News Logo
หน้าแรก
อุทาหรณ์นครปฐม! 'สงคราม' นายกอบต.แหลมบัว ทุจริตคุก 2 คดีรวด โทษร้อยปี

อุทาหรณ์นครปฐม! 'สงคราม' นายกอบต.แหลมบัว ทุจริตคุก 2 คดีรวด โทษร้อยปี

30 ส.ค. 2569 08:20
ผู้ชม 101 คน

"...บทสรุปคำพิพากษาลงโทษจำคุก ในส่วนของ นายสงคราม ห้วยกรดวัฒนา คดีแรก โดนพิพากษาโทษ จำคุก 165 ปี  ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 99 ปี 132 เดือน  ติดจริง 50 ปี  , คดีสอง โดนพิพากษาโทษ จำคุก 2 ปี 6 เดือน หลังรับสารภาพ ศาลฯ ให้นับโทษต่อกันทั้ง 2 คดี แต่ติดจริงไม่เกิน 50 ปี นับเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่ นายสงคราม ได้รับจากผลกรรมคดีทุจริตที่ก่อไว้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบต. แหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ..."

สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า นายสงคราม ห้วยกรดวัฒนา อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ที่เคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดคดีทุจริตในการดำเนินโครงการตัดแต่งต้นไม้ปรับปรุงภูมิทัศน์หน้าที่ทำการ อบต. ในระหว่างปีงบประมาณ 2557 - 2559 และถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาลงโทษจำคุก 165 ปี ก่อนลดเหลือ 99 ปี 132 เดือน  แต่ติดจริง 50 ปี

ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุก นายสงคราม ห้วยกรดวัฒนา อีก 2 ปี 6 เดือน ในคดีเข้ามีส่วนได้เสียในโครงการจ้างเหมาลงหินคลุก และลูกรัง มูลที่ 1 ถึงหมู่ที่ 8

ทั้งนี้ ศาลฯ มีคำสั่งให้นับโทษต่อกันทั้งสองคดี แต่เมื่อรวมจำโทษทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 50 ปี ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 91(3)

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

หลังเจอคุก165 ปี! อดีตนายก อบต.แหลมบัว โดนคดีใหม่หินคลุกอีก 2 ปี 6 ด.

ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดผลคดีทุจริตทั้ง 2 คดีข้างต้น

คดีแรก ทุจริตในการดำเนินโครงการตัดแต่งต้นไม้ปรับปรุงภูมิทัศน์

คดีนี้ เป็นกรณีกล่าวหา นายสงคราม ห้วยกรดวัฒนา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม กับพวก คือ นางพรเพ็ญ จันทร์เรือง นางนิกา มีแสงพันธ์ ทุจริตในการดำเนินโครงการตัดแต่งต้นไม้ปรับปรุงภูมิทัศน์หน้าที่ทำการ อบต. ในระหว่างปีงบประมาณ 2557 - 2559  ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 , 157 ,  161 ,  264 ,  265 และ 268 พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษา ดังนี้

1. นายสงคราม ห้วยกรดวัฒนา จำเลยที่ 1 ,  นางพรเพ็ญ จันทร์เรือง จำเลยที่ 2 และ นางนิกา มีแสงพันธ์ จำเลยที่ 3 มีความผิดตามกฎหมาย 

-  ลงโทษจำคุก นายสงคราม ห้วยกรดวัฒนา จำเลยที่ 1 รวม 33 กระทง เป็นเวลา 165 ปี 

-  ลงโทษจำคุก นางพรเพ็ญ จันทร์เรือง จำเลยที่ 2 รวม 20 กระทง  จำคุก 100 ปี 

-  ลงโทษจำคุก  นางนิกา มีแสงพันธ์ จำเลยที่ 3 รวม 5 กระทง จำคุก 25 ปี 

2. ทางนำสืบจำเลยทั้งสาม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง 

- คงจำคุก  นายสงคราม ห้วยกรดวัฒนา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 99 ปี 132 เดือน 

- คงจำคุก นางพรเพ็ญ จันทร์เรือง จำเลยที่ 2  เป็นเวลา 60 ปี 80 เดือน 

- คงจำคุก  นางนิกา มีแสงพันธ์ จำเลยที่ 3 เป็นเวลา 15 ปี 20 เดือน 

3. โทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ลงโทษมีกำหนดคนละ 50 ปี 

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7

คดีสอง : เข้ามีส่วนได้เสียในโครงการจ้างเหมาลงหินคลุก และลูกรัง

คดีนี้ เป็นกรณีกล่าวหา  นายสงคราม ห้วยกรดวัฒนา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในโครงการจ้างเหมาลงหินคลุก และลูกรัง มูลที่ 1 ถึงหมู่ที่ 8 ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 , 152, 157 และตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 100 (1) ประกอบ 122 และมาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา

คดีนี้ นายสงคราม ห้วยกรดวัฒนา ปรากฏชื่อเป็นจำเลยรายเดียว

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษา ดังนี้

นายสงคราม ห้วยกรดวัฒนา จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 152 (เดิม) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122, 123/1 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมบัว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 5 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน

ให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 130/2567 ของศาลนี้ เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลการยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีของจำเลย แต่ทั้งสองคดี ป.ป.ช. เห็นตาม อสส.ที่จะไม่อุทธรณ์สู้คดีต่อแล้ว

ถ้าจำเลยไม่อุทธรณ์สู้ต่อ ทั้ง 2 คดีจะถือว่ายุติไปโดยปริยาย

ขณะที่บทสรุปคำพิพากษาลงโทษจำคุก ในส่วนของ นายสงคราม ห้วยกรดวัฒนา คดีแรก โดนพิพากษาโทษ จำคุก 165 ปี  ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือ 99 ปี 132 เดือน  ติดจริง 50 ปี  , คดีสอง โดนพิพากษาโทษ จำคุก 2 ปี 6 เดือน หลังรับสารภาพ ศาลฯ ให้นับโทษต่อกันทั้ง 2 คดี แต่ติดจริงไม่เกิน 50 ปี

นับเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่ นายสงคราม ได้รับจากผลกรรมคดีทุจริตที่ก่อไว้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายก อบต. แหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

นายสงคราม จึงถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษา อุทาหรณ์ สำคัญเกี่ยวกับวิบากกรรมทุจริตของ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เดินย้ำซ้ำรอยเอาเป็นเยี่ยงอย่างในอนาคตอีกต่อไป ที่ชัดเจนอีกหนึ่งกรณี

อ่านข่าวในหมวดเดียวกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
สงคราม ห้วยกรดวัฒนา
นายก อบต.แหลมบัว อำเภอนครชัยศรี นครปฐม
จ้างเหมาลงหินคลุก
ทุจริตตัดแต่งต้นไม้ปรับภูมิทัศน์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลังเจอคุก165 ปี! อดีตนายก อบต.แหลมบัว โดนคดีใหม่หินคลุกอีก 2 ปี 6 ด.
หลังเจอคุก165 ปี! อดีตนายก อบต.แหลมบัว โดนคดีใหม่หินคลุกอีก 2 ปี 6 ด.