ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำคุก 27 ปี 'วิชิต ชาตไพสิฐ' อดีตผู้ว่าฯ อุบล คดีทุจริตซื้อยาปราบศัตรูพืช 'เมีย' โดนด้วย 6 ปี 'เกรียงไกร วรรณเสริมสกุล' เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดน 12 ปี จำหน่ายคดีนางสาว ว. ทำผิดช่วงอายุ 15 ไปฟ้องศาลเยาวชนขอนแก่น
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาตัดสินคดีกล่าวหา นายวิชิต ชาตไพสิฐ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กับพวก ร่วมกันทุจริตในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ในท้องที่อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปีงบประมาณ 2554 ตามมติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ชี้มูลความผิดและส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
โดยศาลฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก นายวิชิต ชาตไพสิฐ รวมจำนวน 27 ปี นางสุปราณี ชาตไพสิฐ จำคุก 6 ปี นายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ชื่อ บริษัท เสริมสินการช่าง จำกัด โดนจำคุก 12 ปี
นางณุธษา พลเขต จำคุก 12 ปี นางนฤมล มะลิวัลย์ อดีตหัวหน้าฝ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบภัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุก 8 ปี 12 เดือน
สำหรับจำเลยในกลุ่มเอกชน คือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ศ.ศุภฤกษ์ และนางสาวชฏาพร ศุภสรรพตระกูล หุ้นส่วนผู้จัดการ ยกฟ้อง
ขณะที่นางสาว ว. จำหน่ายคดีให้ไปฟ้องศาลเยาวชนขอนแก่น
สำนักข่าว Next News รายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับนางสาว ว. เป็นจำเลยรายเดียวกับจำเลยในคดีกล่าวหา นางสาว ว. ‘พวก’ ของนายสุรพล สายพันธ์ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ทุจริตในการดําเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินด้านพืชและศัตรูพืช โดยจัดซื้อจัดหาสารเคมีเพื่อใช้ป้องกันและกําจัดโรคและศัตรูพืชโดยทุจริต ในท้องที่อําเภอเมืองอุบลราชธานี ในปีงบประมาณ 2553 ซึ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดขอนแก่น มีคำพิพากษาว่า นางสาว ว. จำเลยมีความผิดตาม ปอ. ม.149 ประกอบ ม.86 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตาม ปอ. ม.91 ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 15 ปีเศษ ลดมาตราส่วนโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตาม ปอ. ม.75 จำคุกกระทงละ 2 ปี และปรับกระทงละ 40,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 ปี และปรับ 80,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตาม ปอ. ม.78 คงจำคุก 2 ปี และปรับ 40,000 บาท พิเคราะห์การณ์แห่งคดีและรายงานการสืบเสาะและพินิจแล้วเห็นว่า ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุเพียง 15 ปีเศษ ยังไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ประกอบกับจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้งหนึ่ง โทษจำคุกและโทษปรับ จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตาม ปอ. ม.56
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง




