ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรีกับพวก ฐานทุจริตใช้รถหลวงส่วนกลางเพื่อประโยชน์ส่วนตัว -ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการร้ายแรง เผยพฤติการณ์ใช้รถส่วนกลางรับส่งบ้านพักทุกวัน-สั่งปลอมใบขออนุญาตถึง 96 ฉบับ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกเอกสารข่าวแจกกรณีมีมติชี้มูลความผิด นางวิไล พรหมณี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี และนางทิพวรรณ นิลน้อย นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ สังกัดสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ในข้อหาใช้รถยนต์ส่วนกลางของทางราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และใช้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำการปลอมเอกสารหลักฐานใบขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลางเพื่อนำไปชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงของกระทรวงวัฒนธรรม
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ระบุว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2564 นางวิไล พรหมณี ขณะดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้สั่งการให้พนักงานขับรถยนต์นำรถยนต์ส่วนกลางของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี (รถตู้ ทะเบียน ฮฐ 7870 กรุงเทพมหานคร) คอยรับ-ส่งตนเองจากบ้านพักในตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี ไปยังสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีระยะทางห่างกันประมาณ 2.15 กิโลเมตร เป็นประจำทุกวันในช่วงเช้า-เย็น นอกจากนี้ ยังมีการนำรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าวไปใช้ในกิจการที่ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการ พร้อมทั้งอนุมัติเบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์คันดังกล่าวอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังปรากฏพฤติการณ์ว่า นางวิไล พรหมณี ได้ใช้ให้นางทิพวรรณ นิลน้อย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการควบคุมการใช้พัสดุและยานพาหนะ มีหน้าที่จัดรถตามใบคำขออนุญาตและเก็บรักษากุญแจและเอกสารของรถยนต์ส่วนกลาง ทำการปลอมเอกสารหลักฐานใบขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลางของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี จำนวนถึง 96 ฉบับ โดยมีนางวิไล พรหมณี เป็นผู้รับรองเอกสารราชการปลอมดังกล่าว เพื่อนำไปชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงของกระทรวงวัฒนธรัม
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของนางวิไล พรหมณี กรณีใช้รถยนต์ส่วนกลางของทางราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตัว มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
สำหรับการกระทำของนางวิไล พรหมณี ในกรณีใช้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำการปลอมเอกสารและรับรองเอกสารราชการปลอม มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 161 ประกอบมาตรา 84 มาตรา 162 (1) (4) มาตรา 265 ประกอบมาตรา 84 และมาตรา 268 รวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงเช่นกัน
ในส่วนของนางทิพวรรณ นิลน้อย การกระทำของเธอมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 162 (1) (4) มาตรา 265 และมาตรา 268 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป




