News Logo
หน้าแรก
ไขคดีโกงประปายะลา! ทำไมศาลไม่ปรานี รับสารภาพ-คืนเงินครบ ยังต้องติดคุก

ไขคดีโกงประปายะลา! ทำไมศาลไม่ปรานี รับสารภาพ-คืนเงินครบ ยังต้องติดคุก

18 ต.ค. 2569 07:53
ผู้ชม 115 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ไขคำพิพากษาคดีโกงประปาหมู่บ้านยะลา อดีต ผช.ช่างโยธา อบต.ธารโต-พวก โดนคุกแค่ 1-2 ปี ทำไมศาลไม่ปรานีให้รอลงอาญา ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 9 ชี้ชัด พฤติการร้ายแรง ชาวบ้านไร้น้ำใช้ คืนเงิน 1.16 ล้านก็ไม่ช่วย

สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายกิตติพงศ์ หรือ ภูมิชัย ปวุฒิพันธ์ุ อดีตผู้ช่วยช่างโยธา องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา กับพวก เบิกจ่ายเงินงบประมาณตามโครงการก่อสร้างและปรับปรุงระบบประปาผิวดินขนาดเล็ก หมู่ที่ 1 บ้านธารโต ทั้งที่การก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแบบรูปรายการและสัญญา ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 83 ลงโทษทุกกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564

โดยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษา ลงโทษจำคุกนายกิตติพงศ์ หรือ ภูมิชัย ปวุฒิพันธุ์ จำเลยที่ 1, นายนคร เนียมบดี จำเลยที่ 2 คนละ 1 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุกคนละ 2 ปี 12 เดือน

ส่วนนายมูหัมมะ เจ๊ะแว จำเลยที่ 4 และ นายอนิรุจน์ หัวเพ็ชร จำเลยที่ 5 ลงโทษจำคุก คนละ 1 ปี ขณะที่ บริษัท อาร์.เอส.ซีวิล.เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จำเลยที่ 3 ถูกรับเงินเป็นจำนวน 30,000 บาท

หลังจำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ศาลจึงเห็นว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

แต่โทษจำคุก ศาลฯ ไม่ให้รอลงอาญา เนื่องจากเห็นว่า พฤติการณ์ร้ายแรงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ

คำถามที่น่าสนใจ คือ โทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ เพียงแค่ 1-2 ปี ทำไมศาลถึงไม่ปรานี รอลงอาญา เพื่อให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี เหมือนคดีอื่น

ตามข้อมูลสรุปผลคำพิพากษา ระบุว่า จำเลยทั้งห้าให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ศาลจึงเห็นว่ามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลพิจารณาพฤติการณ์แห่งคดี ประกอบรายงานและสำนวนการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตลอดจนรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งห้าแล้ว กลับเห็นว่าไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า จำเลยถูกจำคุกกี่ปี แต่คือ การกระทำของจำเลยสร้างความเสียหายร้ายแรงเพียงใด จนศาลเห็นว่าไม่สมควรให้โอกาสด้วยการรอการลงโทษ

เปิดพฤติการณ์ร้ายแรง ประปาสร้างเสร็จแต่ประชาชนไม่มีน้ำใช้

หัวใจสำคัญของผลคำพิพากษาคดีนี้ อยู่ที่ผลการตรวจสอบอาคารโรงกรองน้ำในโครงการก่อสร้างและปรับปรุงระบบประปาแบบผิวดินขนาดเล็ก

ตามบันทึกการตรวจสอบของสำนักงาน ป.ป.ช. เอกสารหมาย จ.46 พบว่า อาคารโรงกรองน้ำมีความเสียหายหลายส่วน อันเกิดจากการก่อสร้างไม่ถูกต้องตามแบบรูปรายการและสัญญา

ศาลพิจารณาว่า หากผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจการจ้างปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง รวมถึงผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างให้เป็นไปตามสัญญา ย่อมไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากเช่นนี้

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของระบบตรวจสอบงานก่อสร้างภาครัฐ เพราะโครงการหนึ่งไม่ได้มีเพียงผู้รับจ้างที่ต้องรับผิดชอบ แต่ยังมีเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจการจ้างที่มีหน้าที่ตรวจสอบให้งานเป็นไปตามข้อกำหนด

เมื่อกลไกเหล่านี้ไม่สามารถป้องกันความเสียหายได้ ผลกระทบจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ตัวอาคารหรือเงินงบประมาณ แต่ลุกลามไปถึงประชาชนผู้ควรได้รับประโยชน์จากโครงการ

ที่สำคัญ ศาลระบุชัดว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวทำให้ราษฎรไม่สามารถใช้น้ำจากระบบประปาได้

คืนเงิน 1.16 ล้าน ทำไมยังต้องรับโทษ?

