News Logo
หน้าแรก
ย้อนไทม์ไลน์ 9 ปี 'วีระ' ฟ้อง ป.ป.ช. คดีปกปิดเอกสาร 'นาฬิกาบิ๊กป้อม'

ย้อนไทม์ไลน์ 9 ปี 'วีระ' ฟ้อง ป.ป.ช. คดีปกปิดเอกสาร 'นาฬิกาบิ๊กป้อม'

27 พ.ค. 2569 17:19
ผู้ชม 157 คน

ย้อนไทม์ไลน์ 9 ปี 'วีระ สมความคิด' ฟ้อง ป.ป.ช. ปกปิดเอกสาร 'นาฬิกาบิ๊กป้อม' ก่อน 'วัชรพล-สุภา' โดนคุกคนละ 3 ปี

หมายเหตุ สำนักข่าว Next News : จากกรณีปรากฏข่าว เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำพิพากษาตัดสินคดีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ นางสาวสุภา ปียะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ปกปิดเอกสารการสอบสวนกรณีการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ครั้งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  โดยศาลฯ มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และ นางสาวสุภา ปียะจิตติ คนละ 3 ปี ก่อนที่ทั้งสองคน จะได้รับการประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

สรุป! คำพิพากษาจำคุก 'วัชรพล-สุภา' คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารนาฬิกาหรู

สรุป! คำพิพากษาจำคุก 'วัชรพล-สุภา' คนละ 3 ปี คดีปกปิดเอกสารนาฬิกาหรู

ต่อไปมาดูกันว่าคดีนี้มีจุดเริ่มต้นเป็นอย่างไร

สำนักข่าว Next News รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลมานำเสนอ ดังนี้

26 ธ.ค. 2560 นายวีระ มีหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขอให้ไต่สวนกรณีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

18 ม.ค. 2562 นายวีระ มีหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขอข้อมูลข่าวสารของราชการที่เกี่ยวกับกรณีกล่าวหาข้างต้นจํานวน 3 รายการ คือ

1.รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด

2.ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคน ที่รับผิดชอบในเรื่องกล่าวหาดังกล่าว

3.รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติไม่ให้เปิดเผยข้อมูลตามที่นายวีระร้องขอ

31 พ.ค. 2562 นายวีระ อุทธรณ์คำสั่งไม่ให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว

22 ส.ค. 2562 คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ มีคำวินิจฉัยที่ สค 333/2562 สั่งให้ ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยเอกสารทั้ง 3 รายการแก่นายวีระ

10 ก.ย. 2562 นายวีระไปติดต่อขอรับข้อมูลข่าวสารดังกล่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. แต่ได้รับแจ้งว่าต้องรอไปก่อน เนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้ข้อมูลบางรายการ แต่ต้องปกปิดบางส่วน และข้อมูลบางรายการต้องขออนุญาตจากพยานเสียก่อน หากได้รับอนุญาตจากพยานแล้วจะแจ้งให้นายวีระทราบ

1 ต.ค. 2562 นายวีระมีหนังสือถึงคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการขอให้บังคับสำนักงาน ป.ป.ช.ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว

7 ต.ค. 2562 ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้มีหนังสือ แจ้งนายวีระว่า สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. ขอให้เร่งรัดการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยดังกล่าวและขอให้แจ้งผลให้ สขร. ทราบภายในวันที่ 25 ต.ค. 2562 หากนายวีระไม่ได้รับแจ้งผลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว หรือได้รับข้อมูลข่าวสารไม่ครบถ้วน นายวีระสามารถใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้สำนักงาน ป.ป.ช. ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยได้

ต่อมา นายวีระ สมความคิด ฟ้องสำนักงาน ป.ป.ช. (ผู้ถูกฟ้องคดี 1) และคณะกรรมการ ป.ป.ช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) กรณีกล่าวหาว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมาย ภายหลังคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ มีคำวินิจฉัยให้สำนักงาน ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คดีกล่าวหา พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือไม่ หรือที่รู้จักกันในคดี 'แหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน' โดยให้เปิดเผย 3 รายการ ได้แก่

1.รายการการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด

2.ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุกคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้

