News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตปศุสัตว์สมุทรปราการ ใช้รถหลวง ผิดอาญา-วินัยร้ายแรง

ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตปศุสัตว์สมุทรปราการ ใช้รถหลวง ผิดอาญา-วินัยร้ายแรง

7 ก.ค. 2569 14:50
ผู้ชม 74 คน

ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอดีตปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ! โทษหนักใช้รถหลวงส่วนตัว เบิกน้ำมันเกินจริง สร้างความเสียหายกว่า 7 หมื่นบาท พฤติการณ์ชัดเจนเบิกจ่ายส่อทุจริต ละเมิดระเบียบราชการอย่างร้ายแรง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งเรื่องฟ้องศาลและดำเนินการทางวินัย

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกเอกสารข่าวแจกคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรงต่อนายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ อดีตปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ ในความผิดฐานนำรถยนต์ของทางราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวและเบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเกินความจริง

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2556 ขณะที่นายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ ดำรงตำแหน่งปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ ได้นำรถยนต์ส่วนกลางทะเบียน นค 5910 สมุทรปราการ ซึ่งควรใช้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมของสำนักงานฯ ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวเป็นประจำในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยได้เดินทางกลับบ้านพักของตนเองที่จังหวัดสุพรรณบุรี และจอดรถคันดังกล่าวไว้ที่บ้านพักส่วนตัว โดยไม่ปรากฏหลักฐานการขออนุญาตใช้รถเพื่อเดินทางไปราชการที่จังหวัดสุพรรณบุรีแต่อย่างใด

นอกจากนี้ การตรวจสอบยังพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถยนต์คันดังกล่าว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 ถึงเดือนกันยายน 2557 ซึ่งมียอดเงินที่สูงเกินปกติ ไม่สอดคล้องกับระยะทางที่นายวีระได้ขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลางในการเดินทางไปปฏิบัติราชการ ส่งผลให้เกิดส่วนต่างค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเงินจำนวน 72,085.12 บาท และยังพบว่ามีการสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงบ่อยครั้งในวันศุกร์ และบางครั้งมีการสั่งจ่ายซ้ำอีกในวันจันทร์ถัดมา ซึ่งนายวีระจะให้เจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับในบิลสั่งจ่ายน้ำมัน หรือบางครั้งตนเองก็นำรถไปเติมน้ำมันเอง ซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้ถือเป็นการจงใจฝ่าฝืนระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการใช้ การเก็บรักษา และการซ่อมบำรุงรถราชการ พ.ศ.2546 และเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายอย่างชัดเจน

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 รวมถึงมาตรา 123/1 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 (ซึ่งปัจจุบันคือมาตรา 172 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98

จากมติดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ช. จะได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจ และส่งรายงาน ส านวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามฐานความผิดต่อไป

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ได้แถลงยืนยันว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดในคดีสำคัญที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการในครั้งนี้ เพื่อรักษาความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นในการบริหารราชการแผ่นดิน.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ชี้มูล



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลอุทธรณ์ยืนคุก 6 ปีอดีตนายกเทศฯสิงหนคร-เมีย รุกโบราณสถานเขาน้อย
ศาลอุทธรณ์ยืนคุก 6 ปีอดีตนายกเทศฯสิงหนคร-เมีย รุกโบราณสถานเขาน้อย