ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ยงยุทธ วัฒน์สินธุ์' อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ทีโอที คดีเบิกค่ารับรองเท็จประชุมร้านไวน์หรู ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโทษ คุก 5 ปี ปรับเงิน 361,720.55 บาท แต่ให้บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี - ส่วน อุทัยรัตน์ วัชโรทัย อดีตผู้จัดการสำนักเลขานุการฯ เมีย 'ดิสธร' โดน 2 ปี 2 เดือน 20 วัน เท่าเดิม
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายยงยุทธ วัฒน์สินธุ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กับพวก คือ นางอุทัยรัตน์ วัชโรทัย อดีตผู้จัดการสำนักเลขานุการ คณะกรรมการ บมจ.ทีโอที (ภรรยา นายดิสธร วัชโรทัย อดีตข้าราชการประจำสำนักพระราชวัง) เบิกจ่ายค่ารับรองในกิจการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นเท็จ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 และมาตรา 11 ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2562
ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
จากเดิม
ที่มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8
จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี
จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน คำให้การของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม
คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 2 เดือน 20 วัน
กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ร้องเป็นเงินจำนวน 361,720.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ
ข้อหาอื่นนอกจากนี้ ให้ยก
พิพากษาแก้เป็นว่า
ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ร้องเป็นเงิน 361,720.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี หรืออัตราใหม่ตามที่ประกาศในพระราชกฤษฎีกา บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับจากวันที่ 23 พฤศจิกายน 2564 จนกว่าจะชำระเสร็จ
ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบที่จะไม่ฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์
พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ระบุว่า ผู้ใดเป็นพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
สำหรับพฤติการณ์ในคดีนี้ เกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2557 จากกรณี นายประสิทธิ์ ศิริภากรณ์ อัยการพิเศษฝ่ายสัญญาและหารือ 3 อดีตกรรมการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ออกมาเปิดเผยข้อพิรุธเกี่ยวกับการจัดประชุมติดตามความคืบหน้างานระบบ 3 จี ของคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ที่ ร้าน Cellar 11 Wine Bar & Bistro ของบริษัท เซลลาร์ อีเลฟเวิน จำกัด ในช่วงเดือนพ.ค. จำนวน 4 ครั้ง รวมวงเงินมากกว่า 7 แสนบาท ว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องการทำเอกสารเบิกจ่ายเงินเป็นเท็จ เนื่องจากการประชุมติดตามงาน 3 จี ของทีโอที ไม่เคยจัดการประชุมนอกสถานที่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และการเดินทางไปร่วมงานที่ร้าน Cellar 11 Wine Bar & Bistro ของตนเองเพียงแค่ 1 ครั้ง เป็นการเชิญบอร์ดไปกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ใช่การประชุมติดตามงาน 3 จี แต่อย่างใด
ส่วน ร้าน "Cellar 11 Wine Bar&Bistro" พบว่า บริษัท เซลลาร์ อีเลฟเวิน จำกัด เป็นเจ้าของ โดยผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสาม ของ บริษัท เซลลาร์ อีเลฟเวิน จำกัด คือ นายอธิเบศร์ ตรีสุขี ถืออยู่จำนวน 250,000 หุ้น มีนามสกุลเดียวกับ นายกอบพงษ์ ตรีสุขี กรรมการ บมจ.ทีโอที ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้รับหน้าที่ในการกำหนดสถานที่จัดการประชุมครั้งนี้ แต่ นายอธิเบศร์ และนายกอบพงษ์ ไม่ได้ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ด้วยแต่อย่างใด

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




