ป.ป.ช. แถลงมติชี้มูลความผิด "นายเธียรชัย พุทธรังษี" รองผู้ว่าฯร้อยเอ็ดอดีตนายอำเภอโพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด และพวก ทุจริตจัดซื้อสารเคมีช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง ในราคาสูงเกินจริง เป็นเหตุให้ทางราชการเสียหายกว่า 8.2 ล้านบาท พร้อมสั่งดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรง
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ข่าวแจกกรณี ป.ป.ช.ชี้มูลนายเธียรชัย พุทธรังษี อดีตนายอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด (ปัจจุบันเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด) และพวก จากเหตุการณ์เมื่อปีงบประมาณ 2555 จังหวัดร้อยเอ็ดได้ประกาศให้พื้นที่ 9 ตำบลในอำเภอโพธิ์ชัยเป็นพื้นที่ภัยพิบัติโรคเพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง และจัดสรรเงินทดรองราชการวงเงิน 9,700,000 บาท ให้นายอำเภอโพธิ์ชัยมีอำนาจอนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือ ต่อมา นายกันยา คงพลปาน เกษตรอำเภอโพธิ์ชัย ได้เสนอให้จัดซื้อสารเคมี Pirimiphos methyl (Actelie 50% EC) เพื่อใช้ปราบเพลี้ย จำนวน 6,689 ขวด ในราคาขวดละ 1,450 บาท รวมเป็นเงิน 9,699,050 บาท ซึ่งนายเธียรชัย พุทธรังษี นายอำเภอโพธิ์ชัยในขณะนั้น ได้อนุมัติคำขอ โดยมิได้นำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอำเภอโพธิ์ชัย (ก.ช.ภ.อ.โพธิ์ชัย) พิจารณา แต่กลับสั่งการให้ปลัดอำเภอโพธิ์ชัยจัดทำบันทึกรายงานการประชุมเท็จว่าคณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบ ทั้งที่ไม่มีการประชุมจริง

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงยังพบว่า ราคาของสารเคมีดังกล่าวไม่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด แต่เป็นราคาที่นายวัชเรนทร์ ศิริมงคล เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้กำหนด นอกจากนี้นายเธียรชัยได้อนุมัติให้จัดซื้อโดยวิธีพิเศษ และสั่งให้นางประไพ สุรเสน เสมียนตราอำเภอโพธิ์ชัย เลือกผู้ขายตามเอกสารเสนอราคาที่ถูกนำมามอบให้ โดยมีเอกสารของบริษัท มินถาพร จำกัด ระบุเป็น "คู่สัญญา" และห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิด กับห้างหุ้นส่วนจำกัด นาทรัพย์เจริญ ระบุเป็น "คู่ประกบ" แม้ในภายหลัง นางประไพ สุรเสน จะได้ต่อรองราคากับบริษัท มินถาพร จำกัด จนเหลือ 9,699,050 บาท แต่นายเธียรชัยก็ยังอนุมัติและลงนามในบันทึกข้อตกลงซื้อขายกับบริษัทดังกล่าว
ต่อมา สำนักตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดร้อยเอ็ดได้ตรวจสอบพบว่าการจัดซื้อสารเคมีดังกล่าวมีราคาสูงเกินกว่าความเป็นจริงอย่างมาก โดยสอบถามราคาจากบริษัทผู้จำหน่ายพบว่าสารเคมีชื่อสามัญเดียวกัน มีราคาเฉลี่ยเพียงขวดละ 210 บาท และจากการสืบค้นในเว็บไซต์ขายสารเคมีพบราคาขวดละ 220 บาท แสดงให้เห็นว่าอำเภอโพธิ์ชัยได้จัดซื้อสารเคมีในราคาที่สูงเกินจริงถึงขวดละ 1,240 บาท ซึ่งเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายเป็นเงินประมาณ 8,294,360 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิด นายเธียรชัย พุทธรังษี มีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 รวมถึงกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
นางประไพ สุรเสน ถูกชี้มูลความผิดในฐานะผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง นอกจากนี้ การกระทำของนางณุธษา พลเขต นางสาวพัชรีย์ ศุภสรรพตระกูล (หรือนางสาวมิรินดา สุขเกษมวัฒนา) และนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล ซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริงของบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดที่เกี่ยวข้อง มีมูลความผิดเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐตามฐานความผิดดังกล่าว
สำหรับบริษัท มินถาพร จำกัด, นายประสงค์ เหลาทา, ห้างหุ้นส่วนจำกัด โชติชนิด, นายศุภชัย ศุภสรรพตระกูล, ห้างหุ้นส่วนจำกัด นาทรัพย์เจริญ และนายวินัย ยิ้มฟุ้งเฟื่อง จากการไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาจึงไม่มีมูลและให้ตกไป ส่วนเจ้าหน้าที่รายอื่นบางรายมีมูลความผิดวินัยไม่ร้ายแรง แต่ได้เกษียณอายุราชการหรือลาออกจากราชการไปแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการอีก และสำหรับนายวัชเรนทร์ ศิริมงคล ซึ่งเสียชีวิตแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ส่งรายงาน สํานวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคําวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอํานาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดําเนินการทางวินัย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป




