News Logo
หน้าแรก
ย้อนรอย อดีต ผอ.ร.ร.เทศบาล 3 ท่าแดง ทุจริตค่าอาหารกลางวัน สู่คุกร้อยปี

ย้อนรอย อดีต ผอ.ร.ร.เทศบาล 3 ท่าแดง ทุจริตค่าอาหารกลางวัน สู่คุกร้อยปี

9 ก.ย. 2569 07:55
ผู้ชม 322 คน

"...เดิมทีคดีนี้ ในชั้นไต่สวนคดีของ ป.ป.ช. มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากถึง 9 ราย รวม นางภมร นฤภัย ด้วย แต่สำหรับผู้ถูกกล่าวหาอีก 8 ราย คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาสำนวนไต่สวนคดีแล้ว เห็นว่าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าข้อกล่าวหาในทางอาญามีมูล จึงให้ข้อกล่าวหาตกไป ส่วนความผิดทางวินัยนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 ราย มีความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง แต่เนื่องจากเทศบาลเมืองกระบี่ได้มีคำสั่งลงโทษทางวินัยไม่ร้ายแรงไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย..."

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ป.อ. ม. 91 โดยให้ลงโทษตาม ป.อ. ม. 151 (เดิม) อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. ม. 90 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 64 กระทง จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกระทงละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม. 78 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 64 กระทง เป็นจำคุก 128 ปี 384 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุก 50 ปี ตาม ป.อ. ม. 91 (3)

คือ บทสรุปคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ที่ตัดสินคดีกล่าวหา นางภมร นฤภัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 3 ท่าแดง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ทุจริตในการใช้จ่ายเงินอุดหนุนทั่วไป ประเภทค่าอาหารกลางวันของโรงเรียนเทศบาล 3 ท่าแดง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ประจำปีงบประมาณ 2554 และปีงบประมาณ 2555 ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 และตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย ฃ

ที่สำนักข่าว Next News นำมาเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบไปแล้ว

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

คุก 128 ปี 384 ด.! อดีต ผอ.ร.ร.เทศบาล 3 ท่าแดง ทุจริตเงินค่าอาหารเด็ก

แต่มีข้อมูลสำคัญอีกชุดหนึ่งที่สาธารณชนอาจจะยังไม่ทราบ คือ เดิมทีคดีนี้ ในชั้นไต่สวนคดีของ ป.ป.ช. มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากถึง 9 ราย รวม นางภมร นฤภัย ด้วย แต่สำหรับผู้ถูกกล่าวหาอีก 8 ราย คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาสำนวนไต่สวนคดีแล้ว เห็นว่าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าข้อกล่าวหาในทางอาญามีมูล จึงให้ข้อกล่าวหาตกไป

ส่วนความผิดทางวินัยนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 ราย มีความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง แต่เนื่องจากเทศบาลเมืองกระบี่ได้มีคำสั่งลงโทษทางวินัยไม่ร้ายแรงไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย

สำหรับคำวินิจฉัยในส่วนของ นางภมร นฤภัย นั้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 123/2566 เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2566 พิจารณาแล้วมีคำวินิจฉัยว่า การกระทำของ นางภมร นฤภัย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบัน พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดกระบี่ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ พ.ศ. 2542 ข้อ 6 วรรคสอง ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป

จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป จนกระทั่งปรากฏข่าวว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษ นางภมร นฤภัย ให้จำคุก 128 ปี 384 เดือน แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุก 50 ปี ตาม ป.อ. ม. 91 (3) ตามที่ปรากฏข่าวข้างต้น

จากการสืบค้นข้อมูลยังพบด้วยว่า ในช่วงปี 2557 เคยปรากฏข่าวว่า เครือข่ายครู ผู้ปกครอง และนักเรียน โรงเรียนเทศบาล 2 คลองจิหลาด จำนวนกว่า 500 คน ได้เดินทางรวมตัวกันที่หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ อ.เมือง จ.กระบี่ และยืนถือป้ายข้อความ “ไม่เอาผู้อำนวยการโรงเรียนที่ดูถูกคนกระบี่” เพื่อประท้วงขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 2 คลองจิหลาด ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองกระบี่ในขณะนั้น

โดยการชุมนุมประท้วงขับไล่ดังกล่าว มีการกล่าวโจมตี ผอ. คนดังกล่าว โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมหลายเรื่อง ทั้งการทุจริต ร่ำรวยผิดปกติ ข่มขู่ครูในโรงเรียน ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ พร้อมเรียกร้องให้นายกเทศมนตรีพิจารณาออกคำสั่งให้ย้ายออกจากพื้นที่ หรือไปช่วยราชการภายใน 24 ชั่วโมง และแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้มีความเป็นกลาง โดยได้รับการยอมรับจากเครือข่ายผู้ปกครอง

ขณะที่ นายปิยะวัฒน์ บัวเกิด ตัวแทนครูโรงเรียนเทศบาล 2 คลองจิหลาด ในขณะนั้น ระบุว่า สาเหตุที่รวมตัวประท้วงผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 2 คลองจิหลาด สืบเนื่องจากเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา มีการร้องเรียนผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 2 คลองจิหลาด พร้อมด้วยภรรยา คือ นางภมร นฤภัย ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 3 ท่าแดง สังกัดเทศบาลเมืองกระบี่ ว่ามีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ

โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้เข้าตรวจสอบที่โรงเรียนแล้ว ผลปรากฏว่ามีพฤติกรรมทุจริตโครงการอาหารกลางวัน นางภมรจึงได้ขอย้ายตัวเองไปโรงเรียนสังกัดเทศบาลปาดังเบซาร์ และถูกตั้งกรรมการสอบ กระทั่งได้ลาออกในที่สุด

ส่วนสามีอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน จึงได้ขอย้ายตัวเองไปช่วยราชการที่ อบจ.สงขลา ได้ประมาณ 10 เดือน จนกว่า อบจ.สงขลา จะรับโอน แต่ผลปรากฏว่า อบจ.สงขลา ไม่รับโอนเนื่องจากมีพฤติกรรมดังกล่าว จึงขอย้ายกลับมาที่โรงเรียนเทศบาล 2 อีกครั้ง และยังมีพฤติกรรมเช่นเดิม ทางคณะครูและผู้ปกครองจึงเรียกร้องให้ทางเทศบาลเมืองกระบี่ย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง (อ้างอิงข่าวส่วนนี้จากแนวหน้าhttps://www.naewna.com/local/93111?utm_source=chatgpt.com)

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า นางภมรและสามีถูกสอบสวนเรื่องร่ำรวยผิดปกติด้วยหรือไม่ แต่ในส่วนของพฤติกรรมทุจริตโครงการอาหารกลางวัน ณ วันนี้ ศาลฯ มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก นางภมร ไปแล้ว ขณะที่เจ้าตัวให้การรับสารภาพ

หากมีข้อมูลเพิ่มเติม จะนำมาเสนอต่อไป

อ่านข่าวผลคดีทุจริตอื่นๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ทุจริตเงินอาหารเด็ก
ผอ.ร.ร.เทศบาล 3 ท่าแดง กระบี่
มาตรา 151
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พิรงรอง' หวั่น สนง.กสทช.ใช้ทรัพยากรอุ้มคนเดียว หลังประชุมล่มซ้ำซาก
'พิรงรอง' หวั่น สนง.กสทช.ใช้ทรัพยากรอุ้มคนเดียว หลังประชุมล่มซ้ำซาก