"...นายสมาน โดนโทษอาญา 3 คดี คดีแรก 415 ปี (ติดจริง 50 ปี) คดีสอง 2 ปี และคดีสาม 5 ปี พร้อมถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 พิพากษาให้เงินฝากซึ่งเกินไปจากรายได้ที่สามารถพิสูจน์ได้ จำนวน 5,750,588.69 บาท และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ BMW เลขทะเบียน กข 999 ยะลา มูลค่า 3,799,000 บาท รวมมูลค่า 9,549,588.69 บาท พร้อมดอกผลของทรัพย์สินที่เกิดขึ้นตกเป็นของแผ่นดิน ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรง ที่ นายสมาน ได้รับจากผลกรรมคดีทุจริตที่ก่อไว้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา..."
คดีความเกี่ยวเนื่องจากพฤติการณ์การทุจริตประพฤติชอบ ของ นายสมาน สะแต อดีตผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา
กำลังถูกจับตามองอีกครั้ง!
หลังปรากฏข่าวล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ให้ทรัพย์สินทั้ง 2 รายการ รวมมูลค่า 9.54 ล้านบาท พร้อมดอกผลที่เกิดขึ้น ตกเป็นของแผ่นดิน หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินพิพาทได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ให้สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ แต่ไม่เกินมูลค่าของทรัพย์สินพิพาท

ภาพประกอบรายงาน
ศาลสั่งยึดทรัพย์ 'สมาน สะแต' 9.54 ล้าน เงินฝาก-รถ BMW ตกเป็นของแผ่นดิน
คดีนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิด นายสมาน สะแต เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา กรณีร่ำรวยผิดปกติ ได้แก่ ทรัพย์สินประเภทเงินฝากซึ่งเกินไปจากรายได้ที่สามารถพิสูจน์ได้ จำนวน 5,750,588.69 บาท และทรัพย์สินประเภทยานพาหนะ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อรถ BMW เลขทะเบียน กข 999 ยะลา มูลค่า 3,799,000 บาท รวมมูลค่า 9,549,588.69 บาท
หลังจากพบพฤติการณ์การกระทำความผิด ในระหว่างวันที่ 10 เมษายน 2555 ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2559 ขณะที่นายสมาน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลาในระหว่างปี 2555 - 2559 ได้ปรากฏว่านายสมาน ได้ซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ BMW แบบ 525D LUXURY รุ่นปี 2014 ราคาประมาณ 3,999,000 บาท โดยชำระเป็นเงินสด
แต่จากการตรวจสอบข้อมูลจากพาณิชย์จังหวัด ไม่ปรากฏว่านายสมาน คู่สมรสและบุตรประกอบธุรกิจอื่นใดก่อนหน้าและในห้วงเวลาที่มาดำรงตำแหน่งดังกล่าว
ทั้งเมื่อตรวจสอบจากข้อมูลการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พบว่าในระหว่างปีภาษี 2554 -ปีภาษี 2559 นายสมาน มีการยื่นบัญชีแสดงรายได้โดยเฉลี่ยปีละประมาณ 900,000 บาท ประกอบกับคู่สมรสเป็นเพียงลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมพิจารณาสำนวนการไต่สวนคดีแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 5 เสียง เห็นชอบตามความเห็นของคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้น ว่า การกระทำของนายสมาน ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติตามหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ ได้แก่ ทรัพย์สินประเภทเงินฝากซึ่งเกินไปจากรายได้ที่สามารถพิสูจน์ได้ จำนวน 5,750,588.69 บาท และทรัพย์สินประเภทยานพาหนะ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อรถ BMW เลขทะเบียน กข 999 ยะลา มูลค่า 3,799,000 บาท รวมมูลค่า 9,549,588.69 บาท ก่อนที่ศาลฯ จะมีคำพิพากษาตัดสินให้ยึดทรัพย์เหล่านี้ เป็นสมบัติของแผ่นดิน ตามที่ปรากฏข่าวข้างต้น
ไม่ใช่แค่ร่ำรวยผิดปกติ 'สมาน สะแต' ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลคดีอาญามาแล้ว 3 คดี
สำหรับนายสมาน สะแต นอกจากคดีร่ำรวยผิดปกติแล้ว ยังมีประวัติถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญาและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอีกหลายคดี
คดีที่ 1 : เรียกรับสินบนแลกใบอนุญาตโรงงานแปรรูปไม้
คดีแรกเป็นกรณีเรียกรับสินบนเพื่อแลกกับการออกหรือต่อใบอนุญาตโรงงานแปรรูปไม้ในจังหวัดยะลา
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาว่า นายสมานมีความผิดรวม 83 กรรม กำหนดโทษรวมสูงถึง 415 ปี แต่เมื่อเป็นการลงโทษตามหลักเกณฑ์ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จึงกำหนดโทษจำคุกจริง 50 ปี
คดีที่ 2 : ต่อใบอนุญาตโรงงานไม้โดยมิชอบ
อีกคดีเป็นกรณีเกี่ยวกับการต่อใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้เครื่องจักรโดยมิชอบ
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ให้ลงโทษจำคุกนายสมาน 2 ปี
คดีที่ 3 : เรียกรับเงิน “ค่าดูแล-ค่าคุ้มครอง”
คดีนี้เป็นกรณีกล่าวหาว่านายสมานเรียกรับเงินในลักษณะ ค่าดูแลหรือค่าคุ้มครองจากผู้ประกอบกิจการค้าไม้เป็นรายเดือน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 และ 157 รวมถึงกฎหมาย ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ให้ลงโทษจำคุกนายสมาน 5 ปี
สรุปผลคดี
เท่ากับว่า นายสมาน โดนโทษอาญา 3 คดี คดีแรก 415 ปี (ติดจริง 50 ปี) คดีสอง 2 ปี และคดีสาม 5 ปี พร้อมถูกศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 พิพากษาให้เงินฝากซึ่งเกินไปจากรายได้ที่สามารถพิสูจน์ได้ จำนวน 5,750,588.69 บาท และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ BMW เลขทะเบียน กข 999 ยะลา มูลค่า 3,799,000 บาท รวมมูลค่า 9,549,588.69 บาท พร้อมดอกผลของทรัพย์สินที่เกิดขึ้นตกเป็นของแผ่นดิน
ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรง ที่ นายสมาน ได้รับจากผลกรรมคดีทุจริตที่ก่อไว้เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา
นับเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาสำคัญเกี่ยวกับวิบากกรรมทุจริตของ ข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ให้เดินย้ำซ้ำรอยเอาเป็นเยี่ยงอย่างในอนาคตอีกต่อไป
อ่านข่าวประกอบ
ยืนโทษ! คดีที่3 คุก 5 ปี อดีตผอ.สนง.ทรัพยากรฯยะลา เรียกเงินค่าคุ้มครอง




