"....จากถ้อยคำของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ดุสิต สอดคล้องกับภาพข่าวจากสื่อมวลชนหลายสื่อทั้งทางทีวีและทางอินเทอร์เน็ต ที่ปรากฏภาพชายฉกรรจ์จำนวนมากสวมเสื้อแดงพร้อมอุปกรณ์เดินป่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้กระจายเต็มพื้นที่อาคารจอดรถสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบแล้ว ย่อมไม่อาจมีบุคคลใดเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า ชายฉกรรจ์ซึ่งสวมเสื้อแดงในภาพถ่ายของสื่อมวลชนดังกล่าว เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ได้รับคำสั่งให้มาที่สวนสัตว์ดุสิตในช่วงเวลาดังกล่าว..."
อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น
คือ บทสรุปคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่พิพากษากลับ คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีกล่าวหา นายดำรงค์ พิเดช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับพวก ได้อนุมัติโครงการและอนุมัติเงินงบประมาณในโครงการฝึกอบรมจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระหว่างวันที่ 7–16 มิถุนายน 2555 โดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 90 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
จากเดิม ยกฟ้อง
เป็นว่า นายดำรงค์ พิเดช เป็นจำเลยที่ 1, นายเริงชัย ประยูรเวช จำเลยที่ 2 (รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ในขณะนั้น) และนายธนโรจน์ โพธิสาโร จำเลยที่ 3 (ผู้อำนวยการสำนักบริการกลาง กรมอทุยานฯ) มีความผิดตามกฎหมาย
ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามแต่ละคนตามความหนักเบาของพฤติการณ์แห่งคดี สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี

ภาพประกอบรายงาน
พิพากษากลับ! สั่งจำคุก 'ดำรงค์ พิเดช-พวก' จัดอบรมพาจนท.ชุมนุมการเมือง
เผยคำพิพากษาคุก 'ดำรงค์ -พวก' จัดอบรมร่วมชุนนุมเสื้อแดง - โยงธรรมกาย
ต่อไปนี้ เป็นรายละเอียดคำพิพากษาของ ศาลอุทธรณ์ ที่พิพากษากลับ คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีนี้
โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่การวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่
ปรากฏข้อมูลสำคัญนับจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป
@คำชี้แจงจำเลย
ในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ระบุว่า จำเลยทั้งสามชี้แจงข้อกล่าวหาไปในทางเดียวกันว่า โครงการฝึกอบรมจริยธรรมตามฟ้อง มิได้เร่งรีบจัดดังที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นดำริของจำเลยที่ 1 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนมีการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 1 เดือนแล้ว
เนื่องจากภารกิจที่จะต้องเร่งรัดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในบริเวณอุทยานทับลานตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ซึ่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่มาปฏิบัติงานในภารกิจดังกล่าวมาจากทั่วประเทศประมาณ 2,000 ถึง 3,000 คน มักมีเหตุวิวาทกัน จึงเป็นที่มาที่จะต้องจัดให้มีการอบรมกล่อมจิตใจทางธรรมะ แต่ขณะนั้นสถานการณ์ไม่เหมาะสมเพราะเข้าสู่ฤดูแล้ง มีไฟป่าในแต่ละพื้นที่ จึงเลื่อนการฝึกอบรมไปเป็นฤดูฝน คือ ในช่วงมิถุนายนถึงกันยายน
ส่วนความจำเป็นที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปศึกษาดูงานในสวนสัตว์ดุสิต เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับอีเห็นข้างลายหรือชะมดซึ่งไม่ใช่สัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
จึงทำให้เกิดปัญหาว่า สัตว์ป่าชนิดใดยังอยู่ในบัญชีคุ้มครองและชนิดใดบ้างที่ไม่อยู่ในบัญชีคุ้มครอง ซึ่งสวนสัตว์ดุสิตมีสัตว์ป่าจำนวนมากและมีอีเห็นอยู่หลายชนิด จึงต้องการเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ในเรื่องสัตว์ป่าให้มากขึ้น โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องกลุ่มชุมนุมทางการเมืองแต่อย่างใด
@ข้อพิรุธจัดทำเอกสาร
ศาลฯ เห็นว่า เมื่อพิจารณาการดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารในโครงการฝึกอบรมตามฟ้อง คือ บันทึกที่ ทส 0901/5509 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2555 ซึ่งจำเลยที่ 3 นำเสนอจำเลยที่ 1 ผ่านจำเลยที่ 2 เพื่อพิจารณาลงนามอนุมัติโครงการฝึกอบรม กับลงนามในเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ปรากฏว่าเอกสารทั้งหมดเพิ่งเสนอมาให้จำเลยที่ 1 ในเวลา 15.10 น. ของวันที่ 5 มิถุนายน 2555 และเมื่อเอกสารดังกล่าว เป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการฝึกอบรมที่มีเจ้าหน้าที่เข้าสู่การอบรมเป็นจำนวนมากถึง 2,500 คน เอกสารทั้งหมดดังกล่าวจึงต้องมีรายละเอียดการจัดการที่ชัดเจนและรัดกุม
แต่กลับปรากฏว่าบันทึกที่ ทส 0901.4/9435 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2555 ถึงผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต เพื่อแจ้งเกี่ยวกับการศึกษาดูงานที่สวนสัตว์ดุสิต ระบุเพียงว่า "...กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แบ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมออกเป็น 10 กลุ่ม ๆ ละ 250 คน เดินทางมาศึกษาดูงานวันละ 1 กลุ่ม ในระหว่างวันที่ 7 ถึง 16 มิถุนายน 2555..."
โดยไม่ปรากฏรายละเอียดชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ที่จะเข้าดูงานเป็นกลุ่ม จำนวน 250 คน ดังกล่าวเป็นใคร มาจากหน่วยงานใด และกลุ่มเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะเข้ามาศึกษาดูงานในเวลาใดในแต่ละวัน
@ข้อพิรุธระยะทางจุดที่ตั้งหน่วยงาน
ส่วนบันทึกที่ ทส 0901.4/9436 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2555 ถึงหน่วยงานให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าเข้าฝึกอบรม และคำสั่งที่ 973/2555 แต่งตั้ง คณะกรรมการอำนวยการ และเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดฝึกอบรม เอกสารดังกล่าว น่าจะถึงแต่ละหน่วยงานที่ระบุไว้อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 6 มิถุนายน 2555 ซึ่งน่าจะทำให้เจ้าหน้าที่ที่จะต้องเข้าฝึกอบรม คณะกรรมการอำนวยการ และเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดฝึกอบรม ซึ่งอยู่ไกลจากสถานที่ฝึกอบรมมาก อาทิ จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (แพร่ ลำปาง) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 (เชียงราย) และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่ แม่สะเรียง) ไม่อาจเดินทางมาได้ครบจำนวน 2,500 คน ตั้งแต่วันแรกของการฝึกอบรม คือ วันที่ 7 มิถุนายน 2555 ได้
ส่วนการที่จำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช หมุนเวียนกันไปศึกษาดูงานที่สวนสัตว์ดุสิต วันละ 250 คน จากจำนวนผู้เข้าฝึกอบรมทั้งหมด 2,500 คน นั้น ได้ความจากนาย ก. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิตในขณะนั้น ให้ถ้อยคำว่า ก่อนที่พยานจะได้รับบันทึกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ ทส 0901.4/9435 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2555 แจ้งเรื่องโครงการฝึกอบรมจริยธรรม ระหว่างวันที่ 7 ถึง 16 มิถุนายน 2555 นั้น พยานได้รับการสั่งด้วยวาจาให้จัดเตรียมอาคารสถานที่สำหรับพักค้างให้แก่เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติจำนวนหลายร้อยคน
@คำให้การพยาน สวนสัตว์ดุสิต
พยาน จึงสั่งการให้นาย ส. หัวหน้าฝ่ายพัสดุสวนสัตว์ฯ ให้ดำเนินการจัดเตรียมอาคารจอดรถ 4 ชั้น โดยมีการขึงสแลนสำหรับบังแดดไว้ให้ แต่ไม่ได้เตรียมอุปกรณ์สำหรับพักค้างไว้
ในช่วงดังกล่าวพยานเห็นกลุ่มเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ เดินทางเข้ามาใช้พื้นที่ที่เตรียมไว้ข้างต้นจำนวนหลายร้อยคน กลุ่มเจ้าหน้าที่ดังกล่าวอาศัยพักค้างอยู่ที่อาคารจอดรถใช้เวลาพักผ่อนตามอัธยาศัย ซักผ้า ตากผ้า และเดินเล่นตามอัธยาศัยในสวนสัตว์ กลุ่มเจ้าหน้าที่แต่งตัวทั่วไป ไม่ได้แต่งกายชุดปฏิบัติหน้าที่ และได้ความจากนาย ป. รองผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิตในขณะนั้น ให้ถ้อยคำว่า ก่อนที่กลุ่มเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะเดินทางมาใช้พื้นที่ที่สวนสัตว์ดุสิต มีกลุ่มแม่บ้านและเจ้าหน้าที่บางส่วนเดินทางมาใช้สถานที่บริเวณอาคารจอดรถ 4 ชั้นใกล้เคียงสำนักงานองค์การสวนสัตว์ โดยตั้งกลุ่มทำอาหารบริเวณชั้น 1 และส่วนพักอาศัยในบริเวณชั้น 2 ถึง 4
หลังจากนั้นในเวลาใกล้เคียงกัน ก็มีเจ้าหน้าที่จำนวนมากหลายร้อยคนเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาพักค้างที่บริเวณอาคารจอดรถ โดยเจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์การพักค้างมาเอง
@ไม่มีการขอวิทยากรนำศึกษาดูงาน
นอกจากนี้นาย ส. ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายพัฒนาสวนสัตว์ สวนสัตว์ดุสิต ขณะนั้น ให้ถ้อยคำว่า ในการฝึกอบรม ไม่มีการขอวิทยากรในการนำศึกษาดูงานแต่อย่างใด มีการจัดเตรียมอาคารจอดรถ 4 ทั้งอาคาร (อาคาร 4 ชั้น) ไว้ให้เจ้าหน้าที่ที่จะเดินทางมาศึกษาดูงาน โดยมีการกั้นสแลนสีน้ำเงินไว้เพื่อให้เห็นว่าเป็นบริเวณของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ต่อมาเวลากลางคืนของวันที่ 6 ต่อเนื่องคืนวันที่ 7 มิถุนายน 2555 ระหว่างเวลา 21.30 ถึง 8.00 น. มีเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้ามาบริเวณอาคารจอดรถดังกล่าวจำนวนมาก และมีทั้งรถยนต์ รถกระบะ จอดเต็มพื้นที่อาคารจอดรถ (ชั้นละประมาณ 60 คัน)
นอกจากนี้นาย ก. และนาย ป. ยังให้ถ้อยคำว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวกลุ่ม นปช. มาชุมนุมประท้วงที่บริเวณอาคารรัฐสภาซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณสวนสัตว์ดุสิต และอาคารของสวนสัตว์ดุสิตเป็นเวลา 2 ถึง 3 วัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหารผลัดเปลี่ยนเวรกันมารักษาความปลอดภัยในเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่มีความชุลมุนวุ่นวายอย่างมาก
พยานทั้งสองเห็นว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่น่าจะจัดฝึกอบรมโดยมาศึกษาดูงานที่สวนสัตว์ดุสิต ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกันกับที่มีการชุมนุมในช่วงนี้
แต่เนื่องจากเป็นการขอความร่วมมือจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเดียวกัน จึงดำเนินการให้ความสะดวกตามที่ร้องขอมา
และเมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า ในวันที่ 2 มิถุนายน 2555 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือกลุ่ม นปช. หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล นัดชุมนุมกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในวันที่ 6 และ 7 มิถุนายน 2555 เพื่อล่ารายชื่อประชาชนให้ครบ 20,000 รายชื่อเพื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีคำสั่งให้สภาผู้แทนราษฎรเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ... ในวาระ 3 ในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ออกไป
ทั้งปรากฏจากสื่อมวลชนหลายสำนัก รายงานข่าวถึงความขัดแย้งทางการเมืองของฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลกับฝ่ายที่คัดค้านรัฐบาล ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงว่า อาจจะเกิดความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่ม นปช. บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งมีพื้นที่ใกล้เคียงรัฐสภาและสวนสัตว์ดุสิต จากรายงานข่าวของสื่อ Thai PBS ทางเว็บไซต์ข่าว ว่า “...ตามรายงานพบว่า วันนี้ (7 มิย ) จะมีความเคลื่อนไหว ของกลุ่ม นปช. ที่หน้ารัฐสภา โดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ แกนนำ นปช. ระบุว่า อาจมีการปักหลักชุมนุมต่อเนื่องเพื่อแสดงพลังมวลชนที่คัดค้านการทำหน้าที่ของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ...” และ “...บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่ม นปช. หน้ารัฐสภา แกนนำ นปช. สลับกันขึ้นเวทีปราศรัยย่อยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่องการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดเส้นทางการจราจรตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้าจนถึงถนนอู่ทองใน โดยในการชุมนุมของกลุ่ม นปช. จะมีจนถึงเวลาประมาณ 24.00 น. วันนี้ (7 มิ.ย.)...”
