News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช.ไม่อุทธรณ์สู้ต่อ! 'ชัยณรงค์-เนตร' โดนคุก 2/3 ปี คดีช่วย 'บอส'

ป.ป.ช.ไม่อุทธรณ์สู้ต่อ! 'ชัยณรงค์-เนตร' โดนคุก 2/3 ปี คดีช่วย 'บอส'

18 มี.ค. 2569 16:50
ผู้ชม 245 คน

คืบหน้า! คดีเปลี่ยนความเร็วรถช่วย 'บอส'! ล่าสุด ป.ป.ช.เห็นชอบตาม อสส.ไม่อุทธรณ์สู้คดีต่อ ในส่วน 'ชัยณรงค์ แสงทองอร่าม - เนตร นาคสุข ที่ถูกพิพากษาลงโทษจำคุก 2 และ 3 ปี ตามลำดับ หลังอสส. อุทธรณ์สู้ต่อในส่วน 'สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง-ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข-วิรดล ทับทิมดี-ธนิต บัวเขียว-พิชัย เลิศพงศ์อดิศร-ประสิทธิ์ เกิดนิยม' ที่ได้ยกฟ้อง

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหาทุจริตช่วยเปลี่ยนแปลงความเร็วรถในคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับขี่รถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ถึงแก่ความตาย

โดยเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่พิพากษาลงโทษจำคุก นายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อดีตอัยการอาวุโส จำเลยที่ 4 เป็นเวลา 2 ปี และนายเนตร นาคสุข อดีตรอง อสส. จำเลยที่ 8 เป็นเวลา 3 ปี

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 อสส. ได้ยื่นอุทธรณ์คดีในส่วน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. จำเลยที่ 1, พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กองพิสูจน์หลักฐาน ที่ 2 จำเลยที่ 2, พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ทองหล่อ จำเลยที่ 3, นายธนิต บัวเขียว จำเลยที่ 5, นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จำเลยที่ 6, รองศาสตราจารย์สายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักฟิสิกส์ อาจารย์ประจำและหัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ ม.เทคโนโลยี พระจอมเกล้าพระนครเหนือ จำเลยที่ 7 ที่ศาลฯ ให้ยกฟ้อง แต่ให้หมายขังจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ไว้ระหว่างอุทธรณ์

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.

สำหรับคดีนี้ อสส. ยื่นฟ้องตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ดำเนินคดีอาญาฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กับพวกรวม 8 คน กรณีร่วมกันเปลี่ยนแปลงความเร็วรถในคดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับขี่รถยนต์ชนท้ายรถจักรยานยนต์เป็นเหตุให้ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ถึงแก่ความตาย โดยอัยการสูงสุดได้มอบหมายให้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นจำเลยที่ 1, พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข จำเลยที่ 2, พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี จำเลยที่ 3, นายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม จำเลยที่ 4, นายธนิต บัวเขียว จำเลยที่ 5, นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร จำเลยที่ 6, รองศาสตราจารย์สายประสิทธิ์ เกิดนิยม จำเลยที่ 7 และนายเนตร นาคสุข จำเลยที่ 8

ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญากระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใด มิให้ต้องโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง

ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานในตำแหน่งพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา หรือจัดการให้เป็นไปตามหมายอาญากระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดๆ ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อจะช่วยบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง

ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 157, 200 วรรค 1 มาตรา 13 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 65 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172, 192 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 ซึ่งศาลได้รับไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่ อท 131/2567 นั้น  

ต่อมาวันที่ 22 เมษายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อท 131/2567 คดีหมายเลขแดงที่ อท 18/2568 ลงโทษนายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม จำเลยที่ 4 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และนายเนตร นาคสุข จำเลยที่ 8 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จำเลยที่ 4 จำคุก 2 ปี จำเลยที่ 8 จำคุก 3 ปี

ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 แต่ให้หมายขังจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ไว้ระหว่างอุทธรณ์

อสส. ได้พิจารณาแล้ว จึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1, 2, 3, 5, 6 และ 7 ในทุกฐานความผิดตามคำฟ้อง และเห็นชอบที่จะไม่อุทธรณ์จำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 8 โดยให้หารือคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีจะไม่อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 61 และส่งสำนวนคืนให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 เพื่อดำเนินการต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
คดีทุจริต
คดีช่วยบอส



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว