ย้อนไทม์ไลน์ 9 ปี 'วีระ สมความคิด' ฟ้อง ป.ป.ช. ปกปิดเอกสาร 'นาฬิกาบิ๊กป้อม' ก่อน 'วัชรพล-สุภา' โดนคุกคนละ 3 ปี
หมายเหตุ สำนักข่าว Next News : จากกรณีปรากฏข่าว เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ นางสาวสุภา ปียะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ปกปิดเอกสารการสอบสวนกรณีการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ครั้งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยศาลฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และ นางสาวสุภา ปียะจิตติ คนละ 3 ปี ก่อนที่ทั้งสองคน จะได้รับการประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

สรุป! คำพิพากษาจำคุก 'วัชรพล-สุภา' คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารนาฬิกาหรู
สรุป! คำพิพากษาจำคุก 'วัชรพล-สุภา' คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารนาฬิกาหรู
ศาลฯ สั่งจำคุก'วัชรพล-สุภา' คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม
ต่อไปมาดูกันว่าคดีนี้มีจุดเริ่มต้นเป็นอย่างไร
สำนักข่าว Next News รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลมานำเสนอ ดังนี้
26 ธ.ค. 2560 นายวีระ มีหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขอให้ไต่สวนกรณีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
18 ม.ค. 2562 นายวีระ มีหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขอข้อมูลข่าวสารของราชการที่เกี่ยวกับกรณีกล่าวหาข้างต้นจํานวน 3 รายการ คือ
1.รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด
2.ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคน ที่รับผิดชอบในเรื่องกล่าวหาดังกล่าว
3.รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไม่ให้เปิดเผยข้อมูลตามที่นายวีระร้องขอ
31 พ.ค. 2562 นายวีระ อุทธรณ์คำสั่งไม่ให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว
22 ส.ค. 2562 คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ มีคำวินิจฉัยที่ สค 333/2562 สั่งให้ ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยเอกสารทั้ง 3 รายการแก่นายวีระ
10 ก.ย. 2562 นายวีระไปติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. แต่ได้รับแจ้งว่าต้องรอไปก่อน เนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ข้อมูลบางรายการ แต่ต้องปกปิดบางส่วน และข้อมูลบางรายการต้องขออนุญาตจากพยานเสียก่อน หากได้รับอนุญาตจากพยานแล้วจะแจ้งให้นายวีระทราบ
1 ต.ค. 2562 นายวีระมีหนังสือถึงคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการขอให้บังคับสำนักงาน ป.ป.ช.ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว
7 ต.ค. 2562 ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้มีหนังสือ แจ้งนายวีระว่า สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ขอให้เร่งรัดการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยดังกล่าวและขอให้แจ้งผลให้ สขร. ทราบภายในวันที่ 25 ต.ค. 2562 หากนายวีระไม่ได้รับแจ้งผลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว หรือได้รับข้อมูลข่าวสารไม่ครบถ้วน นายวีระสามารถใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้สำนักงาน ป.ป.ช. ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยได้
ต่อมา นายวีระ สมความคิด ฟ้องสำนักงาน ป.ป.ช. (ผู้ถูกฟ้องคดี 1) และคณะกรรมการ ป.ป.ช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) กรณีกล่าวหาว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมาย ภายหลังคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ มีคำวินิจฉัยให้สำนักงาน ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คดีกล่าวหา พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือไม่ หรือที่รู้จักกันในคดี 'แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน' โดยให้เปิดเผย 3 รายการ ได้แก่
1.รายการการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด
2.ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุกคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้
3.รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้
แต่สำนักงาน ป.ป.ช.เพิกเฉย นายวีระจึงนำคดีนี้มาฟ้อง
15 ก.ย. 2564 ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ 1326/2564 มีคำสั่งให้ สำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารจำนวน 3 รายการตามคำขอของวีระภายใน 15 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด แต่รายการที่ 2 (ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคน ที่รับผิดชอบ) ศาลฯ ให้เปิดเผยเฉพาะความเห็นของเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.
16 มี.ค. 2566 (อ่านคำพิพากษา 21 เม.ย. 2566) ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 224/2566 ให้ สำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารทั้ง 3 รายการ ตามคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผย ข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ สค 333/2562 ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคําพิพากษา
4 ส.ค. 2566 ศาลปกครองกลาง มีหมายแจ้งคำสั่งศาลให้สำนักงาน ป.ป.ช. ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.224/2566 ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในวันที่ 11 ส.ค. 2566 หากไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดดังกล่าว ศาลจะมีคำสั่งให้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร
20 ต.ค. 2566 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง ยืนตามศาลปกครองกลางว่า หลัง ป.ป.ช. ยื่นอุทธรณ์และขอพิจารณาคดีใหม่ ศาลระบุว่า คำขอดังกล่าวไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะรับไว้พิจารณาได้ เพราะเป็นเพียงการโต้แย้งดุลพินิจของศาล
2 พ.ค. 2567 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งปรับเงินสำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช.รายละ 5,000 บาท โดยให้ชำระค่าปรับต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งศาล หากไม่ชำระค่าภายในกำหนด ศาลอาจมีคำสั่งให้มีการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าหน้าของรัฐต่อไป และให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 224/2566 ให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งนี้
31 ก.ค. 2567 นายวีระ สมความคิด โจทก์ ยื่นฟ้อง นายนิวัติไชย เกษมมงคล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำเลยที่ 1 กับพวกที่เป็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้บริหารในสำนักงาน ป.ป.ช. รวม 12 คน
กรณีโจทก์ขอให้เปิดเผยข้อมูลในสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณี 'นาฬิกาหรู' ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แต่ทาง ป.ป.ช. ไม่เปิดเผยเอกสารตามคำสั่งคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารและคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ให้เปิดเผยข้อมูล จำเลย 12 ราย ได้แก่
1.นายนิวัติไชย เกษมมงคล
2.นายวรวิทย์ สุขบุญ
3.พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ
4.นายปรีชา เลิศกมลมาศ
5.พลตำรวจเอกสถาพร หลาวทอง
6.นายณรงค์ รัฐอมฤต
7.นางสาวสุภา ปียะจิตติ
8.นายวิทยา อาคมพิทักษ์
9.นางสุวณา สุวรรณจูฑะ
10.พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์
11.นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา
12.นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข
10 ก.ย. 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 รับฟ้อง จำเลย 4 ราย ได้แก่
1.พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
2.นางสาวสุภา ปียะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.
3.นายวิทยา อาคมพิทักษ์ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.
4.นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อดีตกรรมการ ป.ป.ช.
อย่างไรก็ดีในระหว่างการพิจารณาคดี นายวีระขอถอนฟ้องจำเลยที่ 8 ที่ 11 ศาลอนุญาต วันสืบพยานนายวีระขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 7 ศาลยกคำร้อง ด้วยเหตุคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และอาจเกิดความเสียหายที่มีผลกระทบต่อรัฐเป็นสำคัญ ตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 7 เม.ย. 2569 ทำให้เหลือจำเลยเพียง 2 ราย ได้แก่ พลตำรวจเอกวัชรพลและนางสาวสุภา
เหล่านี้เป็นข้อมูลโดยสังเขปที่นายวีระดำเนินการเพื่อให้สำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลสำนวณการไต่สวนการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร ในช่วงปี 2560

ย้อนไทม์ไลน์คดีนาฬิกาบิ๊กป้อม




