News Logo
หน้าแรก
คุก 2 ปี 6 ด.! รอลงอาญา อดีตผอ.ร.ร.ไทยรัฐวิทยา 97 ยักยอกเงินหลวง

คุก 2 ปี 6 ด.! รอลงอาญา อดีตผอ.ร.ร.ไทยรัฐวิทยา 97 ยักยอกเงินหลวง

20 เม.ย. 2569 13:19
ผู้ชม 208 คน

ป.ป.ช.เผยแพร่ผลคดีกล่าวหา 'สุทิน สัจจา' อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 97 บ้านบางบอน อำเภอกระบุรี ระนอง เรียกรับเงินบริจาคก่อนยักยอกเงินไปใช้ส่วนตัว ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 8 พิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี รับสารภาพ ลดเหลือ 2 ปี 6 เดือน รู้สำนึกความผิด โดนไล่ออกไปแล้ว ให้โอกาสกลับตัว รอลงอาญา

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ผลความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสุทิน สัจจา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 97 (บ้านบางบอน) อำเภอกระบุรีจังหวัดระนอง เรียกรับเงินบริจาคจากผู้รับจ้าง ก่อสร้างรั้วลวดหนามของโรงเรียน โดยอ้างว่าจะนำมาซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กให้โรงเรียน แต่กลับยักยอกเงินไปใช้ส่วนตัว และยักยอกเงินที่คณะพระธุดงค์มอบหมายให้โรงเรียนเป็นค่าอาหารเลี้ยงเด็กนักเรียน ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 147, 157 และ พร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ2561 มาตรา 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า นายสุทิน สัจจา จำเลยมีความผิดตามกฏหมาย ลงโทษตามมาตรา 147

จำคุก 5 ปี และปรับ 100,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 50,000 บาท

พิเคราะห์รายงานการ สืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติแล้ว เห็นว่า เงินที่จำเลยเบียดบังเอาไปเป็นเงินจำนวนไม่มาก และเมื่อมีการตรวจสอบพบการกระทำความผิดแล้ว จำเลยได้ดำเนินการนำส่งเงินบริจาคเข้าระบบการเงินของโรงเรียน และดำเนินการจัดซื้อ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในภายหลัง

จำเลยรู้สำนึกในความผิดโดยให้การรับสารภาพ และจำเลยได้รับโทษทางวินัย โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง มีคำสั่ง ที่ 7/2568 ลงโทษไล่จำเลยออกจากราชการแล้ว อันเป็นการได้รับโทษตามสมควรแก่กรณี

ประกอบกับจำเลยมีบุตรผู้เยาว์ 2 คน อยู่ระหว่างศึกษา ซึ่งอยู่ในความเลี้ยงดูของจำเลย จำเลยมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง มีโรคประจำตัวเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ และไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยได้กลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้ง

โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี คุมความประพฤติ 1 ปี

โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง และให้ทำงานบริการสังคมหรือกิจกรรมสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56

หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เกี่ยวกับคดีนี้ ในชั้นไต่สวนข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช.พบว่า รับฟังได้ว่า เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2563 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 97 (บ้านบางบอน) ได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง เพื่อดำเนินงานโครงการก่อสร้างรั้วลวดหนาม 7 เส้น งบประมาณจำนวน 79,900 บาท ดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ปรากฏว่าช่วงเวลาก่อนจะมีการลงนามในใบสั่งจ้าง ผู้ถูกกล่าวหาได้เรียกให้ผู้รับจ้างเข้าไปพบที่ห้องทำงาน และได้แจ้งให้ผู้รับจ้างบริจาคเงินให้โรงเรียน โดยอ้างว่าจะนำไปจัดซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กใช้งานในห้องธุรการของโรงเรียนแทนของเก่าที่ชำรุดจำนวน 19,000 บาท ซึ่งผู้รับจ้างได้ยินยอมบริจาคเงินให้โรงเรียนตามที่ผู้ถูกกล่าวหาร้องขอ แต่ได้ต่อรองขอลดวงเงินบริจาคลงเหลือ จำนวน 15,000 บาท โดยจะบริจาคเงินให้โรงเรียนภายหลังจากที่ได้รับเงินค่าจ้างแล้ว

ต่อมาเมื่อผู้รับจ้างดำเนินงานแล้วเสร็จ และมีการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างแล้ว ผู้รับจ้างได้โทรศัพท์แจ้งไปยังผู้ถูกกล่าวหาว่าจะนำเงินสดจำนวน จำนวน 15,000 บาท ไปบริจาคให้โรงเรียนโดยมอบให้กับครูฝ่ายการเงินของโรงเรียน เพื่อให้นำเข้าฝากบัญชีของโรงเรียน และนำไปจัดซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กตามระเบียบของทางราชการ แต่ผู้ถูกกล่าวหาได้แจ้งกับผู้รับจ้างว่าให้โอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีส่วนตัวของผู้ถูกกล่าวหา และผู้ถูกกล่าวหาจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปดำเนินการเอง แต่ปรากฏว่าภายหลังจากที่ผู้รับจ้างได้โอนเงินบริจาคให้ผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาได้ปกปิดเรื่องการได้รับเงินบริจาค โดยไม่แจ้งให้ฝ่ายการเงินของโรงเรียนหรือคณะครูในโรงเรียนทราบแต่อย่างใด

