คณะผู้ไต่สวนอิสระ ลุยสอบคดีสินบนทองคำ 'เอกวิทย์ วัชชวัลคุ' กรรมการ ป.ป.ช. เรียกตัวพยานที่เกี่ยวข้องสอบปากคำแบบแบ่งกลุ่ม เริ่ม พ.ค. - มิ.ย.นี้ เผยรายชื่อส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนสอบสวนเจ้าหน้าที่ ตร.
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้าการไต่สวนหาข้อเท็จจริงคดีกล่าวหา นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กรณีการรับสินบนทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท จาก พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. หรือ “บิ๊กโจ๊ก” เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน ของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ที่ นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามแต่งตั้งขึ้นตามขั้นตอนทางกฏหมาย
ล่าสุด แหล่งข่าวจากสำนักงานศาลฎีกา เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมคณะผู้ไต่สวนอิสระฯ ได้มีการพิจารณาให้เรียกพยานที่เกี่ยวข้องมาสอบข้อเท็จจริงแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ตามความเกี่ยวข้อง โดยให้ผู้ไต่สวนอิสระแต่ละรายรับผิดชอบในนการไต่สวนพยานของแต่ละกลุ่ม เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม -มิถุนายน 2569 นี้
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรายชื่อพยานที่จะมีการเรียกตัวมาสอบข้อเท็จจริง เป็นผู้เกี่ยวข้องที่ปรากฏชื่ออยู่ในสำนวนการไต่สวนคดีนี้จากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการสอบสวนผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ 5 ราย ได้แก่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ นายเอกวิทย์ กรรมการ ป.ป.ช. นายสมบัติ ธรธรรม อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช. ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางประสานงาน นายสามารถ หรือ เอ็ดเวิร์ด พลเรือนคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ นายสรพงษ์ พลเรือน ผู้จัดซื้อทองคำ และนายสุรสิทธิ์ พลเรือน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวนายเอกวิทย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ประชุมมีความเห็นให้เรียกข้อมูลมาใช้ประกอบการพิจารณาไต่สวนคดีนี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลในภาพกว้างมากยิ่งขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วนข้อมูลสำนวนคดีสินบนทองคำ นั้น สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า ปัจจุบันถูกแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับนายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. มีการส่งเรื่องไปยังรัฐสภาและส่งสำนวนไปยังศาลฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนสำนวนอีกชุด ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหารวม 5 ราย ได้แก่ พลตำรวจเอก สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, นายสมบัติ อนุกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิ ป.ป.ช., นายสามารถ, นายสรพงศ์ และนายสุรสิทธิ์ ซึ่งอยู่ในอำนาจการดำเนินการของตำรวจ เนื่องจากก่อนหน้านี้สำนวนได้ถูกส่งไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งได้ส่งเรื่องกลับมาให้ทางตำรวจเป็นฝ่ายดำเนินการ ตามมาตรา 61 วรรค 2 ตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ .2561 ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนเพื่อส่งให้อัยการ ก่อนจะส่งฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต่อไป
อย่างไรก็ดี กรณีนี้ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ได้มอบอำนาจให้ทีมทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยตั้งข้อหาแจ้งความเท็จและกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา ซึ่งทางทนายความผู้รับมอบอำนาจยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
โดยคดีนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาชี้ขาด ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่
อ่านประกอบ:




