ป.ป.ช. ชี้มูล อดีตนายกเทศฯหนองปลาไหล-เลขานุการ เจอโทษหนักทุจริต 5 โครงการ ร่วมกันเอื้อประโยชน์ "ร้านสุขสำราญการพาณิชย์" ทำสัญญาเทศบาลตำบล ทำรัฐเสียหาย 4.2 แสน พบบางความผิดหมดอายุแล้ว-ส่งเรื่องให้ อสส.ดำเนินการ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ข่าวแจกกรณี ป.ป.ช.ชี้มููลความผิดนางวรวรรณ รักษ์สุวรรณ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี และนายวิศาล หรือชัชชัย หรือวิสาร วงค์สวัสดิ์ เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลหนองปลาไหล ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยมีส่วนได้เสียในโครงการของเทศบาลตำบลหนองปลาไหล รวม 5 โครงการ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองหรือผู้อื่น และแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการเป็นเงินรวม 427,785 บาท
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า นางวรวรรณ รักษ์สุวรรณ และนายวิศาล หรือชัชชัย หรือวิสาร วงค์สวัสดิ์ ได้ร่วมกันนำชาวบ้านรายหนึ่งไปจดทะเบียนพาณิชย์ในชื่อ “ร้านสุขสำราญการพาณิชย์” โดยมีวัตถุประสงค์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและรับเหมาก่อสร้างทุกชนิด จากนั้นทั้งสองได้นำเอกสารของร้านดังกล่าวมาใช้ในการตกลงราคาและทำสัญญากับเทศบาลตำบลหนองปลาไหล เพื่อดำเนินโครงการรวม 5 โครงการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 – 2556 โดยนางวรวรรณได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการเลือกร้านสุขสำราญการพาณิชย์เป็นผู้รับจ้าง อนุมัติเบิกจ่ายเงินค่าจ้าง และลงนามสั่งจ่ายเช็ค ซึ่งหลังจากนั้นเช็คได้ถูกนำไปขึ้นเงินและถอนเงินสดมามอบคืนให้กับนางวรวรรณและนายวิศาล หรือชัชชัย หรือวิสาร วงค์สวัสดิ์
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางวรวรรณ รักษ์สุวรรณ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 152 และ 157 ประกอบมาตรา 91 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 122 วรรคหนึ่ง และมาตรา 123/1 (ปัจจุบันคือมาตรา 126 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 168 วรรคหนึ่ง และมาตรา 172 ของ พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561) รวมถึงมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 48 จตุทศ และมาตรา 73
ส่วนนายวิศาล หรือชัชชัย หรือวิสาร วงค์สวัสดิ์ มีมูลความผิดทางอาญาในฐานะเป็นผู้สนับสนุนตามฐานความผิดดังกล่าว และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 48 จตุทศ และมาตรา 73 ทั้งนี้ แม้ความผิดบางฐานตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในความผิดทางอาญาบางฐานความผิดได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป
ป.ป.ช. จึงมีมติให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจ และส่งไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามฐานความผิดดังกล่าว พร้อมทั้งแจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบต่อไป




