News Logo
หน้าแรก
รู้เท่าไม่ถึงการณ์! รอลงอาญา '2พวก' อดีตนายกเทศฯบ้านเสด็จ ทุจริตดูงาน

รู้เท่าไม่ถึงการณ์! รอลงอาญา '2พวก' อดีตนายกเทศฯบ้านเสด็จ ทุจริตดูงาน

24 มิ.ย. 2569 06:35
ผู้ชม 76 คน

ป.ป.ช. เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ประสิทธิ์ พุกป้อม-ยุพิน นิจกิจ' พวก 2 ราย ของ 'ศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนชา สุราษฎร์ธานี ร่วมทุจริตโครงการจัดฝึกอบรมทัศนศึกษาดูงาน ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 พิพากษาลงโทษ จำคุกคนละ 1 ปี 8 เดือน หลังรับสารภาพ พฤติการณ์แค่ออกบิลเงินสดให้เจ้าพนักงานรัฐนำไปใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ได้รอลงอาญา ส่วนเจ้านายโดนโทษไปแล้ว 2 ปี 6 เดือน

สำนักข่าว Next News รายงานว่า สืบเนื่องจากในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี กับพวก ทุจริตโครงการฝึกอบรมและทัศนศึกษาดูงาน คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานจ้าง แกนนำชุมชน อสม. และแกนนำกลุ่มต่าง ๆ ในตำบลบ้านเสด็จ ประจำปีงบประมาณ 2558 ซึ่งถูกคณะกรรมการ​ ป.ป.ช.​ ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 147, 151, 157 และ 268 ประกอบมาตรา 266 (1) และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา

โดยเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก นายศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว เป็นเวลา 5 ปี รับสารภาพ ลดโทษเหลือ 2 ปี 6 เดือน

นับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีหมายเลขแดง ที่ อท 130/2568 ของศาลนี้ และให้จำเลยคืนเงิน 8,100 บาท ที่ยังไม่ได้คืนให้แก่เทศบาลตำบลบ้านเสด็จ ผู้เสียหาย

(อ่านข่าวประกอบ หลังโดนคุกรถหลวง! อดีตนายกเทศฯบ้านเสด็จ เจอโทษคดีทุจริตอีก 2 ปี 6 ด. )

ล่าสุด สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีในส่วนของ นายประสิทธิ์ พุกป้อม นางสาวยุพิน นิจกิจ พวกของ นายศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว ที่ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในคดีนี้เป็นทางการ โดยเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 151 (เดิม) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

พิพากษาจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 1 ปี 8 เดือน และปรับคนละ 3,000 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว เห็นว่า จำเลยทั้งสองเพียงออกบิลเงินสดให้เจ้าพนักงานของรัฐนำไปใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และผู้เสียหายได้รับความเสียหายไม่มากนัก ทั้งต่อมาได้วางเงินชำระค่าเสียหายครบถ้วนแล้ว

เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนเพื่อให้โอกาสจำเลยทั้งสองกลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

เบื้องต้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามความเห็นของอัยการสูงสุด (อสส.) ที่จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของป.ป.ช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ศาสตร์สรรค์ จันทร์แก้ว
อดีตนายกเทศมนตรีตำบลบ้านเสด็จ อำเภอเคียนชา สุราษฎร์ธานี
คดีทุจริตจัดทัศนศึกษา
ป.ป.ช.
ศาลอาญาคดีทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สื่อเกาหลีฯ ตีข่าว 'ฮันฮวา' ส่อเข้าวิน คว้าดีลฟริเกตไทย 1.7 หมื่น ล.
สื่อเกาหลีฯ ตีข่าว 'ฮันฮวา' ส่อเข้าวิน คว้าดีลฟริเกตไทย 1.7 หมื่น ล.