ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'เนียรนิภา ทินปาน หรืออัดถะวิน' พวก อดีตนายก อบต.นาบ่อคำ กำแพงเพชร ทุจริตเบียดบังเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่น ปี 53 – 54 ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 6 พิพากษาลงโทษจำคุก 80 ปี ติดจริง 50
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายฤทธิ์รงค์ เปรมศรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร กับพวก เบียดบังเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ตำบลนาบ่อคำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 – 2554 เป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม 2568
ในส่วนของ นางสาวเนียรนิภา ทินปาน หรืออัดถะวิน ผู้ถูกกล่าวหารายที่ 4 ในคดีนี้
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาว่า นางสาวเนียรนิภา ทินปาน หรืออัดถะวิน จำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยตามฟ้องข้อ 3.9 ถึง ข้อ 3.16 เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสียตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 16 กระทง เป็นจำคุก 80 ปี
เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุกจำเลย 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้
เบื้องต้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท
ในส่วนพฤติการณ์การกระทำความผิดคดีนี้ ในฐานข้อมูลป.ป.ช.ระบุว่า ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 – 2554 ได้มีการเบิกถอนเงินของกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ตำบลนาบ่อคำ ออกไปโดยที่ไม่มีการจัดทำโครงการของกองทุนฯ และไม่มีเอกสารฎีกาประกอบการเบิกจ่าย จำนวน 17 ครั้ง รวมเป็นเงิน 764,747 บาท โดยใบถอนเงินที่พบ บางฉบับเป็นลายมือชื่อที่แท้จริงของผู้ถูกกล่าวหา บางฉบับเป็นลายมือชื่อของผู้ถูกกล่าวหาเพียงรายเดียว และบางฉบับเป็นลายมือชื่อปลอมของผู้ถูกกล่าวหาทุกราย โดยเงินที่เบิกถอนมาผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 คือ นางสาวเนียรนิภา ทินปาน หรืออัดถะวิน เป็นผู้รับไว้เพียงผู้เดียว และไม่มีการนำไปใช้จัดทำโครงการของกองทุนฯ แต่อย่างใด

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.
อ่านขมวดเดียวกัน




