ป.ป.ช. ภาค 9 ขยับ! ทำหนังสือด่วนถึงหน่วยงานในพื้นที่ชายแดนใต้ สั่งติดตาม-เฝ้าระวัง 4 ประเด็นร้อน 'หลอกฝากบรรจุข้าราชการ -รถราชการโยงเหตุลอบยิง สส.-กักตุนน้ำมันเถื่อน-ซุกแรงงานต่างด้าว' เข้าข่ายทุจริตปฏิบัติหน้าที่มิชอบ พร้อมเปิดทางรวบรวมหลักฐานเสนอไต่สวนทันที หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 นายทวิชาติ นิลกาญจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 9 ได้ทำบันทึกข้อความถึงผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสตูล นราธิวาส สงขลา ผู้อำนวยการกลุ่มประสานการป้องกันการทุจริตภาค 9 และหัวหน้ากลุ่มสืบสวนคดีทุจริตภาค 9 เพื่อขอให้ติดตามและเฝ้าระวังกรณีที่อาจเข้าข่ายมีการทุจริตหรืออาจมีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช.
จำนวน 4 เรื่อง ได้แก่
1.อดีตผู้บริหารท้องถิ่นและขบวนการนายหน้าหลอกเงินผู้เสียหายเพื่อฝากบรรจุเป็นข้าราชการ ทั้งนี้นายอำเภอควนกาหลงและท้องถิ่นจังหวัดสตูล ได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบแล้ว
2.การให้ยืมรถราชการของ กอ.รมน.จังหวัดนราธิวาสไปใช้ก่อเหตุลอบยิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส
3.กรณีบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กักตุนน้ำมันดีเซลจำนวนมากและไม่มีใบอนุญาต
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้มอบหมายนายอำเภอสะเดา พลังงานจังหวัดสงขลาเข้าตรวจสอบ4.กรณีรวบอดีตปลัดอำเภอ เจ้าของรีสอร์ทริมทะเลในพื้นที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซุกแรงงานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายชาวบังคลาเทศ - เมียนมา 22 คน รอส่งต่อประเทศมาเลเซีย
บันทึกข้อความระบุว่าด้วยปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนหรือสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงเดือนเมษายน 2569 ซึ่งอาจเข้าข่ายมีการทุจริต หรืออาจมีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริตในจังหวัดที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9
ในการนี้ จึงขอให้ติดตามและเฝ้าระวังเพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงธรรม หรืออาจมีการส่งต่อให้สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดดำเนินการตามอำนาจหน้าที่หากมีกรณีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องหรือสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด/สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 อาจรวบรวมข้อมูลแล้วเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยกเหตุอันควรสงสัยรับไว้ดำเนินการตรวจสอบ/ไต่สวน
"ทั้งนี้ ให้มอบหมายนักสืบสวนคดีทุจริตและเจ้าพนักงานป้องกันการทุจริต ดำเนินการติดตาม เฝ้าระวัง รวบรวมข้อมูลในประเด็นดังกล่าว โดยให้ประสานการดำเนินงานร่วมกันระหว่างสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด และรายงานให้รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 9 ทราบเป็นระยะ" หนังสือบันทึกข้อกล่าวระบุ
ขณะที่เครือข่าย STRONG องค์กรภาคประชาชน ระบุว่า จะขอร่วมเกาะติดทุกประเด็นอย่างใกล้ชิด! หากเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจริงหรือมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ ต้องถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด หากพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับทั้ง 4 กรณีนี้ สามารถส่งข้อมูลเข้ามาทางชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย หรือที่ สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 9 ได้ตลอดเวลา

บันทึกความ 4 ประเด็นร้อน




