News Logo
หน้าแรก
ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตนายก อบต.ใน ศรีสะเกษ เรียกรับสินบนแลกต่อสัญญาจ้าง

ป.ป.ช. ชี้มูลอดีตนายก อบต.ใน ศรีสะเกษ เรียกรับสินบนแลกต่อสัญญาจ้าง

8 มิ.ย. 2569 13:15
ผู้ชม 311 คน

ป.ป.ช. ฟัน "พิภพ พวงจันทร์" อดีตนายก อบต.ทุ่ม ศรีสะเกษ พร้อมพวก รวม 6 ราย เรียกเงินแลกต่อสัญญาจ้างจากพนักงาน ระบุมีมูลความผิดทั้งอาญาและวินัยร้ายแรง เตรียมส่งอัยการฟ้องศาล

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ข่าวกรณี ป.ป.ช. มีมติชี้มูล นายพิภพ พวงจันทร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ กับพวก รวม 6 ราย ในคดีเกี่ยวกับการเรียก รับผลประโยชน์ตอบแทนจากพนักงานจ้างจำนวนหลายราย เพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้างของปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. โดยทั้ง 6 รายประกอบไปด้วย 1.นายพิภพ พวงจันทร์ 2.นายเกษตร ฤาชา 3.นางพรสวรรค์ ขุนพันธ์ 4.นายพิชญ์ ปรีชาเลิศศิริ 5.นายวัชร์ชพล วรดิษฐ์เรืองเดช และ 6.นางพัชรินทร์ แสงใส

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า นายพิภพ พวงจันทร์ ซึ่งมีอำนาจอนุมัติต่อสัญญาจ้างพนักงานจ้างทั่วไปและพนักงานจ้างตามภารกิจขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่ม ได้ประวิงเวลาและบ่ายเบี่ยงการลงนามในหนังสือขอความเห็นชอบต่อสัญญาจ้างพนักงานจำนวน 30 ราย ตั้งแต่วันที่ 8 - 9 สิงหาคม 2566 โดยไม่มีเหตุอันสมควร. ในระหว่างนั้น นายพิภพ กับพวก ได้ร่วมกันเรียกรับเงินจากพนักงานจ้างหลายราย โดยกำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะต่อสัญญาจ้างต้องจ่ายเงิน 3 เท่าของเงินเดือนเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้าง. นายเกษตร ฤาชา รองนายก อบต.ทุ่ม ได้สั่งให้พนักงานจ้างรายหนึ่งไปแจ้งแก่พนักงานจ้างคนอื่น ๆ เกี่ยวกับเงื่อนไขการจ่ายเงินนี้. ปรากฏว่ามีพนักงานจ้าง 2 ราย ได้นำเงินไปมอบให้กับนายพิภพ โดยรายแรกจ่าย 44,460 บาท และรายที่สองต่อรองเหลือ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 64,460 บาท. นอกจากนี้ พนักงานจ้างบางรายยังได้นำเงินสด 44,400 บาท และโอนเงิน 41,000 บาท รวม 85,400 บาท ให้กับนายพิชญ์ ปรีชาเลิศศิริ อดีตรองนายก อบต.ทุ่ม ตามคำสั่งของนายเกษตร และตามเจตนาของนายพิภพ.

นอกจากนี้ ยังมีพนักงานจ้างกลุ่มหนึ่งเข้าพบนายพิภพ ซึ่งได้แจ้งว่าการต่อสัญญาจ้างเป็นไปตามที่ได้แจ้ง คือต้องจ่ายเงินเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้าง. พนักงานจ้างอีกกลุ่มหนึ่งถูกนายวัชร์ชพล วรดิษฐ์เรืองเดช ที่ปรึกษาของนายพิภพ เรียกเข้าพบในห้องทำงานของนายพิภพ โดยมีนางพรสวรรค์ ขุนพันธ์ ผู้อำนวยการกองคลัง และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของพนักงานจ้างดังกล่าวร่วมพูดคุยด้วย โดยนายวัชร์ชพลแจ้งว่านายพิภพใช้ให้มาแจ้งให้จ่ายเงินเพื่อแลกกับการต่อสัญญาจ้าง แต่พนักงานกลุ่มนี้ปฏิเสธ. ส่วนนางพัชรินทร์ แสงใส ได้โทรศัพท์เร่งรัดให้พนักงานจ้าง 4 ราย จ่ายเงินเพื่อต่อสัญญาจ้าง แต่ทั้งหมดปฏิเสธเช่นกัน.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่าการกระทำของ นายพิภพ พวงจันทร์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157, ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมาตรา 173 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 90/1.

สำหรับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นได้แก่ นายเกษตร ฤาชา, นางพรสวรรค์ ขุนพันธ์, นายพิชญ์ ปรีชาเลิศศิริ, นายวัชร์ชพล วรดิษฐ์เรืองเดช และนางพัชรินทร์ แสงใส มีมูลความผิดฐานสนับสนุนนายพิภพ พวงจันทร์ ตามฐานความผิดดังกล่าว โดยนางพรสวรรค์ยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงด้วย.

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98.

อย่างไรก็ตาม การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ชี้มูล



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่องที่ดินในบุรีรัมย์มูลค่า 1 แสนบาท 'แสวง'-มีสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้าน
ส่องที่ดินในบุรีรัมย์มูลค่า 1 แสนบาท 'แสวง'-มีสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้าน