.3% เป็นอุปสรรคอย่างมาก 28.0% เป็นอุปสรรคเล็กน้อย 10.6% ไม่เป็นอุปสรรคเลย 0.3% จะเห็นว่าคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ ในระดับปานกลางขึ้นไปถึงมากที่สุด มีสัดส่วนสูงถึง 89.1%

เมื่อถามในหัวข้อ แนวโน้มคอร์รัปชัน เมื่อเทียบกับ 3 ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ตอบว่าเท่าเดิม 48.5% แย่ลงมาก 27.5% แย่ลง: 23.7% ดีขึ้นแค่ 0.3%จะเห็นว่าแนวโน้มแย่ลงและแย่ลงมาก มีสัดส่วนสูงถึง 51.2%

เมื่อถามถึงจากประสบการณ์ที่ผ่านมา การขออนุญาตหรือใบอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐครั้งล่าสุด มีการสื่อหรือบอกเป็นนัยว่าต้องให้ของกำนัล เงิน หรือผลประโยชน์อื่น เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างราบรื่นหรือรวดเร็วขึ้นหรือไม่ คำตอบที่ได้ ไม่เคย 39.1% มีการสื่อเป็นนัยเล็กน้อย 25.4% มีการสื่อหรือร้องขออย่างชัดเจน 17.2% มีการสื่อเป็นนัยค่อนข้างชัดเจน 10.2% และเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ 8.1% แม้ว่ากลุ่มที่ตอบว่าไม่เคยจะมากสุด แต่หากนำกลุ่มที่มีประสบการณ์การถูกสื่อสารเรื่องผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ มารวมกัน (สื่อเป็นนัย + ชัดเจน + เรื่องปกติ) จะมีสัดส่วนรวมกันถึง 60.9%

ส่วนคำถามว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยต้องให้เงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวก ในการดำเนินงานหรือไม่ ผลสำรวจพบว่า ไม่เคย 54.1% และเคย 45.9%

เมื่อถามว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา หากเกิดการร้องขอผลประโยชน์ มักพบรูปแบบใดมากที่สุด ตอบว่าเงินสด 46.6% ของขวัญ/เลี้ยงรับรอง 23.1% การร้องขอผลประโยชน์ มักพบรูปแบบบริจาค/สปอนเซอร์ 18.7% ไม่พบ 7.8% และจ้างผู้รับเหมาช่วง/ที่ปรึกษารายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ 3.8%

เมื่อถามในหัวข้อ การให้ 'ค่าความสะดวก' หรือ 'เงินหล่อลื่น (Speed Money)' มีผลช่วยให้กระบวนการดำเนินการกับหน่วยงานภาครัฐเสร็จเร็วขึ้นเพียงใด ตอบว่ามีผลปานกลาง 29.4% ไม่มีผลเลย 26.6% มีผลเล็กน้อย 21.1% มีผลมาก 20.8% และมีผลอย่างมาก 2.1% ซึ่งกลุ่มที่เชื่อว่าการให้เงินหล่อลื่น “มีผลไ (ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงอย่างมาก) มีสัดส่วนรวมกันถึง 73.4%

สำหรับคำถามว่า ในการประกวดราคาครั้งล่าสุด มีสัญญาณต่อไปนี้หรือไม่ คำตอบไม่พบสัญญาณ 36.4% มีการติดต่อจากบุคคลที่อ้างว่า "ช่วยให้ชนะ" ได้ 27.3%

ได้รับ "ใบ้" ว่าควรใช้ตัวกลาง/ที่ปรึกษาบางราย 27.3%เปลี่ยนเงื่อนไขหรือกำหนดส่งงานในช่วงท้าย 9.1% และTOR ระบุคุณสมบัติ/ยี่ห้อเฉพาะเจาะจงจนเหลือผู้แข่งขันน้อย 9.1%

แม้กลุ่มที่ "ไม่พบสัญญาณ" จะมีสัดส่วนมากที่สุด แต่เมื่อรวมสัญญาณความผิดปกติในรูปแบบต่างๆ (การติดต่อช่วยเหลือ, การแนะตัวกลาง, การแก้เงื่อนไข และการล็อคสเปก TOR) พบว่ามีสัดส่วนรวมกันสูงถึง 72.8%