และปรากฏว่าภายหลังจากที่ผู้รับจ้างได้โอนเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัวของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกกล่าวหามีการทำธุรกรรมทางการเงินและถอนเงินออกจากบัญชีแต่ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาได้นำเงินที่ผู้รับจ้างบริจาคไปมอบให้กับฝ่ายการเงินของสถานศึกษา หรือดำเนินการเพื่อให้มีการนำเงินฝากเข้าบัญชีเงินรายได้หรือบัญชีเงินบริจาคของสถานศึกษา หรือดำเนินการจัดซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กตามวัตถุประสงค์ที่ผู้รับจ้างได้บริจาคเงินให้แก่โรงเรียน และไม่ได้มีการออกใบเสร็จรับเงินและจดแจ้งการรับเงินบริจาคไว้เป็นหลักฐานตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่สถานศึกษา พ.ศ. 2552 แต่อย่างใด

จนกระทั่งภายหลังมีการร้องเรียนเรื่องดังกล่าว ผู้ถูกกล่าวหาจึงได้เร่งนำเงินที่ผู้รับจ้างได้บริจาคจำนวน 15,000 บาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่การเงิน โดยแจ้งว่าเป็นเงินที่ได้รับจากผู้รับจ้างและให้ทำการออกใบเสร็จเป็นค่ารับเงินบริจาคซื้อคอมพิวเตอร์ให้แก่ผู้รับจ้าง ซึ่งการคืนเงินดังกล่าวมีระยะเวลาห่างจากวันที่ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเงินบริจาคนานถึง 359 วัน กรณีจึงย่อมแสดงให้เห็นเจตนาที่แท้จริงของผู้ถูกกล่าวหาว่า มีเจตนาทุจริตเบียดบังเงินบริจาคจำนวน 15,000 บาท ดังกล่าว ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว

และยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกกล่าวหาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พัสดุนำเงินดังกล่าวไปจัดซื้อเครื่องแท็บเล็ต ซึ่งเป็นเครื่องพกพาส่วนบุคคลไม่สามารถใช้ประโยชน์ในงานธุรการส่วนรวมของโรงเรียนในลักษณะอย่างเดียวกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแต่อย่างใด และภายหลังการจัดซื้อผู้ถูกกล่าวหาได้นำเครื่องแท็บเล็ตดังกล่าว ไปใช้งานประจำตัวและนำกลับไปใช้งานที่บ้านพักของผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้ใช้ในงานราชการส่วนรวมของโรงเรียนแต่อย่างใด

การจัดซื้อดังกล่าวจึงผิดไปจากวัตถุประสงค์ของผู้รับจ้าง กรณีจึงมีมูลว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้บริจาคเงิน และเกิดความเสียหายแก่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 97 (บ้านบางบอน) กรณียักยอกเงินที่คณะพระธุดงค์มอบให้โรงเรียน ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนรับฟังได้ว่าเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2563 ได้มีคณะพระธุดงค์บริจาคเงินให้โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 97 (บ้านบางบอน) จำนวน 10,000 บาท ซึ่งเป็นเงินบริจาคเพื่อให้โรงเรียนนำไปใช้จ่ายตามอัธยาศัย ถือเป็นเงินที่มีผู้บริจาคมอบให้สถานศึกษาโดยไม่ระบุวัตถุประสงค์ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาได้เก็บรักษาเงินไว้กับตนเอง โดยปกปิดไม่แจ้งให้ฝ่ายการเงินของโรงเรียนหรือคณะครูในโรงเรียนทราบ เรื่องการได้รับเงินบริจาคจำนวนดังกล่าว และไม่ดำเนินการเพื่อให้มีการนำเงินฝากเข้าบัญชีเงินรายได้หรือบัญชีเงินบริจาคของโรงเรียน หรือจดแจ้งการรับเงินบริจาคไว้เป็นหลักฐานตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่สถานศึกษา พ.ศ. 2552 แต่อย่างใด

แต่จากการไต่สวนปรากฏข้อเท็จจริงจากถ้อยคำของพยานบุคคล และพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องรับฟังได้ว่า ภายหลังจากที่ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเงินบริจาคดังกล่าวแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาได้นำเงินบริจาคดังกล่าวไปใช้พัฒนาโรงเรียนโดยปรับปรุงภูมิทัศน์ ตัดต้นไม้ ตัดหญ้าบริเวณรอบโรงเรียน จัดให้มีกิจกรรมอาสาพัฒนาโรงเรียน เติมน้ำมันเครื่องจักรขุดลอกสระน้ำและบดอัดปรับสนามกีฬาของโรงเรียน

การใช้เงินดังกล่าวจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์ของโรงเรียนซึ่งเป็นหน่วยงานราชการโดยส่วนรวม ยังฟังไม่ได้ว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาร้ายแรงถึงขั้นทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการและคณะพระธุดงค์ผู้บริจาคเงิน

แต่การที่ผู้ถูกกล่าวหาเก็บรักษาเงินบริจาคไว้กับตนเองโดยไม่มีทะเบียนควบคุมการรับเงิน และไม่นำเงินที่ได้รับนำไปมอบให้กับฝ่ายการเงินของสถานศึกษา หรือดำเนินการเพื่อให้มีการนำเงินฝากเข้าบัญชีเงินรายได้หรือบัญชีเงินบริจาคของสถานศึกษา นั้น

พฤติการณ์เป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบ แบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาลมีมูลเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
ศาลอาญาคดีทุจริต
อดีตผอ.ร.ร.ไทยรัฐวิทยา 97
ยักยอกเงินหลวง
ป.ป.ช.



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เบื้องหลัง‘บีซีพีจี’ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9พันล. ที่แท้ เสี่ยตือคอสโม
เบื้องหลัง‘บีซีพีจี’ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9พันล. ที่แท้ เสี่ยตือคอสโม