ผู้ตรวจการฯ มีมติยื่น ศาลรธน.วินิจฉัยปมบัตรเลือกตั้ง 8 ก.พ.มี Barcode/QR Code อาจละเมิดสิทธิ-ทำการลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขัดรัฐธรรมนูญ จ่อพิจารณาครหาเลือกตั้งอื่นเพิ่มเติม ทั้งเรื่อง ระเบียบ กกต. -การละเมิด กม.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีมติเห็นชอบให้ยื่นคำร้องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 213 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อพิจารณาวินิจฉัยกรณีบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งอาจทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับและละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับคำร้องเรียนจากประชาชนจำนวน 21 ราย ที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาส่งเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ผู้ร้องเรียนระบุว่า การที่บัตรเลือกตั้งมี Barcode และ QR Code นั้น สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนของผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
ต่อมาเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 คณะผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีการปรึกษาหารือร่วมกันอย่างรอบคอบ โดยได้พิจารณาข้อมูลจากการแสวงหาข้อเท็จจริงและประกอบกับข้อกฎหมายแล้ว มีความเห็นว่าประเด็นดังกล่าวมีน้ำหนักและเหตุผลเพียงพอที่จะวินิจฉัยว่า การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) นั้น น่าเชื่อได้ว่าสามารถเชื่อมโยงหรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้จริง
การกระทำนี้ส่งผลให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 85 ที่ระบุถึงหลักการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ และมีลักษณะเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในวันนี้ (วันที่ 13 มีนาคม 2569) ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงมีมติเห็นชอบให้ยื่นคำร้องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 213 เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
นอกจากประเด็นหลักข้างต้นแล้ว สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยังคงมีประเด็นเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้แก่:
ระเบียบ กกต. ข้อ 129 วรรคสอง: กรณีระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 129 วรรคสอง ที่กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้ง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 84 และมาตรา 96
จำนวนบัตรเลือกตั้งไม่เท่ากัน: กรณีจำนวนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อมีจำนวนไม่เท่ากัน
ละเมิด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: กรณีบัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562