เมื่อถามว่า จากประสบการณ์ของท่าน ช่องทางหรือกระบวนการใดในการติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐที่มีความเสี่ยงต่อการเรียกรับเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์พิเศษมากที่สุด คำตอบที่ได้ คือการขอใบอนุญาตหรือการอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐ 67.3% การตรวจสอบหรือการกำกับดูแลจากเจ้าหน้าที่รัฐ 40.2% กระบวนการด้านภาษีหรือการตรวจสอบภาษี 36.9% การต่ออายุใบอนุญาตหรือการขอแก้ไขเงื่อนไขต่างๆ 26.1% กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือการประกวดราคาของภาครัฐ 26.1% กระบวนการด้านศุลกากรหรือการนำเข้า–ส่งออกสินค้า 25.9% การตรวจรับงานหรือการอนุมัติการเบิกจ่ายเงินตามสัญญา 14.3% การติดต่อผ่านตัวกลางหรือที่ปรึกษา 10.6% และกระบวนการขอรับบริการสาธารณะจากหน่วยงานรัฐ 8.5%

ส่วนคำถามว่า เมื่อกิจการที่อยู่ในอุตสาหกรรมเช่นเดียวกับบริษัท ทำธุรกิจกับภาครัฐ จะต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษแก่ข้าราชการ เพื่อให้ได้สัญญาหรือไม่ คำตอบที่ได้ ไม่จ่าย43.0% จ่าย 37.3% ไม่ทราบ 19.7%

สำหรับกลุ่มที่ตอบว่าจ่าย 37.8% ตอบว่าจ่ายในสัดส่วน 11-15% ของมูลค่าสัญญา รองลงมา 32.4% ตอบว่าจ่ายในสัดส่วน 6.10% อันดับสาม 20.9%ตอบว่าจ่ายในสัดส่วน 1-5% อันดับสี่ 6.1% จ่ายในสัดส่วน 16-20% อันดับห้า 2.1% จ่ายในสัดส่วน 26-30% และสุดท้าย 0.7% ตอบว่าจ่ายในสัดส่วน 21-25%

เมื่อถามถึงเหตุผลหลักที่ภาคธุรกิจยอมจ่ายสินบนคืออะไร 29.1% ระบุว่าขั้นตอนการติดต่อมีความซับซ้อน 25.0% ระบุว่ากฎหมาย/ระเบียบเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมากเกินไป 18.8% ตอบว่าเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากการทำผิดระเบียบ 12.9% ระบุเพื่อความรวดเร็ว/การดำเนินการใช้เวลานานเกินไป 8.5% ตอบเพื่อตัดหน้าคู่แข่ง 4.9% เพราะถูกเจ้าหน้าที่บีบบังคับ/ประวิงเวล และ0.7% เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำต่อๆ กันมา จะเห็นว่า ความซับซ้อนของขั้นตอนและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมกันสูงถึง 54.1%

เมื่อถามว่า หากพบการเรียกรับผลประโยชน์ “กล้าร้องเรียน” ผ่านช่องทางของหน่วยงานมากน้อยเพียงใด พบว่าไม่กล้าร้องเรียนเลย สูงถึง 43.7% กล้าปานกลาง 32.2 ค่อนข้างไม่กล้า 12.8% ค่อนข้างกล้า 9.5% และกล้ามาก1.8% หากรวมกลุ่มที่ไม่กล้า (ไม่กล้าเลย + ค่อนข้างไม่กล้า) มีสัดส่วนสูงถึง 56.5%

เมื่อถามว่ามีความมั่นใจใน 'ช่องทางกาารร้องเรียน' (Whistleblowing) ของรัฐเพียงใด ปรากฏว่าไม่มั่นใจเลย สูงถึง 52.3% มั่นใจปานกลาง 36.6% และมั่นใจมากเพียง 11.1%

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
ม.หอการค้า
เวิลด์แบงก์
โพลสินบน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โชว์งบฯปีล่าสุด บ.ปิโตรเลียมไทย‘พิพัฒน์’รายได้ 1.7 แสนล. กำไร 110 ล.
โชว์งบฯปีล่าสุด บ.ปิโตรเลียมไทย‘พิพัฒน์’รายได้ 1.7 แสนล. กำไร 110 ล.