ส่วนการแต่งกายของบุคคลที่อยู่บริเวณอาคารจอดรถนั้น มีทั้งสวมเสื้อสีแดงซึ่งเป็นลักษณะการแต่งกายของกลุ่มผู้ชุมนุม และของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ปะปนกัน
ในวันที่ 7 และ 8 มิถุนายน 2555 ไม่ได้มีการจัดการศึกษาดูงานภายในสวนสัตว์ดุสิตแต่อย่างใด และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ เดินชมบริเวณสวนสัตว์เป็นกลุ่ม ๆ ละ 3 ถึง 4 คน ไม่ได้เดินเป็นกลุ่มใหญ่ หรือมีเจ้าหน้าที่ที่นำชมศึกษาดูงาน เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ใช้อาคารจอดรถเป็นสถานที่พักค้างคืน เป็นเวลา 2 วัน
ต่อมาวันที่ 8 มิถุนายน 2555 ช่วงเวลาบ่ายถึงเย็นเมื่อมีการยุติการชุมนุมของผู้ชุมนุม และกลุ่มผู้ชุมนุมสลายการชุมนุม เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชที่ใช้อาคารจอดรถดังกล่าว ก็เดินทางออกจากพื้นที่สวนสัตว์ดุสิตไปด้วยเช่นกัน
นาย ห. พนักงานรักษาความปลอดภัยระดับ 1 ที่สวนสัตว์ดุสิต และนาย ส. เจ้าพนักงานรักษาการสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอาคารจอดรถ ในช่วงเวลาดังกล่าวให้ถ้อยคำทำนองเดียวกันว่า ในช่วงวันที่ 6 ถึง 8 มิถุนายน 2555 มีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาใช้ประโยชน์จากอาคารจอดรถเป็นจำนวนมากทั้งเรื่องการเข้าห้องน้ำและการพักอาศัย วันที่ 6 มิถุนายน 2555 เวลาประมาณ 24 นาฬิกา มีเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้าใช้พื้นที่อาคารจอดรถเป็นที่พักอาศัยค้างคืนและมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาใช้ห้องน้ำบริเวณอาคารจอดรถจำนวนมาก
ในเช้าของวันที่ 7 มิถุนายน 2555 เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ เดินเข้าออกจากอาคารจอดรถเพื่อหาอาหารทานบ้าง เดินเที่ยวภายในสวนสัตว์บ้าง แต่ไม่ได้เดินเป็นกลุ่มใหญ่ และมีเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ บางคนเดินออกจากสวนสัตว์ดุสิตไปบริเวณที่ชุมนุม และกลับมาพร้อมกับเสื้อแดงของกลุ่มผู้ชุมนุม และอุปกรณ์ที่ใช้ในการชุมนุม เช่น ผ้าโพกหัว ผ้าผูกมือ เป็นต้น
@หลักฐานมีน้ำหนักชายฉกรรจ์สวมเสื้อแดง เป็นเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ
ซึ่งจากถ้อยคำของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ดุสิตข้างต้นดังกล่าว สอดคล้องกับภาพข่าวจากสื่อมวลชนหลายสื่อทั้งทางทีวีและทางอินเทอร์เน็ต ที่ปรากฏภาพชายฉกรรจ์จำนวนมากสวมเสื้อแดงพร้อมอุปกรณ์เดินป่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้กระจายเต็มพื้นที่อาคารจอดรถสวนสัตว์ดุสิต ภาพชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน บนอาคารจอดรถสวนสัตว์ดุสิตซึ่งมีเสื้อแดงพาดที่ไหล่ในลักษณะที่ได้รับแจกมา และภาพถ่ายหลายคนสวมเสื้อแดงบนอาคารจอดรถสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งเมื่ออาคารจอดรถดังกล่าว เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนสัตว์ดุสิตซึ่งเป็นสถานที่ราชการ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบแล้ว ย่อมไม่อาจมีบุคคลใดเข้าไปใช้ประโยชน์ได้
จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า ชายฉกรรจ์ซึ่งสวมเสื้อแดงในภาพถ่ายของสื่อมวลชนดังกล่าว เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ได้รับคำสั่งให้มาที่สวนสัตว์ดุสิตในช่วงเวลาดังกล่าว
ทั้งเมื่อปรากฏจากถ้อยคำของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ดุสิตว่า ไม่มีการศึกษาดูงานเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
จึงรับฟังได้ว่า การที่จำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาที่สวนสัตว์ดุสิตในช่วงนั้นเพื่อสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่ม นปช.
