ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหาทุจริตโครงการฝึกอบรมเพิ่มศักยภาพ อบต.โนนตูม โคราช ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 3 พิพากษาลงโทษ พันจ่าอากาศเอก หรือ ทรงพล จงจอหอ จำคุก 5 ปี ปรับ 20,000 บาท รับสารภาพลดกึ่งหนึ่ง เหลือคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท ให้รอลงอาญา 2 ปี เหตุไม่เคยติดคุกมาก่อน ปัจจุบันเป็นผู้ป่วยติดเตียงด้วยโรคเรื้อรัง
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสุดใจ คำภิระ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โนนตูม อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา กับพวก ทุจริตโครงการฝึกอบรมเพิ่มศักยภาพคณะผู้บริหาร สมาชิก พนักงานส่วนตำบล ผู้นำชุมชน และกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ของตำบลโนนกุ่ม ประจำปีงบประมาณ 2558 ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ประกอบมาตรา 90 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งปัจจุบันเป็น พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565
โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ พันจ่าอากาศเอก หรือนายทรงพล จงจอหอ เป็นจำเลยเพียงรายเดียว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาว่า พันจ่าอากาศเอก หรือนายทรงพล จงจอหอ จำเลยมีความผิดตามบทกฎหมาย การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด
พิพากษาลงโทษ จำคุก 5 ปี และปรับ 20,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือ จำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานสืบเสาะและพินิจแล้ว เห็นว่า จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน และปัจจุบันเป็นผู้ป่วยติดเตียงด้วยโรคเรื้อรัง อยู่ในความดูแลของแพทย์ ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ จึงเห็นสมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 และคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เห็นชอบตามที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คดีอาญา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