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ภายหลังเกิดเหตุ จำเลยทั้งห้าได้ชำระค่าเสียหายจำนวน 1,164,300 บาท ให้แก่ผู้ร้องจนเป็นที่พอใจ และผู้ร้องได้ถอนคำร้องแล้ว

หากพิจารณาเพียงเรื่องการเยียวยาความเสียหาย อาจมีคำถามว่า เมื่อจำเลยยอมรับผิด คืนเงินครบ และผู้เสียหายไม่ติดใจแล้ว เหตุใดศาลจึงไม่ให้โอกาสรอการลงโทษ

แต่คำพิพากษาให้เหตุผลสำคัญว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นค่าเสียหายส่วนแพ่งที่จำเลยต้องรับผิดอยู่แล้ว

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การชดใช้เงินเป็นการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การลบล้างความผิดทางอาญา

ยิ่งเมื่อความเสียหายไม่ได้มีเฉพาะตัวเงิน แต่รวมถึงการที่ประชาชนไม่สามารถใช้น้ำจากระบบประปาได้ การคืนเงินจึงไม่อาจทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งหมดหมดไป

บทเรียนข้าราชการ ตรวจงานไม่รอบคอบ อาจต้องรับผิดถึงขั้นติดคุก

คดีนี้นับเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างและโครงการก่อสร้าง โดยเฉพาะผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรวจการจ้าง

เพราะการลงนามรับรองงานหรือการตรวจรับงานก่อสร้าง ไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางเอกสาร แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่างานที่ดำเนินการเป็นไปตามแบบรูปรายการและสัญญาอย่างแท้จริง

หากมีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจนเกิดความเสียหาย ก็อาจนำไปสู่ความรับผิดทางอาญาได้ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและองค์ประกอบความผิดของแต่ละบุคคล ไม่ใช่ว่าการตรวจงานผิดพลาดทุกกรณีจะเป็นความผิดอาญาโดยอัตโนมัติ

สำหรับผู้รับเหมา คดีนี้สะท้อนเช่นกันว่า การดำเนินงานก่อสร้างให้ถูกต้องตามสัญญาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น การจ่ายเงินชดใช้ในภายหลังอาจไม่เพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงผลทางอาญา

แต่สิ่งที่ทำให้คดีนี้แตกต่างจากข้อพิพาทเกี่ยวกับงานก่อสร้างทั่วไป คือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนโดยตรง

ระบบประปาหมู่บ้านควรเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงน้ำสำหรับการดำรงชีวิต แต่เมื่อการก่อสร้างไม่ถูกต้องจนไม่สามารถใช้งานได้ ความเสียหายจึงไม่ได้วัดกันเพียงตัวเลข 1,164,300 บาท

แม้จำเลยจะร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายและผู้ร้องถอนคำร้องแล้ว แต่ข้อเท็จจริงที่ประชาชนไม่สามารถใช้น้ำจากระบบประปาได้ยังคงเป็นสาระสำคัญที่ศาลนำมาพิจารณา

เพราะสุดท้ายแล้ว ความเสียหายที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่จำนวนเงินที่รัฐต้องสูญเสีย แต่คือความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องรับผลจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของผู้เกี่ยวข้อง

นี่คือบทเรียนสำคัญว่า การคืนเงินอาจช่วยเยียวยาความเสียหาย แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะได้รับการรอการลงโทษ

อ่านข่าวหมวดเดียวกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไล่ล่าทรัพย์1.7 หมื่นล.! สรรพากรแห้ว ตามไม่เจอเครื่องบิน 'ทักษิณ'
ไล่ล่าทรัพย์1.7 หมื่นล.! สรรพากรแห้ว ตามไม่เจอเครื่องบิน 'ทักษิณ'