@เบื้องหลังประสานขอใช้พื้นที่วัดธรรมกาย
และเมื่อได้ความจากพยานปากนาย พ. ซึ่งขณะเกิดเหตุพยานปฏิบัติหน้าที่ประจำส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 (ขอนแก่น) ปฏิบัติหน้าที่บริหารจัดการพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเขตพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าในพื้นที่รับผิดชอบ งานช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ออกมานอกพื้นที่ และ งานอื่น ๆ ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ว่า ในปี 2552 พยานเคยร่วมโครงการบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไปร่วมโครงการ ณ วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี
ประกอบกับในครั้งที่เกิดอุทกภัยใหญ่ในปี 2554 พยานมีโอกาสมาปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี จึงมีความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ และพระภิกษุที่วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี
วันที่ 3 มิถุนายน 2555 พยานเดินทางไปที่วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี เพื่อประสานขอใช้พื้นที่สำหรับให้เจ้าหน้าที่มาเข้าร่วมฝึกอบรมตามโครงการฝึกอบรมจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระหว่างวันที่ 7 ถึง 16 มิถุนายน 2555 และเมื่อวัดพระธรรมกายยินดีให้ใช้สถานที่ในการฝึกอบรมแล้ว
ในวันเดียวกัน พยานจึงแจ้งให้จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลางในขณะนั้นทราบ ซึ่งจำเลยที่ 3 มอบหมายให้พยานปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ดูแลโครงการดังกล่าว
@ อุทธรณ์โจทก์ฟังขึ้น
จากถ้อยคำของนาย พ. ที่ระบุว่า นาย พ. ไปประสานกับวัดพระธรรมกายตามคำสั่งของจำเลยที่ 3 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2555 ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 สภาผู้แทนราษฎรมีมติเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ พ.ศ. ... ตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ โดยนัดพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 6 และ 7 มิถุนายน 2555 ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ฝ่ายกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง
ในวันที่ 2 มิถุนายน 2555 กลุ่ม นปช. หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงจึงประกาศนัดชุมนุมใหญ่อีกในวันที่ 6 และ 7 มิถุนายน2555 บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนให้ครบ 20,000 รายชื่อ เพื่อยื่นถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีคำสั่งดังกล่าว
จึงรับฟังได้ว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ทราบความประสงค์ของกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 2 มิถุนายน 2555 ที่ประกาศนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งในวันที่ 6 และ 7 มิถุนายน 2555 จำเลยที่ 1 จึงเตรียมจัดหาคนเพื่อร่วมสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยจัดโครงการจัดฝึกอบรมจริยธรรมตามฟ้อง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นกำลังเสริมในการชุมนุมของกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง และมีคำสั่งให้จำเลยที่ 3 มอบหมายให้นาย พ. ไปติดต่อประสานงานกับ วัดพระธรรมกายในวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2555 และเมื่อทราบว่า วัดพระธรรมกาย มีศักยภาพที่สามารถรองรับเจ้าหน้าที่จำนวน 2,500 คน เข้าฝึกอบรมในรูปแบบของการฝึกอบรมจริยธรรมได้แล้ว
ต่อมาในวันจันทร์ที่ 4 และวันอังคารที่ 5 มิถุนายน 2555 จำเลยทั้งสามจึงรีบดำเนินการในส่วนเอกสารเกี่ยวกับโครงการฝึกอบรมตามฟ้อง เพื่อให้เสร็จทันก่อนที่จำเลยที่ 1 จะเดินทางไปต่างประเทศ
ในเวลาค่ำของวันที่ 5 มิถุนายน 2555 โดยมีการกำหนดให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มาที่สวนสัตว์ดุสิตวันละ 250 คน เพื่อเสริมกำลังชุมนุมของกลุ่ม นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง
การกระทำทั้งหมดของจำเลยทั้งสามดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นการขออนุมัติและอนุมัติให้มีโครงการฝึกอบรมโดยใช้งบประมาณของราชการ โดยมีจุดประสงค์ให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง เพื่อประโยชน์แก่คนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดโดยเฉพาะและไม่ใช่ประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ อันเป็นการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นความผิดตามฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องของโจทก์มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น
@ พิพากษากลับจำคุกจำเลย ทั้ง 3 ราย
พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสามแต่ละคนตามความหนักเบาของพฤติการณ์แห่งคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี
ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี
*************
สำหรับคดีนี้ สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาคดีอาญา
แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจำเลยทั้ง 3 ราย ขอยื่นฎีกาสู้คดีต่อหรือไม่
หากมีข้อมูลจะนำมาเสนอต่อไป