3.รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้

แต่สำนักงาน ป.ป.ช.เพิกเฉย นายวีระจึงนำคดีนี้มาฟ้อง

15 ก.ย. 2564 ศาลปกครองกลางอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ 1326/2564 มีคำสั่งให้ สำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารจำนวน 3 รายการตามคำขอของวีระภายใน 15 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด แต่รายการที่ 2 (ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคน ที่รับผิดชอบ) ศาลฯ ให้เปิดเผยเฉพาะความเห็นของเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

16 มี.ค. 2566 (อ่านคำพิพากษา 21 เม.ย. 2566) ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 224/2566 ให้ สำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลข่าวสารทั้ง 3 รายการ ตามคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผย ข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ที่ สค 333/2562 ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคําพิพากษา

4 ส.ค. 2566 ศาลปกครองกลาง มีหมายแจ้งคำสั่งศาลให้สำนักงาน ป.ป.ช. ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ.224/2566 ให้ถูกต้องครบถ้วนภายในวันที่ 11 ส.ค. 2566 หากไม่ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดดังกล่าว ศาลจะมีคำสั่งให้ชำระค่าปรับตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร

20 ต.ค. 2566 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่ง ยืนตามศาลปกครองกลางว่า หลัง ป.ป.ช. ยื่นอุทธรณ์และขอพิจารณาคดีใหม่ ศาลระบุว่า คำขอดังกล่าวไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะรับไว้พิจารณาได้ เพราะเป็นเพียงการโต้แย้งดุลพินิจของศาล

2 พ.ค. 2567 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งปรับเงินสำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช.รายละ 5,000 บาท โดยให้ชำระค่าปรับต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งศาล หากไม่ชำระค่าภายในกำหนด ศาลอาจมีคำสั่งให้มีการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าหน้าของรัฐต่อไป และให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 224/2566 ให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งนี้

31 ก.ค. 2567 นายวีระ สมความคิด โจทก์ ยื่นฟ้อง นายนิวัติไชย เกษมมงคล อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำเลยที่ 1 กับพวกที่เป็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้บริหารในสำนักงาน ป.ป.ช. รวม 12 คน

กรณีโจทก์ขอให้เปิดเผยข้อมูลในสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณี 'นาฬิกาหรู' ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แต่ทาง ป.ป.ช. ไม่เปิดเผยเอกสารตามคำสั่งคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารและคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ให้เปิดเผยข้อมูล จำเลย 12 ราย ได้แก่

1.นายนิวัติไชย เกษมมงคล

2.นายวรวิทย์ สุขบุญ

3.พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ

4.นายปรีชา เลิศกมลมาศ

5.พลตำรวจเอกสถาพร หลาวทอง

6.นายณรงค์ รัฐอมฤต

7.นางสาวสุภา ปียะจิตติ

8.นายวิทยา อาคมพิทักษ์

9.นางสุวณา สุวรรณจูฑะ

10.พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์

11.นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

12.นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข

10 ก.ย. 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 รับฟ้อง จำเลย 4 ราย ได้แก่

1.พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

2.นางสาวสุภา ปียะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.

3.นายวิทยา อาคมพิทักษ์ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.

4.นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อดีตกรรมการ ป.ป.ช.

อย่างไรก็ดีในระหว่างการพิจารณาคดี นายวีระขอถอนฟ้องจำเลยที่ 8 ที่ 11 ศาลอนุญาต วันสืบพยานนายวีระขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 7 ศาลยกคำร้อง ด้วยเหตุคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ และอาจเกิดความเสียหายที่มีผลกระทบต่อรัฐเป็นสำคัญ ตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 7 เม.ย. 2569 ทำให้เหลือจำเลยเพียง 2 ราย ได้แก่ พลตำรวจเอกวัชรพลและนางสาวสุภา

เหล่านี้เป็นข้อมูลโดยสังเขปที่นายวีระดำเนินการเพื่อให้สำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลสำนวณการไต่สวนการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร ในช่วงปี 2560

ย้อนไทม์ไลน์คดีนาฬิกาบิ๊กป้อม

ย้อนไทม์ไลน์คดีนาฬิกาบิ๊กป้อม

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์สิน 96 ล้าน 'เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์' เลขาฯส.ป.ก. เงินฝาก 10 ล.
ทรัพย์สิน 96 ล้าน 'เศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์' เลขาฯส.ป.ก. เงินฝาก 10 ล.