เปิดเบื้องหลังคดีออกใบสูติบัตรปลอม ภายใต้ปฏิบัติการ "ย้อนเกล็ดมังกร" จุดเริ่มต้นมาจากสอบเส้นทางเงินกลุ่มสแกมเมอร์ 7.5 หมื่นล. ก่อนขยายผลพบมีการนำหญิงชาวจีนท้องแก่เข้ามาคลอดในประเทศไทยกว่า 100 คน คาดเตรียมใช้เป็นฐานถือครองทรัพย์สินในไทย - 'อนุทิน ชาญวีรกุล' นายกฯ จ่อแถลงเป็นทางการ
จากกรณีปรากฏข่าว สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), กรมการปกครอง, และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เปิดปฏิบัติการ "ย้อนเกล็ดมังกร" เข้าจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย พร้อมตรวจค้น 4 จุด เพื่อขยายผลปราบปรามขบวนการทุจริตออกใบสูติบัตรให้กับบุคคลไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบนั้น
3 ป.สนธิ DSI -ปค.รวบ จนท.สำนักฯเขตธนบุรี ออกใบสูติบัตรปลอมให้ต่างด้าว
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบว่า คดีนี้เป็นอีกหนึ่งคดีใหญ่ ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศไทย ที่ถูกตรวจสอบพบเส้นทางการเงินกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท และมีการสอบขยายผลจนพบว่า มีการนำหญิงชาวจีนท้องแก่เข้ามาคลอดในประเทศไทย เพื่อให้ได้สิทธิความเป็นคนไทย เตรียมไว้สำหรับการถือครองทรัพย์สินในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนเด็กที่ได้รับการออกใบเกิดไปกว่า 100 รายแล้ว
สำหรับข้อมูลคดีนี้ ที่มีการเปิดเผยต่อสื่อมวลชนไปแล้ว คือ จุดเริ่มต้นมาจากกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการออกใบสูติบัตรให้กับบุคคลไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จากการตรวจสอบพบข้อมูลรายชื่อบุคคลที่มีรายการผิดปกติ และเป็นการดำเนินการโดยสำนักงานทะเบียนเขตธนบุรี เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันสืบสวนและพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดสำนักงานทะเบียนเขตธนบุรี จัดทำเอกสารใบสูติบัตรอันเป็นเท็จ โดยมีบุคคลภายนอกเข้าไปเกี่ยวข้องร่วมกันกระทำความผิด จึงได้ขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับและหมายค้น ในการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 6 ราย ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
แบ่งผู้ต้องหาออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดสำนักงานทะเบียนเขตธนบุรี จำนวน 1 ราย ถูกตั้งข้อหากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, มาตรา 162 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172
ส่วนกลุ่มที่สองเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 5 ราย ซึ่งถูกตั้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ในความผิดฐานเดียวกันกับเจ้าหน้าที่รัฐ
ทุจริตสูติบัตร โยง 2 ผู้ต้องหาจีนเทา
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายละเอียดผลการปราบปรามขบวนการทุจริตออกใบสูติบัตรให้กับบุคคลไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะมีการเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นทางการในเร็วๆ นี้
ด้านแหล่งข่าวตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า คดีออกใบแจ้งเกิดปลอมนั้น เปิดฉากจาก คดีที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ไปสืบสวนจากกลุ่มกรณีพบว่าแก๊งคนร้ายได้เปิดเพจ ตำรวจ CIB ปลอม เพื่อหลอกลวงชาวบ้านที่หลงเชื่อให้เข้ามาแจ้งความในเพจปลอมดังกล่าว เมื่อแจ้งแล้วก็จะชักชวนให้เข้ากลุ่มไลน์ จากนั้นจะหลอกให้โอนเงินเป็นค่าธรรมเนียมในการดำเนินคดี
ทั้งนี้เมื่อตำรวจสืบสวนจนได้หลักฐานแล้ว จึงเข้าตรวจค้น และจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา เมื่อเดือน เม.ย. 2567 แต่จากการตรวจค้นบ้าน นอกจากจะยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และจับกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยและชาวจีนได้แล้ว ในที่เกิดเหตุยังพบเด็กชายหญิงชาวจีนรวมทั้งหมด 3 คน ที่ผู้ต้องหาชาวจีนชื่อ นายยิน (ขอสงวนชื่อเต็ม) อ้างว่าเป็นลูกของตนเองที่เกิดกับ นางเป้า (ขอสงวนชื่อเต็ม) ภรรยาชาวจีน
ต่อมา เมื่อตำรวจได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะของบุคคลทั้งหมดกลับพบว่า เด็กทั้งสามคนนั้นเกิดในประเทศไทยและมีสัญชาติไทยมีชื่อนามสกุลถูกต้องโดยมีพ่อเป็นคนไทยแม่เป๋็นคนจีน เมื่อดำเนินการสืบสวนต่อจึงพบว่า นางเฉิน เป้าเจียว ได้จ้างชายชาวไทยจดทะเบียนสมรสเพื่อให้ลูกที่เกิดมาได้สัญชาติไทย หลังจากนั้นจึงได้จดทะเบียนหย่า ทำให้เด็กได้สัญชาติไทยอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
หลังจากพบว่ากลุ่มผู้ต้องทั้งหมดได้ทำเป็นขบวนการ ที่มีการสวมเด็กคนจีนให้เป็นเด็กสัญชาติไทย และน่าจะมีผู้ต้องหาเกี่ยวข้องจำนวนมาก จึงได้ประสานกับกรมการปกครองให้รับทราบ และตรวจสอบเพิ่มเติม รวมทั้งการสืบสวนตำรวจในทางลับก็พบว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จึงประสานให้กรมการปกครองมาแจ้งความกับตำรวจ กองกำกับการ 1 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา จากนั้น ตำรวจ ปปป. จึงประสานกับ บก.ปอท. กระทั่งออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด




