News Logo
หน้าแรก
โชว์หนังสือแจ้ง ปธ.ศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนอิสระ'เอกวิทย์'-สว.ลงชื่อ141 คน

โชว์หนังสือแจ้ง ปธ.ศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนอิสระ'เอกวิทย์'-สว.ลงชื่อ141 คน

22 ก.พ. 2569 10:03
ผู้ชม 912 คน

โชว์ชัดๆ หนังสือประธานวุฒิแจ้งประธานศาลฎีกา ตั้งคณะไต่สวนอิสระกรณีกล่าวหา 'เอกวิทย์ วัชชวัลคุ' กรรมการ ป.ป.ช. คดีสินบนทองคำแท่ง 246 บาท ระบุ สว.ลงชื่อ 141 คน ตรวจสอบลายมือแล้ว จำนวนเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด พร้อมเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหา

จากกรณี สำนักข่าว Next News รายงานข่าวความคืบหน้าคดี พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ถูกกล่าวหาว่าติดสินบนเจ้าหน้าที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยทองคำแท่งน้ำหนักรวม 246 บาท เพื่อวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีที่อยู่ระหว่างการไต่สวน ขณะที่เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย อดีตลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ผ่านนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อให้ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาดำเนินการเอาผิด นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กรรมการ ป.ป.ช.) กรณีรับสินบนทองคำ 246 บาท เพื่อช่วยเหลือ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในคดีเว็บพนันออนไลน์ ดังกล่าวด้วย

ขณะที่มีรายงานข่าวว่า ขณะนี้หนังสือประธานวุฒิสภา ที่ทำหน้าที่รักษาการประธานรัฐสภา กรณี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ (40 ราย จากจำนวนปัจจุบัน 199 ราย) ได้ร่วมกันเข้าชื่อกล่าวหา นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเป็นทองคำน้ำหนักรวม 246 บาท ถูกส่งถึงประธานศาลฎีกาเรียบร้อยแล้ว

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลหนังสือประธานวุฒิสภาที่ทำหน้าที่รักษาการประธานรัฐสภา กรณี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ (40 ราย จากจำนวนปัจจุบัน 199 ราย) ได้ร่วมกันเข้าชื่อกล่าวหา นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. ว่ามีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีถูกกล่าวหาว่ารับสินบนเป็นทองคำน้ำหนักรวม 246 บาท ที่ถูกส่งถึงประธานศาลฎีกาดังกล่าว เป็นทางการแล้ว

หนังสือฉบับนี้ ระบุช่วงเวลาในการจัดทำเดือนกุมภาพันธ์ 2569

เรื่อง การกล่าวหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกระทำการตามมาตรา 236 ประกอบมาตรา 234 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

กราบเรียน ประธานศาลฎีกา

สิ่งที่ส่งมาด้วย หนังสือกล่าวหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ของ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา รวมจำนวน 141 คน

ระบุเนื้อหาว่า ด้วย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา และคณะ ได้ร่วมกันเข้าชื่อเพื่อใช้สิทธิกล่าวหาว่า นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 236 ประกอบมาตรา 234 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

ในฐานะประธานรัฐสภา ได้ดำเนินการตรวจสอบลายมือชื่อของผู้เข้าชื่อแล้วเห็นว่ามีจำนวนเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำตามที่ถูกกล่าวหาตามมาตรา 236 ประกอบมาตรา 234 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนั้น จึงขอเสนอเรื่องดังกล่าวมายังท่าน เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป

ลงชื่อ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา (ดูหนังสือประกอบ)

หนังสือถึงประธานศาลฎีกา

หนังสือถึงประธานศาลฎีกา

สำนักข่าว Next News รายงานว่า สำหรับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 236 ระบุว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกของทั้งสองสภาจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาหรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาว่ากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติผู้ใดกระทําการตามมาตรา 234 (1) โดยยื่นต่อประธานรัฐสภาพร้อมด้วยหลักฐานตามสมควร หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําตามที่ถูกกล่าวหา ให้ประธานรัฐสภาเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจากผู้ซึ่งมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เพื่อไต่สวนหาข้อเท็จจริง คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หน้าที่และอํานาจ วิธีการไต่สวน ระยะเวลาการไต่สวนและการดําเนินการอื่นที่จําเป็นของคณะผู้ไต่สวนอิสระ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ

ขณะที่ มาตรา 234 (1) ระบุหน้าที่และอำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีหน้าที่และอํานาจ ในการไต่สวนและมีความเห็นกรณีมีการกล่าวหาว่าผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ หรือผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ํารวย ผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อํานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพื่อดําเนินการต่อไปตามรัฐธรรมนูญ หรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ส่วนขั้นตอนการดำเนินการ หลังจากประธานศาลฎีกา ได้รับเรื่องเป็นทางการแล้ว จะมีการตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ โดยจะใช้วิธีการทาบทาม ซึ่งตาม พ.ร.ป. วิอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ มาตรา 49 และ 50 ประธานศาลฎีกามีหน้าที่พิจารณาแต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระจำนวน ไม่น้อยกว่า 7 คน ประกอบด้วยข้าราชการอัยการที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการ หรืออัยการอาวุโสที่เคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี อย่างน้อย 1 คน และบุคคลอื่นที่มีความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นกลางทางการเมืองเป็นที่ประจักษ์ โดยอำนาจในการไต่สวนและตรวจสอบทรัพย์สิน คณะผู้ไต่สวนอิสระมีอำนาจเสมือนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตาม พ.ร.ป. วิอาญาฯ มาตรา 53 และมีอำนาจพิเศษตาม มาตรา 55 ในการสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตร รวมถึงมีอำนาจเรียกบัญชีทรัพย์สินเดิมที่เคยยื่นไว้มาตรวจสอบเปรียบเทียบเพื่อหาความผิดปกติของจำนวนทองคำตามที่ถูกกล่าวหา ระยะเวลาแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินฯ ต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน แต่ไม่เกินหกสิบวัน

ทั้งนี้ หากคณะผู้ไต่สวนอิสระมีความเห็นว่า "มีมูล" ให้ส่งสำเนาการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หาก"ศาลประทับรับฟ้อง" นายเอกวิทย์จะต้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ตาม รธน. ม. 235 วรรคสาม เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

อย่างไรก็ดี คดีนี้ ถ้าหากประธานศาลฎีการับเรื่องและตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมาสอบสวน จะนับเป็นกรณีแรกในประเทศไทย

ขณะที่ สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ ได้มอบอำนาจให้ทีมทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.เอกภาคภูมิ พิศมัย อดีตนายตำรวจคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยตั้งข้อหาแจ้งความเท็จและกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา ซึ่งทางทนายความผู้รับมอบอำนาจยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยคดีนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศาลยังไม่ได้มีคำพิพากษาชี้ขาด ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

แท็กที่เกี่ยวข้อง
วุฒิสภา
คดีทุจริต
นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สตง.พบ39 หน่วยงาน ใช้งบอบรม-สัมมนามิชอบ-เบิกจ่ายเท็จ รัฐเสียหาย 124 ล.
สตง.พบ39 หน่วยงาน ใช้งบอบรม-สัมมนามิชอบ-เบิกจ่ายเท็จ รัฐเสียหาย 124 ล.