ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'เสถียรภาพ ภัทรประเสริฐสุข หรือประเสริฐสุข' อดีตนายก อบต.บ้านดง อำเภออุบลรัตน์ ขอนแก่น ทุจริตสั่งจ่ายเช็คเบียดบังเงินหลวง ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 4 พิพากษาลงโทษจำคุก 4 ปี 12 เดือน หลังรับสารภาพ พวกโดนโทษด้วย ได้รอลงอาญา 1 คน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายเสถียรภาพ ภัทรประเสริฐสุข หรือประเสริฐสุข เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น กับพวก สั่งจ่ายเช็คจำนวน 2 ฉบับ เพื่อถอนเงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยไม่มีเอกสารหลักฐานใด ๆ ประกอบ และให้พวกของตนไปเบิกถอนเงิน แล้วเบียดบังเงินไปเป็นของตนเองหรือของผู้อื่นโดยทุจริต ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 มาตรา 86 และมาตรา 91 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567
โดยคดีนี้ มีจำเลย 4 ราย ได้แก่ นายเสถียรภาพ ภัทรประเสริฐสุข หรือประเสริฐสุข จำเลยที่ 1, นางอนัญพร ดวงศรี จำเลยที่ 2 นางเยี่ยมดาว วงษา จำเลยที่ 3 และ นายอนันต์ จำปาทา จำเลยที่ 4
ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาดังนี้
นายเสถียรภาพ ภัทรประเสริฐสุข หรือประเสริฐสุข จำเลยที่ 1 และนางอนัญพร ดวงศรี จำเลยที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 147 (เดิม) ประกอบมาตรา 83
นางเยี่ยมดาว วงษา จำเลยที่ 3 และนายอนันต์ จำปาทา จำเลยที่ 4 มีความผิดตามมาตรา 147 ประกอบมาตรา 86
การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามมาตรา 91
จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี จำเลยที่ 2 มีกำหนด 5 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน และปรับ 10,000 บาท
จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง
คงจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 12 เดือน
คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน
คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน
คงจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน และปรับ 5,000 บาท
โทษจำคุกของจำเลยที่ 4 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 29/1 และ 30
ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151
และสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86
ยกคำขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 หลายกรรมต่างกัน
ยกคำขอให้นับโทษต่อ
ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันใช้เงิน 530,000 บาท คืนแก่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง
ยกคำขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ใช้เงิน 530,000 บาท คืนแก่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดง
เบื้องต้น ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบตามความเห็นอัยการสูงสุด (อสส.) ที่จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว
สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




